เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเสริมจมูก
⭐ รีวิวปรับโครงหน้า ลดโหนกแก้ม + กราม ให้ใบหน้าดูเด็กและหวานละมุนขึ้น
ตอบ3 อ่าน62
yuna.jjue
12 มีนาคม 2020
ก่อนศัลยกรรมโครงหน้า

 


   สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาแชร์อีกประสบการณ์ การผ่าตัดโครงหน้าที่โรงพยาบาลบาโนบากิ ให้ฟังกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรามีปัญหาโครงหน้า คือ โหนกแก้มสูงและใหญ่ออกด้านข้าง มีกรามเล็กน้อย เวลาถ่ายรูปมีเนื้อแก้มส่วนเกินออกมา ทำให้ดูหน้าใหญ่และหน้าดุ อีกทั้งเรามีพี่สาว ไปไหนมาไหนเราโดนทักตลอดว่าาเป็นพี่ซะงั้น  โดนแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ

    ครั้งนี้อยากลองเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ใบหน้าดูอ่อนหวานขึ้น จึงเริ่มหาข้อมูลการผ่าตัดโครงหน้าอย่างละเอียดค่ะ เราสนใจที่โรงพยาบาลบาโนบากิ จึงเข้าไปปรึกษาคุณหมอโอชางฮยอน ก่อนที่จะตัดสินใจตกลง จองวันผ่าตัดและบินมาที่เกาหลีค่ะ 

 


ปรึกษาคุณหมอ

    ก่อนหน้าที่เราจะบินมาเกาลี เราได้มีการปรึกษาที่เมืองไทยมาก่อนแล้ว ปกติคุณหมอโอจะบินมาให้คำปรึกษาศัลยกรรมที่ไทยฟรี  ให้กับคนที่สนใจอยากทำศัลยกรรม เพียงแค่นัดวันและเวลากับเจ้าหน้าที่
ก็สามารถได้ปรึกษา รับฟังคำวินิจฉัย พร้อมราคาและโปรโมชั่นประจำเดือนนั้นๆ ได้เลย

ของเราคุณหมอบอกว่าลดโหนกแก้มและกรามก็พอ ส่วนคางไม่จำเป็นต้องตัดเพิ่มค่ะ แก้มที่เยอะ คุณหมอบอกให้เอาไขมันกระพุ้งแก้มออกด้วยค่ะ หน้าจะได้ดูเล็กลงด้วย คุณหมอหันมาถามเราว่าฉีดโบท๊อกบ่อยไหม เราฉีดประมาณ ปีละ 2ครั้งค่ะ ในการทำกรามครั้งนี้คุณหมอจะทำด้วยวิธี All For One คือ ตัดกระดูกและเอาไขมันกระพุ้งแก้มกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยวออกให้บางส่วนด้วย
ฉะนั้นบั๊ยบาย Botox ได้เลยจ้า

วันผ่าตัด

    เราแอบกังวลและนอนไม่หลับเล็กน้อย นี่เป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งที่2 ของเราค่ะ แต่ด้วยความที่จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าท่องอย่างเดียวว่า เดี๋ยวสวยแล้ว  เดี๋ยวสวยแล้ว ก็ทำให้มีกำลังใจขึ้นมานิดนึงค่ะ  ก่อนผ่าตัด ทางโรงพยาบาลแนะนำต้องงดน้ำ อาหาร ทุกอย่างก่อนเวลาผ่าตัด 8 ชม. เราโชคดีที่ได้ผ่าตัดเช้า เพราะฉะนั้นจะไม่รู้สึกเหนื่อยมากค่ะ  พอเปลี่ยนชุด ล้างหน้าเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็เข้าสู่ห้องผ่าตัด พยาบาลเข้ามาทำการเตรียมตัวผ่า สักพักคุณหมอวิสัญญีเข้ามาทำการดมยาสลบ 1 2 3 4 ZZZZZ  เข้าสู่โลกนิทรา

เดี๋ยวมารีวิวหลังศัลยกรรมให้ฟังต่อนะคะ ฝากติดตามด้วยค่ะ
yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 19
ก่อนศัลยกรรมโครงหน้า

 


