เปิดตัวเครื่องยกกระชับ Ultherapy Prime ของ Merz Aesthetics

เปิดตัวเครื่องยกกระชับรุ่นใหม่ล่าสุด Ultherapy Prime ของ Merz Aesthetics

เปิดตัว Ultherapy Prime

ขอบคุณภาพจาก : Merz Aesthetics Thailand

เมื่อไม่นานมานี้บริษัท Merz Aesthetics Thailand (เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย) แบรนด์ด้านความงามทางการแพทย์ภายใต้ Merz โดยดำเนินงานในประเทศไทยผ่านบริษัท Merz Healthcare (Thailand) Co., Ltd. ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมความงามจากประเทศเยอรมนี ได้จัดงานเปิดตัว Ultherapy Prime นวัตกรรมยกกระชับระดับโลกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในงานอย่าง It’s PRIME Time Grand Launch Symposium

ภายในงานถูกดำเนินด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในการทดลองใช้ Ultherapy Prime เทคโนโลยียกกระชับรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อตอกย้ำความเป็นที่หนึ่ง วันนี้ Naatadee จึงมาเป็นตัวแทนในการสัมผัสประสบการณ์ผ่านบทความนี้กันค่ะ

ทำความรู้จักกับบริษัทผู้ก่อตั้ง Ultherapy Prime

Merz Aesthetics ก่อตั้งขึ้นในปี 1908 ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นบริษัทนวัตกรรมความงามที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มเป้าหมาย โดยบริษัทมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้าและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของบริษัทนี้เกิดจากความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของทั้งผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านความงามและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มเป้าหมาย

ด้วยแนวทางการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาค้นคว้าและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จึงมุ่งเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาความไว้วางใจจากกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว

รวมถึงบริษัทให้ความสำคัญกับองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรคุณภาพ เป็นกำลังที่สำคัญในการผลักดันวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดขึ้น สะท้อนถึงความตั้งใจในการเป็นบริษัทนวัตกรรมความงามที่ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของ Ultherapy Prime

จุดเด่นของ Ultherapy Prime

Ultherapy Prime เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีใหม่ของบริษัทผู้ผลิตคินค้นนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ระดับโลก ถูกเปิดตัวขึ้นในงาน It’s PRIME Time Grand Launch Symposium เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในรอบ 15 ปี ซึ่งมีเอกลักษณ์ด้านยกกระชับผิวมาจากการต่อยอดและพัฒนาจาก Ulthera Legacy (SPT) หนึ่งในเครื่องยกกระชับผิวและลดริ้วรอยด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง และการใช้เทคนิค SPT (See – Plan – Treat) ช่วยอำนวยความสะดวกสบายต่อแพทย์ทำให้สามารถมองเห็นหน้าจอมอนิเตอร์แสดงสภาพชั้นผิวหนังและชั้น SMAS ชัดเจนขณะทำ รวมถึงสามารถวางแผน วิเคราะห์ปัญหาของคนไข้แต่ละคน สำหรับการประเมินและออกแบบการรักษา และทำการรักษาอย่างตรงจุด ปลอดภัย โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด

ที่มาของ Ultherapy Prime

ส่งผลให้ Ultherapy Prime ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ulthera Legacy (SPT) ผ่านการศึกษาค้นคว้าและต่อยอดมาสู่การผสมผสานคุณสมบัติของรุ่นดั้งเดิมรวมเข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน รวมถึงความเข้าใจในเรื่องของสรีรวิทยาอย่างลึกซึ้ง ทำให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นทางด้านของความทันสมัย หลักการทำงาน และผลลัพธ์ ส่งผลให้นวัตกรรมความงามทางการแพทย์ชนิดนี้มีความแม่นยำในการส่งคลื่นพลังงานที่เหนือชั้นถึง SMAS ซึ่งเป็นชั้นโครงสร้างสำคัญใต้ผิวหนัง ตลอดจนประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระยะเวลาการรักษาที่ไม่ยาวนาน ส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษาได้รับประสบการณ์ที่มีความสะดวกสบาย และใช้เวลาไม่นาน

