เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
สุขภาพและการออกกำลังกาย
อาหารคนท้องอ่อน ช่วงเดือนต่างๆ
ตอบ0 อ่าน135
Anemone Anemone
21 ธันวาคม 2019
สำหรับสิ่งที่คนทั่วไปและคนส่วนใหญ่กังวลนั้น น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องของการบำรุงเรื่องอาหารสําหรับคนท้อง นั่นเอง เพราะว่าหากคุณแม่มีอาการแพ้ท้อง ก็จะทำให้เกิดอาการไม่อยากอาหารได้อีกด้วย แต่หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาอาหารที่มีประโยชน์ สิ่งที่สำคัญก็คือต้องเลือกแบบที่ดีกับตัวเราจริงๆ เพราะว่าการกินอาหารจะไปส่งผลต่อการพัฒนาระบบประสาทและสมองได้อีกด้วย และยังมีผลต่อการพัฒนาไขสันหลังอีกด้วยเช่นกัน
หากคุณแม่คนไหนที่มีอาการแพ้ท้องและไม่อยากทานอะไร สิ่งที่สำคัญก็คือการที่ พยายามฝืนตัวเองนั่นเอง นอกจากนี้อย่าลืมใส่ใจเรื่องระบบการไหลเวียนหัวใจและโลหิต เพื่อให้การพัฒนาการนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของเดือนที่สองนั้น การตั้งครรภ์จะต้องทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง
1.กรดโฟลิก
สำหรับอาหารที่มีประโยชน์และควรทานก็คือกรดโฟลิกนั่นเอง โดยกรดโฟลิกมีส่วนช่วยในการพัฒนาของท่อระบบประสาทนั่นเอง โดยหากว่าท่อนี้ทำงานได้ดี ก็จะทำให้ลูกของคุณนั้นสามารถมีร่างกายครบสามสิบสองได้ แต่หากว่าท่อประสาทผิดปกติ ก็อาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนดได้เช่นกัน
2. อาหารบางชนิด
สำหรับอาหารบางชนิดที่ควรทำได้แก่ ผักโขม ถั่วและธัญพืช แนะนำว่าให้ทานบ่อยๆ โดยคุณแม่ที่ท้องจะต้องทานกรดโฟลิกให้ได้ราวๆ 400 ไมโครกรัมต่อวันในช่วงเดือนที่สองของการตั้งครรภ์นั่นเอง
3.อาหารที่มีแคลเซียม
สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมนั้น แนะนำว่าควรกินเมื่อตั้งท้องในช่วงเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าแม่ที่ท้องควรได้รับแคลเซียมราวๆ หนึ่งพันมิลลิกรัมจะดีที่สุด โดยคุณแม่ควรที่จะต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเช่น นม หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากนม รวมไปถึงกุ้งแห้ง ปลาเล็กน้อย งาดำ ผักใบเขียว หากว่าคุณแม่นั้นขาดแคลเซียมแล้วล่ะก็ กระดูกรวมไปถึงฟันของคุณแม่ก็จะอ่อนแอและเปราะง่ายอีกด้วย เรียกได้ว่าทำให้เกิดความอ่อนแอมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว

3. โปรตีน
สำหรับคุณแม่ที่อยากบริโภคโปรตีนแล้วล่ะก็ อยากแนะนำว่าให้กินได้วันละ 75 กรัมจะดีที่สุด เพื่อให้กล้ามเนื้อของทารกพัฒนามากกว่าเดิม โดยโปรตีนนั้น จะหาได้ง่ายๆ จากเนื้อสัตว์ ไข่และนม แต่จะต้องแน่ใจว่าปลาที่คุณกินนั้นมีสารปรอทต่ำจะดีกว่า


4. อาหารที่มีธาตุเหล็ก
สำหรับธาตุเหล็กนั้น มีส่วนช่วยในการรักษาระดับการไหลเวียนในเลือดให้คงที่ทั้งของคุณแม่และคุณลูกนั่นเอง โดยทารกนั้นจะต้องการเลือดที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เพื่อให้การจับกับออกซิเจนในเลือดและสารอาหาร ส่งไปในส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย สำหรับช่วงเดือนแรกนั้นหมอจะไม่มีการจ่ายวิตามินเสริมให้แม่ จนกว่าจะถึงเดือนที่ 4 นั่นเอง ดังนั้นก็เลยถือเป็นหน้าที่ของคุณแม่เอง ที่จะรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นบีทรูท ข้าวโอ๊ตและปลาทูน่า รวมไปถึงถั่วต่างๆ อีกด้วย
อย่าลืมใช้ที่ตรวจครรภ์พร้อมกับการไปฝากครรภ์ และอย่าลืมตั้งชื่อลูกพร้อมความหมายดีๆ อีกด้วย