   สวัสดีค่ะ วันนี้เรามาแชร์อีกประสบการณ์ การผ่าตัดโครงหน้าที่โรงพยาบาลบาโนบากิ ให้ฟังกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเรามีปัญหาโครงหน้า คือ โหนกแก้มสูงและใหญ่ออกด้านข้าง มีกรามเล็กน้อย เวลาถ่ายรูปมีเนื้อแก้มส่วนเกินออกมา ทำให้ดูหน้าใหญ่และหน้าดุ อีกทั้งเรามีพี่สาว ไปไหนมาไหนเราโดนทักตลอดว่าาเป็นพี่ซะงั้น  โดนแบบนี้มาเรื่อยๆ ค่ะ

    ครั้งนี้อยากลองเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ใบหน้าดูอ่อนหวานขึ้น จึงเริ่มหาข้อมูลการผ่าตัดโครงหน้าอย่างละเอียดค่ะ เราสนใจที่โรงพยาบาลบาโนบากิ จึงเข้าไปปรึกษาคุณหมอโอชางฮยอน ก่อนที่จะตัดสินใจตกลง จองวันผ่าตัดและบินมาที่เกาหลีค่ะ 

 


ปรึกษาคุณหมอ

    ก่อนหน้าที่เราจะบินมาเกาลี เราได้มีการปรึกษาที่เมืองไทยมาก่อนแล้ว ปกติคุณหมอโอจะบินมาให้คำปรึกษาศัลยกรรมที่ไทยฟรี  ให้กับคนที่สนใจอยากทำศัลยกรรม เพียงแค่นัดวันและเวลากับเจ้าหน้าที่
ก็สามารถได้ปรึกษา รับฟังคำวินิจฉัย พร้อมราคาและโปรโมชั่นประจำเดือนนั้นๆ ได้เลย

ของเราคุณหมอบอกว่าลดโหนกแก้มและกรามก็พอ ส่วนคางไม่จำเป็นต้องตัดเพิ่มค่ะ แก้มที่เยอะ คุณหมอบอกให้เอาไขมันกระพุ้งแก้มออกด้วยค่ะ หน้าจะได้ดูเล็กลงด้วย คุณหมอหันมาถามเราว่าฉีดโบท๊อกบ่อยไหม เราฉีดประมาณ ปีละ 2ครั้งค่ะ ในการทำกรามครั้งนี้คุณหมอจะทำด้วยวิธี All For One คือ ตัดกระดูกและเอาไขมันกระพุ้งแก้มกับกล้ามเนื้อบดเคี้ยวออกให้บางส่วนด้วย
ฉะนั้นบั๊ยบาย Botox ได้เลยจ้า

วันผ่าตัด

    เราแอบกังวลและนอนไม่หลับเล็กน้อย นี่เป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งที่2 ของเราค่ะ แต่ด้วยความที่จะถอยหลังกลับก็ไม่ได้แล้ว ต้องเดินหน้าท่องอย่างเดียวว่า เดี๋ยวสวยแล้ว  เดี๋ยวสวยแล้ว ก็ทำให้มีกำลังใจขึ้นมานิดนึงค่ะ  ก่อนผ่าตัด ทางโรงพยาบาลแนะนำต้องงดน้ำ อาหาร ทุกอย่างก่อนเวลาผ่าตัด 8 ชม. เราโชคดีที่ได้ผ่าตัดเช้า เพราะฉะนั้นจะไม่รู้สึกเหนื่อยมากค่ะ  พอเปลี่ยนชุด ล้างหน้าเข้าห้องน้ำเสร็จ ก็เข้าสู่ห้องผ่าตัด พยาบาลเข้ามาทำการเตรียมตัวผ่า สักพักคุณหมอวิสัญญีเข้ามาทำการดมยาสลบ 1 2 3 4 ZZZZZ  เข้าสู่โลกนิทรา

เดี๋ยวมารีวิวหลังศัลยกรรมให้ฟังต่อนะคะ ฝากติดตามด้วยค่ะ
yuna.jjue
19 มีนาคม 2020
หลังผ่าตัดเสร็จ

 


     การผ่าตัดของเราเสร็จออกมาด้วยดี ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. เท่านั้นค่ะ  ความรู้สึกแรกที่รู้ตัวตอนตื่น เจ็บใบหน้าเล็กน้อย และรู้สึกมึนยา  ตอนนี้เราออกมานอนที่ห้องพักฟื้นเรียบร้อยค่ะ สิ่งที่ทำได้ก็คือหายใจเข้าออกลึกๆ พยายามขับก๊าซยาสลบออกจากตัวเร็ว ๆ แต่ที่ปากเราตอนนี้มีเจ้าท่อ 2 อันนี้ติดไว้ เลยทำให้เวลาเป่าลมออกไม่ค่อยสะดวกเท่าไหรนัก จำได้ว่าอาการเจ็บคอไม่ค่อยมีค่ะ นอนได้สติแล้วสักพักใหญ่เราเลยได้ขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นอีกที เพื่อเตรียมตัวนอนที่รพ หนึ่งคืนค่ะ

    สภาพตอนนี้ รู้สึกตลกตัวเองเพราะที่ศีรษะเหมือนลูกแอปเปิ้ลเลย พยาบาลจับทำผมใหม่ และฆ่าเชื้อทำให้กลิ่นเบตาดีนอบอวนที่ตัวตลอดเลยค่ะ ที่ตาซ้ายเริ่มมีอาการห้อเลือดให้เห็นค่ะ และใต้ตาก็เกิดรอยช้ำขึ้นแล้ว
แต่อาการโดยรวม ความเจ็บความปวด เต็ม 10 เราให้ 7 ค่ะ พอทนได้ แต่เราก็เลือกที่จะขอยาแก้ปวดกับพี่พยาบาลเพิ่มนะคะ 55555

   พี่พยาบาลแจ้งว่า จะทานน้ำได้อีก 3 ชมเป็นต้นไป เราจึงนอนเล่นๆ เพื่อรอเวลาทานน้ำ..... เพื่อผ่านเวลาไปแล้ว น้ำก็ถูกเสริฟมาตรงหน้าเลยค่ะ เมื่อทานปุ๊บเราก็สามารถทานนม น้ำผลไม้ได้เลยนะคะ
เมื่อทานเสร็จแล้ว จะต้องบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากเข้มข้นพิเศษที่ทางรพ เตรียมไว้ให้ ทุก 1-2ชม จากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อนแล้วค่ะ
     เราพยายามนอนแต่ทุกชั่วโมงเราจะตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พอตื่นขึ้นปุ๊บเราจะประคบเย็น เข้าห้องน้ำ และกลับมาบ้วนปากอีกครั้ง ทำวนไปแบบนี้จะถึงเช้าเลยค่ะ....

หลังศัลยกรรมวันที่1

 


    เมื่อเวลาเช้า พี่พยาบาลจะเข้ามาทำความสะอาดแผลให้ และดึงสายเดรนเลือกออกค่ะ ตอนดึงสายเดรนเราเกรงมาก  ไม่คิดว่าสายที่คาไว้จะยาวลึงลงที่กรามเลยเวลาดึงออกต้องทำใจไว้ล่วงหน้าค่ะ อิอิอิ
พอทำแผลเสร็จ เรานอนพักผ่อนสักครู่ และจึงเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลค่ะ

หลังศัลยกรรมวันที่2

 


  เดินทางกลับไปพักที่พัก เรายอมรับว่าเหนื่อยเลยนอนเยอะไปหน่อย จึงทำให้หน้าบวมขึ้น และดวงตาขาวข้างซ้ายมีเส้นเลือดแตกให้เห็นเล็กน้อยค่ะ รวมกับช้ำใต้ตา พอตื่นขึ้นจำได้ว่า วันนี้ตอนบ่ายๆ ต้องดึงกาวที่แปะไว้ที่คางออก จึงลุกขึ้นมาเตรียม ออยล้างหน้า เพื่อให้ส่วนแถบกาวลื่นๆ จะทำให้ดึงได้ง่าย ไม่เจ็บผิวมากนักคะ ใช้เวลาดึงออกร่วมนาที ก็หลุดออกมาค่ะ เราจัดการล้างคราบกาวออกแล้ว บ้วนปากอีกครั้ง เป็นอันเสร็จค่ะ
yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 19
หลังผ่าตัดเสร็จ

 


     การผ่าตัดของเราเสร็จออกมาด้วยดี ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. เท่านั้นค่ะ  ความรู้สึกแรกที่รู้ตัวตอนตื่น เจ็บใบหน้าเล็กน้อย และรู้สึกมึนยา  ตอนนี้เราออกมานอนที่ห้องพักฟื้นเรียบร้อยค่ะ สิ่งที่ทำได้ก็คือหายใจเข้าออกลึกๆ พยายามขับก๊าซยาสลบออกจากตัวเร็ว ๆ แต่ที่ปากเราตอนนี้มีเจ้าท่อ 2 อันนี้ติดไว้ เลยทำให้เวลาเป่าลมออกไม่ค่อยสะดวกเท่าไหรนัก จำได้ว่าอาการเจ็บคอไม่ค่อยมีค่ะ นอนได้สติแล้วสักพักใหญ่เราเลยได้ขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นอีกที เพื่อเตรียมตัวนอนที่รพ หนึ่งคืนค่ะ

    สภาพตอนนี้ รู้สึกตลกตัวเองเพราะที่ศีรษะเหมือนลูกแอปเปิ้ลเลย พยาบาลจับทำผมใหม่ และฆ่าเชื้อทำให้กลิ่นเบตาดีนอบอวนที่ตัวตลอดเลยค่ะ ที่ตาซ้ายเริ่มมีอาการห้อเลือดให้เห็นค่ะ และใต้ตาก็เกิดรอยช้ำขึ้นแล้ว
แต่อาการโดยรวม ความเจ็บความปวด เต็ม 10 เราให้ 7 ค่ะ พอทนได้ แต่เราก็เลือกที่จะขอยาแก้ปวดกับพี่พยาบาลเพิ่มนะคะ 55555

   พี่พยาบาลแจ้งว่า จะทานน้ำได้อีก 3 ชมเป็นต้นไป เราจึงนอนเล่นๆ เพื่อรอเวลาทานน้ำ..... เพื่อผ่านเวลาไปแล้ว น้ำก็ถูกเสริฟมาตรงหน้าเลยค่ะ เมื่อทานปุ๊บเราก็สามารถทานนม น้ำผลไม้ได้เลยนะคะ
เมื่อทานเสร็จแล้ว จะต้องบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากเข้มข้นพิเศษที่ทางรพ เตรียมไว้ให้ ทุก 1-2ชม จากนั้นก็ได้เวลาพักผ่อนแล้วค่ะ
     เราพยายามนอนแต่ทุกชั่วโมงเราจะตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ พอตื่นขึ้นปุ๊บเราจะประคบเย็น เข้าห้องน้ำ และกลับมาบ้วนปากอีกครั้ง ทำวนไปแบบนี้จะถึงเช้าเลยค่ะ....

หลังศัลยกรรมวันที่1

 


    เมื่อเวลาเช้า พี่พยาบาลจะเข้ามาทำความสะอาดแผลให้ และดึงสายเดรนเลือกออกค่ะ ตอนดึงสายเดรนเราเกรงมาก  ไม่คิดว่าสายที่คาไว้จะยาวลึงลงที่กรามเลยเวลาดึงออกต้องทำใจไว้ล่วงหน้าค่ะ อิอิอิ
พอทำแผลเสร็จ เรานอนพักผ่อนสักครู่ และจึงเตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลค่ะ

หลังศัลยกรรมวันที่2

 


  เดินทางกลับไปพักที่พัก เรายอมรับว่าเหนื่อยเลยนอนเยอะไปหน่อย จึงทำให้หน้าบวมขึ้น และดวงตาขาวข้างซ้ายมีเส้นเลือดแตกให้เห็นเล็กน้อยค่ะ รวมกับช้ำใต้ตา พอตื่นขึ้นจำได้ว่า วันนี้ตอนบ่ายๆ ต้องดึงกาวที่แปะไว้ที่คางออก จึงลุกขึ้นมาเตรียม ออยล้างหน้า เพื่อให้ส่วนแถบกาวลื่นๆ จะทำให้ดึงได้ง่าย ไม่เจ็บผิวมากนักคะ ใช้เวลาดึงออกร่วมนาที ก็หลุดออกมาค่ะ เราจัดการล้างคราบกาวออกแล้ว บ้วนปากอีกครั้ง เป็นอันเสร็จค่ะ
yuna.jjue
24 มีนาคม 2020
หลังศัลยกรรมวันที่3

 


      อาการบวม และรอยช้ำใต้ตา เริ่มเห็นได้ชัดเจน ความรู้สึกเจ็บไม่มีเลยค่ะ แต่เป็นเพราะความบวมเลยทำให้ไม่สามารถขยับหน้าได้เหมือนปกติ  อ้าปากก็ยังทำไม่ได้ 555 เวลาพูดแค่ขยับริมฝีปากเท่านั้นค่ะ ตอนกินเราน้ำ เราจะใช้แก้วกระดาษพับปากเป็ดแล้วกระดกกลืน

อาหารที่เราทานบ่อยๆ จะเป็นนมและน้ำฟักทอง100% ที่เกาหลีเชื่อว่าจะสามารถช่วยลดบวมได้ค่ะ
 
 


ไม่เพียงแต่น้ำฟักทองเท่านั้น ยังมีน้ำมะพร้าวสด สาหร่าย และถั่วแดงอีกด้วยค่ะ …
ที่เกาหลีมีโจ๊กฟักทอง และโจ๊กถั่วแดงสำเร็จรูป หาซื้อได้ง่ายๆ และรสชาติอร่อยด้วยค่ะ

หลังศัลยกรรมวันที่4

   ด้วยความที่เราไม่ได้สระผมมาแล้วถึง4 วัน เราทนไม่ไหวค่ะ
เลยคิดว่าวันนี้เราจะลองมาอาบน้ำ สระผมและล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้ากันนะคะ 

 


เราอยากทำให้การทำศัลยกรรมครั้งนี้ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอยากจะหายเป็นปกติเร็วที่สุดค่ะ โดยเริ่มที่การสระผมเราจะไม่ก้มหน้าสระ ให้เงยหน้าขึ้น ขยี้หนังศีรษะเบาๆ นวดๆ วนไปค่ะ พยายามเลี่ยงบริเวณที่มีแผลกรีด ตรงจอนผมนะคะ
พอเสร็จแล้วรีบใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง เป่าลมเย็นเพื่อให้ผมแห้งค่ะ

ส่วนใบหน้าใช้โฟมล้างหน้าตีฟองนุ่มๆ ก่อน แล้วนวดหน้าเบาๆ ค่ะ
ตอนนี้หน้าจะระบม แค่มือลูบผ่านก็รู้สึกเสียวๆ เล็กน้อยค่ะ ล้างเสร็จก็ซับให้แห้งอีกครั้ง รู้สึกสดชื่นมากเลย ~~ 

คนทีผ่าตัดโครงหน้ามาเหมือนเราก็ทำความสะอาดด้วยตัวเองได้นะคะ
เพราะเราจะรู้น้ำหนักมือ และความเจ็บของตัวเราได้ค่ะ
ทีนี่รู้สึกเบาขึ้น สบายตัวมากๆ เลยค่ะ
yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 19
หลังศัลยกรรมวันที่3

 


      อาการบวม และรอยช้ำใต้ตา เริ่มเห็นได้ชัดเจน ความรู้สึกเจ็บไม่มีเลยค่ะ แต่เป็นเพราะความบวมเลยทำให้ไม่สามารถขยับหน้าได้เหมือนปกติ  อ้าปากก็ยังทำไม่ได้ 555 เวลาพูดแค่ขยับริมฝีปากเท่านั้นค่ะ ตอนกินเราน้ำ เราจะใช้แก้วกระดาษพับปากเป็ดแล้วกระดกกลืน

อาหารที่เราทานบ่อยๆ จะเป็นนมและน้ำฟักทอง100% ที่เกาหลีเชื่อว่าจะสามารถช่วยลดบวมได้ค่ะ
 
 


ไม่เพียงแต่น้ำฟักทองเท่านั้น ยังมีน้ำมะพร้าวสด สาหร่าย และถั่วแดงอีกด้วยค่ะ …
ที่เกาหลีมีโจ๊กฟักทอง และโจ๊กถั่วแดงสำเร็จรูป หาซื้อได้ง่ายๆ และรสชาติอร่อยด้วยค่ะ

หลังศัลยกรรมวันที่4

   ด้วยความที่เราไม่ได้สระผมมาแล้วถึง4 วัน เราทนไม่ไหวค่ะ
เลยคิดว่าวันนี้เราจะลองมาอาบน้ำ สระผมและล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้ากันนะคะ 

 


เราอยากทำให้การทำศัลยกรรมครั้งนี้ไม่เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอยากจะหายเป็นปกติเร็วที่สุดค่ะ โดยเริ่มที่การสระผมเราจะไม่ก้มหน้าสระ ให้เงยหน้าขึ้น ขยี้หนังศีรษะเบาๆ นวดๆ วนไปค่ะ พยายามเลี่ยงบริเวณที่มีแผลกรีด ตรงจอนผมนะคะ
พอเสร็จแล้วรีบใช้ผ้าสะอาดซับให้แห้ง เป่าลมเย็นเพื่อให้ผมแห้งค่ะ

ส่วนใบหน้าใช้โฟมล้างหน้าตีฟองนุ่มๆ ก่อน แล้วนวดหน้าเบาๆ ค่ะ
ตอนนี้หน้าจะระบม แค่มือลูบผ่านก็รู้สึกเสียวๆ เล็กน้อยค่ะ ล้างเสร็จก็ซับให้แห้งอีกครั้ง รู้สึกสดชื่นมากเลย ~~ 

คนทีผ่าตัดโครงหน้ามาเหมือนเราก็ทำความสะอาดด้วยตัวเองได้นะคะ
เพราะเราจะรู้น้ำหนักมือ และความเจ็บของตัวเราได้ค่ะ
ทีนี่รู้สึกเบาขึ้น สบายตัวมากๆ เลยค่ะ
yuna.jjue
31 มีนาคม 2020
หลังศัลยกรรมวันที่ 5

วันนี้เตรียมตัวออกไปเที่ยวกันค่ะ 
อาบน้ำแต่งตัวและไม่ลืมหยิบน้ำยาบ้วนปากที่ทางโรงพยาบาลให้ไปด้วยทุกที่ค่ะ
ไปข้างนอกเราก็ควรอย่าลืมดูแลช่องปากด้วยนะคะ 

 


อาหารเช้าเราจะกินเป็นนม และกล้วยบด1-2ลูก
เอาแต่เนื้อนิ่มๆข้างนอกค่ะ กล้วยแกนข้างในจะแข็งเราลองทานแล้ว
ทานไม่ได้ค่ะ การกัดยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ
รู้สึกเป็นปัญหาอยู่บ้าง เวลาทานข้าวกับเพื่อน
เห็นคนอื่นเขาทานอย่างอร่อยแอบรู้สึกว่าอยากทานด้วย
แต่ต้องอดทน มองคนอื่นทานอย่างอร่อย ก็สบายใจแล้วค่ะ

 


มื้อกลางวัน แวะเข้ามานั่งชิวที่ร้านกาแฟ สั่งแก้วเดียวนั่งยาวๆค่ะ 5555
สั่งเป็นช๊อกโกแลตเย็น เอามาทานกับกล้วยบด
เป็นอะไรที่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 


มื้อเย็น มาต่อที่เนื้อซี่โครง ที่ได้แต่นั่งมองคนอื่นทานเช่นเดิม
อย่างเราทานได้แค่ไข่ตุ๋นนุ่มๆ หมดนี่ก็รู้สึกอิ่มท้องได้นานเลยค่ะ 

 


ถามว่าทานแค่นี้เองจะอิ่มไหม ?? มันไม่อิ่มค่ะ
แต่เราเลือกกินระหว่างมื้อด้วย นับโดยรวมเล้ว เรากินเกือบ 5-7 ครั้งเลยทีเดียว
เพราะทานแต่ละครั้งนิดๆหน่อย พอรู้สึกหิวแล้วก็อัดนมรองท้อง
เพราะเราต้องทานยาหลังอาหาร3มื้อ
กลัวว่าถ้าท้องว่างแล้วยาจะกัดกระเพราะค่ะ


หลังศัลยกรรมวันที่ 6

ใบหน้ารู้สึกได้ว่าลดบวมลงมานิดหน่อยค่ะ
ส่วนใต้ตาความเขียวช้ำเริ่มกลายเป็นสีเหลืองลงมาหน้าแก้ม
และลำคอเรื่อยๆ ส่วนตาซ้ายที่มีการห้อเลือด
คลายลงไปเกือบจะหายสนิทดีแล้ว เหลือแต่ส่วนตาข้างขวาที่ยังมีรอยเลือดชัดเจน
เรายังคงต้องประคบเย็นต่อไปเรื่อยๆนะคะ