Ultherapy Prime เหมาะกับใคร

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ต้องการให้ผิวบริเวณใบหน้าและลำคอดูกระชับขึ้น
  • ผู้ที่มีกรอบหน้าไม่ชัด จากความหย่อนคล้อยของผิวหรือการสะสมของไขมันบริเวณใต้คาง
  • ผู้ที่มีริ้วรอย และต้องการให้ผิวดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวตามวัย เช่น ผิวไม่กระชับ แก้มห้อย หรือแนวกรอบหน้าเริ่มไม่ชัด
  • ผู้ที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และไม่ต้องการพักฟื้นเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวหน้าและลำคอ ให้มีความกระชับและดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

ทั้งนี้ ผลลัพธ์และความเหมาะสมในการทำจึงจะขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และปัญหาของแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินก่อนเข้ารับบริการเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

Ultherapy Prime กับ Oligio แตกต่างกันอย่างไร

ทั้งนี้ ยังถูกนำมาพูดถึงถึงความแตกต่างกับ Oligio ถึงความแตกต่าง วันนี้ Naatadee จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของเครื่องยกกระชับผิวแต่ละชนิดมาให้ทุกคนเข้าใจได้อย่างไม่ยากถึงความแตกต่างระหว่าง Ultherapy Prime กับ Oligio โดยความแตกต่างของพลังงานอย่าง Ultherapy Prime จะใช้พลังงานคลื่นอัลตราซาวนด์ความถี่สูงเฉพาะเจาะจง

ขณะที่ Oligio จะใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ส่งผลต่อระดับความลึกลงถึงชั้นพังผืดกล้ามเนื้อ (SMAS) ช่วยยกกระชับกรอบหน้า แก้มที่หย่อนคล้อย ส่วน Oligio สามารถเข้าถึงผิวชั้นตื้นถึงชั้นกลาง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่นเฟิร์ม รูขุมขนกระชับ และช่วยลดไขมันเฉพาะจุด ด้านความรู้สึกขณะทำอัลเทอราพี ไพร์มจะให้ความรู้สึกจี๊ด ๆ หรือเจ็บลึกใต้ผิวมากกว่า Oligio ให้ความรู้สึกอุ่นสบายและเจ็บน้อยกว่า และการให้ผลลัพธ์นานถึง 1-2 ปี ระหว่างที่ Oligio อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน

งาน It’s PRIME Time Grand Launch Symposium จึงถือว่าเป็นงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Ultherapy Prime นวัตกรรมเครื่องมือยกกระชับผิวใหม่ล่าสุดของ Merz Aesthetic หนึ่งในเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับผิวรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก บรรยากาศภายในงาน It’s PRIME Time Grand Launch Symposium จึงเป็นจุดศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจากหลากหลายแห่งรวมตัวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และองค์ความรู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับนวัตกรรมความงามทางการแพทย์

Ultherapy Prime ยกกระชับหน้า ไม่ต้องผ่าตัด

Ultherapy Prime ยกกระชับหน้า ไม่ต้องผ่าตัด

Merz Aesthetics สามารถสะท้อนแนวคิดและศักยภาพของการพัฒนานวัตกรรมความงามทางการแพทย์ผ่านอัลเทอราพี ไพร์มได้อย่างโดดเด่น ภายในงาน It’s PRIME Time Grand Launch Symposium ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการดูแลความงามที่ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Merz Aesthetics ในการเดินหน้าพัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมความงามทางการแพทย์ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการทางด้านความงามที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การเปิดตัว Ultherapy Prime ยังสะท้อนถึงทิศทางในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับประสบการณ์ด้านความงาม พร้อมมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บริโภค ผ่านนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งมอบทางเลือกด้านความงามทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละบุคคล ตอกย้ำบทบาทในฐานะหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านความงามทางการแพทย์ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง