การนวด สามารถช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการเมื่อยล้าได้ แต่การดูแลตัวเองหลังนวดก็เป็นสำคัญ เพราะร่างกายแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนอาจรู้สึกสบายตัว ขณะที่บางคนมีอาการระบมหรือตึงกล้ามเนื้อ บทความนี้ Naatadee จะพาไปดู หลังนวดควรทำอะไรบ้าง? 8 สิ่งที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการดูแลตัวเองผิดวิธี
8 วิธีดูแลร่างกายหลังนวด
หลังนวดเสร็จร่างกายอาจรู้สึกผ่อนคลาย กล้ามเนื้อคลายความตึง หรือมีอาการระบมเล็กน้อยได้ โดยเฉพาะหลังการนวดที่ใช้แรงกดค่อนข้างมาก การดูแลตัวเองหลังนวดจึงควรเน้นให้ร่างกายได้พักและกลับไปทำกิจกรรมตามปกติอย่างเหมาะสม ด้วย 8 วิธีต่อไปนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำปริมาณมากเป็นพิเศษเพื่อขับสารพิษหลังนวด
- พักสักครู่ก่อนทำกิจกรรมต่อ หลังนวดควรลุกขึ้นช้า ๆ และสังเกตความรู้สึกของร่างกาย โดยเฉพาะหากมีอาการเวียนศีรษะหรือรู้สึกอ่อนเพลีย
- ขยับร่างกายอย่างนุ่มนวล ลองเดินช้า ๆ หรือเคลื่อนไหวแขนขาตามปกติ เพื่อให้ร่างกายกลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวัน ไม่ควรรีบยืดเหยียดอย่างรุนแรงหากยังรู้สึกตึงหรือระบม
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันที หากเพิ่งนวดแรงหรือกล้ามเนื้อยังระบม ควรพักจากกิจกรรมที่ใช้แรงมากชั่วคราว แล้วกลับไปออกกำลังกายตามความพร้อมของร่างกาย
- อาบน้ำตามความเหมาะสม หากต้องการอาบน้ำหลังนวด สามารถทำได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังยังแดงหรือระคายเคืองจากการนวด
- รับประทานอาหารตามปกติ เลือกอาหารให้หลากหลายและรับประทานตามความหิว ไม่จำเป็นต้องงดอาหารบางชนิดเป็นพิเศษเพียงเพราะเพิ่งนวดมา
- นอนหลับให้เพียงพอ หากรู้สึกผ่อนคลายหรือเหนื่อยหลังนวด ควรจัดเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม การนอนหลับที่เพียงพอช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกายโดยรวม
- สังเกตอาการผิดปกติหลังนวด อาการระบมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นได้ แต่หากปวดรุนแรงขึ้น มีอาการบวมมาก ชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ ควรรีบเข้ารับการประเมินจากแพทย์
ทำไมหลังนวดจึงควรพักผ่อนและดื่มน้ำ
หลังการนวด ร่างกายอาจรู้สึกผ่อนคลาย กล้ามเนื้อจะคลายความตึง หรือมีอาการล้าระบมเล็กน้อย โดยเฉพาะหากได้รับแรงกดค่อนข้างมาก การให้เวลาร่างกายได้พักและดื่มน้ำให้เพียงพอจึงเป็นวิธีดูแลตัวเองที่ช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้อย่างเหมาะสม
การพักผ่อนหลังนวด ช่วยให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวหลังได้รับแรงกด หากรู้สึกอ่อนเพลียหรือระบม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากทันที และสังเกตว่าอาการค่อย ๆ ดีขึ้นหรือไม่ และการดื่มน้ำหลังนวด จะช่วยรักษาสมดุลของน้ำในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มน้ำน้อยหรือมีเหงื่อออกระหว่างวัน ควรจิบน้ำและดื่มให้เพียงพอ
หลังนวดควรหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง
แม้การนวดจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงของกล้ามเนื้อได้ แต่หลังนวดร่างกายอาจมีอาการล้าหรือระบม การดูแลตัวเองในช่วงนี้จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความระคายเคืองหรือทำให้อาการปวดแย่ลง ดังนี้
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันที หากกล้ามเนื้อยังล้าหรือระบม ควรพักจากการยกน้ำหนักหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น ส่วนการเดินหรือเคลื่อนไหวเบา ๆ สามารถทำได้ตามความสบายของร่างกาย
- ไม่ควรกดหรือนวดซ้ำบริเวณที่เจ็บ การใช้ลูกบอลกดจุดหรือให้ผู้อื่นนวดซ้ำอย่างรุนแรง อาจเพิ่มความระคายเคืองและทำให้อาการปวดมากขึ้นได้
- หลีกเลี่ยงการยืดเหยียดฝืนอาการ ไม่ควรดัด บิด หรือยืดกล้ามเนื้อจนเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณคอและหลัง ควรเคลื่อนไหวในระยะที่สบายและไม่ทำให้เกิดอาการปวดร้าว
- ไม่ควรใช้ความร้อนจัดกับบริเวณที่บวมหรือระคายเคือง หากผิวหนังแดงหรือมีอาการบวมหลังนวด ควรหลีกเลี่ยงการประคบร้อนจัด อบซาวน่า หรืออาบน้ำร้อนจัดจนกว่าอาการจะดีขึ้น
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โดยเฉพาะหากรู้สึกเวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือขาดน้ำ เพราะแอลกอฮอล์อาจทำให้อาการเหล่านี้แย่ลงได้
- ไม่ควรฝืนทำกิจกรรมหากรู้สึกผิดปกติ หากมีอาการหน้ามืดหรืออ่อนเพลีย ควรนั่งพักในที่ปลอดภัยก่อนกลับไปทำกิจกรรม
- อย่ามองข้ามอาการปวดที่รุนแรงขึ้น อาการระบมเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นหลังนวดได้ แต่หากปวดมากขึ้น บวมชัดเจน มีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
หลังนวดแล้วปวดเมื่อยหรือระบม ปกติไหม
หลังนวดเสร็จแล้วรู้สึกปวดเมื่อยหรือตึงตามกล้ามเนื้อ สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังการนวดที่มีการกดคลึงบริเวณกล้ามเนื้อที่ตึง อาการอาจคล้ายความเมื่อยหลังออกกำลังกาย และมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1-2 วัน อย่างไรก็ตาม ความปวดเมื่อยหรือระบม และระยะเวลาของอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน
อาการแบบไหนหลังนวดที่ควรพบแพทย์
- ปวดรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
หากหลังนวดมีอาการปวดมากผิดปกติ ปวดจนขยับตัวลำบาก หรือยิ่งเวลาผ่านไปกลับยิ่งปวด ไม่ควรฝืนนวดซ้ำหรือทนรอดูอาการนานเกินไป
- แขนขาชา อ่อนแรง หรือเคลื่อนไหวผิดปกติ
อาการชาที่ไม่หายไป มีแรงมือลดลง เดินลำบาก หรือรู้สึกควบคุมแขนขาได้ไม่เหมือนเดิม อาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บของเส้นประสาท ควรได้รับการตรวจจากแพทย์
- บวมมาก มีรอยช้ำ
โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดร่วมด้วย เพราะอาจบ่งบอกถึงการบาดเจ็บหรือเลือดออกใต้ผิวหนัง ไม่ควรนวดบริเวณนั้นซ้ำ
- ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงร่วมกับปัสสาวะสีเข้มคล้ายชา
หากปวดหรือบวมกล้ามเนื้อมากผิดปกติ รู้สึกอ่อนเพลียมาก หรือปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลคล้ายโคล่า ควรไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งส่งผลต่อไตได้
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือหน้ามืดหมดสติ
อาการเหล่านี้ไม่ใช่อาการปกติหลังนวด และอาจเกี่ยวข้องกับภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ควรขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
- ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน โดยเฉพาะหลังนวดหรือบิดคอ
หากปวดศีรษะอย่างรุนแรงทันที มีอาการเวียนศีรษะผิดปกติ เห็นภาพซ้อน พูดไม่ชัด เดินเซ หรือใบหน้าและแขนขาอ่อนแรง ควรไปห้องฉุกเฉินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของปัญหาหลอดเลือดหรือระบบประสาทที่ร้ายแรง
สรุป: หลังนวดควรทำอะไรเพื่อดูแลร่างกายให้เหมาะสม
หลังนวด ควรสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและให้เวลาตัวเองได้พักฟื้นอย่างเหมาะสม ควรดื่มน้ำให้เหมาะสม รับประทานอาหารให้เพียงพอ พักผ่อนให้เต็มที่ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือการนวดซ้ำบริเวณที่ยังเจ็บระบม หากมีอาการตึงหรือปวดเล็กน้อย ควรเคลื่อนไหวร่างกายอย่างนุ่มนวล
ดังนั้น การดูแลตัวเองหลังนวดที่ดีคือการพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ควรมองข้ามอาการระบม หากปวดรุนแรง อาการแย่ลง มีอาการชาหรืออ่อนแรง หรือพบความผิดปกติอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์