 


การดูแลผิวหน้าของเราสามารถทาครีมบำรุงได้ตามปกติค่ะ
ทาครีมกันแดดเมื่อออกไปข้างนอกได้
เพื่อลดไม่ให้แสงแดดมาทำร้ายผิวโดยตรง ทำให้ความช้ำสีคล้ำขึ้น
ก่อนนอนคืนนี้เราเลือกใช้มาร์คหน้า Banobagi Injection Mask Water Glow
เอาไปแช่เย็นแล้วแปะ ฟินมากเลยค่ะ
ดูแลผิวหน้า และลดบวมไปในตัวด้วย ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ....

 
yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 19
หลังศัลยกรรมวันที่ 5

วันนี้เตรียมตัวออกไปเที่ยวกันค่ะ 
อาบน้ำแต่งตัวและไม่ลืมหยิบน้ำยาบ้วนปากที่ทางโรงพยาบาลให้ไปด้วยทุกที่ค่ะ
ไปข้างนอกเราก็ควรอย่าลืมดูแลช่องปากด้วยนะคะ 

 


อาหารเช้าเราจะกินเป็นนม และกล้วยบด1-2ลูก
เอาแต่เนื้อนิ่มๆข้างนอกค่ะ กล้วยแกนข้างในจะแข็งเราลองทานแล้ว
ทานไม่ได้ค่ะ การกัดยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ
รู้สึกเป็นปัญหาอยู่บ้าง เวลาทานข้าวกับเพื่อน
เห็นคนอื่นเขาทานอย่างอร่อยแอบรู้สึกว่าอยากทานด้วย
แต่ต้องอดทน มองคนอื่นทานอย่างอร่อย ก็สบายใจแล้วค่ะ

 


มื้อกลางวัน แวะเข้ามานั่งชิวที่ร้านกาแฟ สั่งแก้วเดียวนั่งยาวๆค่ะ 5555
สั่งเป็นช๊อกโกแลตเย็น เอามาทานกับกล้วยบด
เป็นอะไรที่อร่อยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 


มื้อเย็น มาต่อที่เนื้อซี่โครง ที่ได้แต่นั่งมองคนอื่นทานเช่นเดิม
อย่างเราทานได้แค่ไข่ตุ๋นนุ่มๆ หมดนี่ก็รู้สึกอิ่มท้องได้นานเลยค่ะ 

 


ถามว่าทานแค่นี้เองจะอิ่มไหม ?? มันไม่อิ่มค่ะ
แต่เราเลือกกินระหว่างมื้อด้วย นับโดยรวมเล้ว เรากินเกือบ 5-7 ครั้งเลยทีเดียว
เพราะทานแต่ละครั้งนิดๆหน่อย พอรู้สึกหิวแล้วก็อัดนมรองท้อง
เพราะเราต้องทานยาหลังอาหาร3มื้อ
กลัวว่าถ้าท้องว่างแล้วยาจะกัดกระเพราะค่ะ


หลังศัลยกรรมวันที่ 6

ใบหน้ารู้สึกได้ว่าลดบวมลงมานิดหน่อยค่ะ
ส่วนใต้ตาความเขียวช้ำเริ่มกลายเป็นสีเหลืองลงมาหน้าแก้ม
และลำคอเรื่อยๆ ส่วนตาซ้ายที่มีการห้อเลือด
คลายลงไปเกือบจะหายสนิทดีแล้ว เหลือแต่ส่วนตาข้างขวาที่ยังมีรอยเลือดชัดเจน
เรายังคงต้องประคบเย็นต่อไปเรื่อยๆนะคะ

 


การดูแลผิวหน้าของเราสามารถทาครีมบำรุงได้ตามปกติค่ะ
ทาครีมกันแดดเมื่อออกไปข้างนอกได้
เพื่อลดไม่ให้แสงแดดมาทำร้ายผิวโดยตรง ทำให้ความช้ำสีคล้ำขึ้น
ก่อนนอนคืนนี้เราเลือกใช้มาร์คหน้า Banobagi Injection Mask Water Glow
เอาไปแช่เย็นแล้วแปะ ฟินมากเลยค่ะ
ดูแลผิวหน้า และลดบวมไปในตัวด้วย ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ....

 
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้