Anemone Anemone หน้าตาดีมาก กระทู้: 115
สำหรับสิ่งที่คนทั่วไปและคนส่วนใหญ่กังวลนั้น น่าจะหนีไม่พ้นเรื่องของการบำรุงเรื่องอาหารสําหรับคนท้อง นั่นเอง เพราะว่าหากคุณแม่มีอาการแพ้ท้อง ก็จะทำให้เกิดอาการไม่อยากอาหารได้อีกด้วย แต่หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาอาหารที่มีประโยชน์ สิ่งที่สำคัญก็คือต้องเลือกแบบที่ดีกับตัวเราจริงๆ เพราะว่าการกินอาหารจะไปส่งผลต่อการพัฒนาระบบประสาทและสมองได้อีกด้วย และยังมีผลต่อการพัฒนาไขสันหลังอีกด้วยเช่นกัน
หากคุณแม่คนไหนที่มีอาการแพ้ท้องและไม่อยากทานอะไร สิ่งที่สำคัญก็คือการที่ พยายามฝืนตัวเองนั่นเอง นอกจากนี้อย่าลืมใส่ใจเรื่องระบบการไหลเวียนหัวใจและโลหิต เพื่อให้การพัฒนาการนั้นมีเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของเดือนที่สองนั้น การตั้งครรภ์จะต้องทานอาหารที่มีประโยชน์นั่นเอง
1.กรดโฟลิก
สำหรับอาหารที่มีประโยชน์และควรทานก็คือกรดโฟลิกนั่นเอง โดยกรดโฟลิกมีส่วนช่วยในการพัฒนาของท่อระบบประสาทนั่นเอง โดยหากว่าท่อนี้ทำงานได้ดี ก็จะทำให้ลูกของคุณนั้นสามารถมีร่างกายครบสามสิบสองได้ แต่หากว่าท่อประสาทผิดปกติ ก็อาจจะทำให้คลอดก่อนกำหนดได้เช่นกัน
2. อาหารบางชนิด
สำหรับอาหารบางชนิดที่ควรทำได้แก่ ผักโขม ถั่วและธัญพืช แนะนำว่าให้ทานบ่อยๆ โดยคุณแม่ที่ท้องจะต้องทานกรดโฟลิกให้ได้ราวๆ 400 ไมโครกรัมต่อวันในช่วงเดือนที่สองของการตั้งครรภ์นั่นเอง
3.อาหารที่มีแคลเซียม
สำหรับอาหารที่มีแคลเซียมนั้น แนะนำว่าควรกินเมื่อตั้งท้องในช่วงเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าแม่ที่ท้องควรได้รับแคลเซียมราวๆ หนึ่งพันมิลลิกรัมจะดีที่สุด โดยคุณแม่ควรที่จะต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมอย่างเช่น นม หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทำจากนม รวมไปถึงกุ้งแห้ง ปลาเล็กน้อย งาดำ ผักใบเขียว หากว่าคุณแม่นั้นขาดแคลเซียมแล้วล่ะก็ กระดูกรวมไปถึงฟันของคุณแม่ก็จะอ่อนแอและเปราะง่ายอีกด้วย เรียกได้ว่าทำให้เกิดความอ่อนแอมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว

3. โปรตีน
สำหรับคุณแม่ที่อยากบริโภคโปรตีนแล้วล่ะก็ อยากแนะนำว่าให้กินได้วันละ 75 กรัมจะดีที่สุด เพื่อให้กล้ามเนื้อของทารกพัฒนามากกว่าเดิม โดยโปรตีนนั้น จะหาได้ง่ายๆ จากเนื้อสัตว์ ไข่และนม แต่จะต้องแน่ใจว่าปลาที่คุณกินนั้นมีสารปรอทต่ำจะดีกว่า


4. อาหารที่มีธาตุเหล็ก
สำหรับธาตุเหล็กนั้น มีส่วนช่วยในการรักษาระดับการไหลเวียนในเลือดให้คงที่ทั้งของคุณแม่และคุณลูกนั่นเอง โดยทารกนั้นจะต้องการเลือดที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก เพื่อให้การจับกับออกซิเจนในเลือดและสารอาหาร ส่งไปในส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย สำหรับช่วงเดือนแรกนั้นหมอจะไม่มีการจ่ายวิตามินเสริมให้แม่ จนกว่าจะถึงเดือนที่ 4 นั่นเอง ดังนั้นก็เลยถือเป็นหน้าที่ของคุณแม่เอง ที่จะรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ไม่ว่าจะเป็นบีทรูท ข้าวโอ๊ตและปลาทูน่า รวมไปถึงถั่วต่างๆ อีกด้วย
อย่าลืมใช้ที่ตรวจครรภ์พร้อมกับการไปฝากครรภ์ และอย่าลืมตั้งชื่อลูกพร้อมความหมายดีๆ อีกด้วย

1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้