เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเสริมจมูก
อัพสวยก่อนเปิดเทอมที่เกาหลี (ผ่าตัดโครงหน้า3จุด +แก้จมูก +ทำตา+เอนโดไทน์หน้าผาก)
ตอบ5 อ่าน170
kswk
18 พฤษภาคม 2020
ก่อนศัลยกรรม

 

สวัสดีค่าา ทุกคน วันนี้เราจะมาเล่าถึงการตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่คงจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย

คือจริงๆเราเคยทำจมูกมาแล้วครั้งนึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี1 ก็ผ่านมา5ปีแล้ว แอบคิดมาตลอดว่าอยากทำตาสองชั้นเพิ่ม แล้วก็ทุบหน้าทำวีไลน์หลังจากหางานทำมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว

 

แต่ระหว่างนั้นเวลาแต่งหน้าเราก็จะติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นตลอด ทรงผมก็จะเป็นทรงที่ปิดแก้ม ปิดหน้าให้มากที่สุดเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหน้าบาน จะโดนแซวเรื่องทำผมปิดหน้าตลอดเลยสมัยเรียน จริงๆ ไม่ค่อยอยากยิ้มเห็นฟันเวลาถ่ายรูปเลย เพราะหน้าจะบานประมาณนี้ 5555

 


พอมีโอกาสมาเรียนภาษา+ต่อโทที่เกาหลี ก็ได้รู้จักเพื่อนคนนึงที่ทำงานที่บาโนบากิ ด้วยความที่เราก็สนใจเรื่องศัลยกรรมเป็นทุนเดิม ช่วงปิดเทอมเบื่อๆเพื่อนก็เลยแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษากับคุณหมอดูก่อน เผื่อสนใจอยากทำก็จะได้มีเวลาพักฟื้นเต็มที่
เลยลองเข้ามาปรึกษาโดยตั้งโจทย์ไว้ตอนแรกว่าอยากทำแค่โครงหน้า(ให้หน้าเล็กลง)+ตาสองชั้น

 

ตอนแรกก็เข้าไปปรึกษาก้บคุณหมอโอชางฮยอนก่อน คุณหมอให้กำลังใจดีมากๆ ก็บอกว่าทำโครงหน้ามาจะสวยขึ้นแน่ๆ เป็นกำลังใจที่ดีหนึ่งสเต็ปแรก
 

หลังจากนั้นก็มาพบคุณหมอปาร์คเพื่อปรึกษาเรื่องทำตาสองชั้น เราอยากได้ชั้นตาที่เห็นชัดเลย เพราะเราเป็นคนชอบแต่งตามากๆ เวลาแต่งหน้าจะต้องติดขนตาตลอด งานธรรมชาติอะไรไม่รู้จัก 5555 แต่ก็ไม่อยากได้แบบเป็นหอยแครงบวมๆปูดๆ

 


พอมาคุยจริงๆคุณหมอบอกว่าเนื้อที่ระหว่างตากับคิ้วเรามันน้อยมาก และเราเป็นคนหน้าผากแคบด้วย คุณหมอจึงแนะนำให้เอนโดไทน์หน้าผากเพิ่ม เพื่อให้เวลาทำตาสองชั้นออกมาตาจะดูสวย และรูปหน้าได้สัดส่วนที่ดีมากขึ้น

นอกจากนี้ก็ยังแนะนำให้แก้จมูกด้วยจ้า ฮือ คุณหมอบอกว่าจมูกเราสั้นไป แล้วก็ปีกจมูกกว้าง จริงๆเราเห็นด้วยเลยแหละ 100% แต่เคยได้ยินมาว่าเคสแก้นี่เจ็บกว่าทำครั้งแรกมากๆ เลยแอบไม่ค่อยอยากทำนิดหน่อย แต่คิดไปคิดมา ถ้ามันทำให้เราสวยขึ้นก็เอาวะ!! ตัดสินใจทำตามที่คุณหมอแนะนำทั้งหมดเลย


สรุปลิสต์การทำศัลยกรรมครั้งนี้ของเราก็เป็นตามนี้เลยจ้า

-ตาสองชั้นแบบเย็บจุด
-แก้จมูก(เอาซิลิโคนเก่าออก+ใช้กระดูกอ่อนหลังหูตกแต่งปลาย) +ลดปีกจมูก+รวบปลายจมูก
-Endotineหน้าผาก
-โครงหน้า(กราม+คาง+โหนกแก้ม)

ระหว่างนี้เราก็มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจอยู่ 5วัน อยากกินอะไร เรากินเข้าไปตุนเยอะมากก่อนที่ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดจะกินของอร่อยๆไม่ได้เลย เพราะเราสามารถทานอาหารและน้ำได้ถึงแค่เที่ยงคืนก่อนวันผ่าเท่านั้นเอง

มาลุ้นไปพร้อมๆกันจ้า ว่าการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะออกมาเป็นยังไง ><

kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
ก่อนศัลยกรรม

 

สวัสดีค่าา ทุกคน วันนี้เราจะมาเล่าถึงการตัดสินใจทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่คงจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย

คือจริงๆเราเคยทำจมูกมาแล้วครั้งนึงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยปี1 ก็ผ่านมา5ปีแล้ว แอบคิดมาตลอดว่าอยากทำตาสองชั้นเพิ่ม แล้วก็ทุบหน้าทำวีไลน์หลังจากหางานทำมีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว

 

แต่ระหว่างนั้นเวลาแต่งหน้าเราก็จะติดสติ๊กเกอร์ตาสองชั้นตลอด ทรงผมก็จะเป็นทรงที่ปิดแก้ม ปิดหน้าให้มากที่สุดเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนหน้าบาน จะโดนแซวเรื่องทำผมปิดหน้าตลอดเลยสมัยเรียน จริงๆ ไม่ค่อยอยากยิ้มเห็นฟันเวลาถ่ายรูปเลย เพราะหน้าจะบานประมาณนี้ 5555

 


พอมีโอกาสมาเรียนภาษา+ต่อโทที่เกาหลี ก็ได้รู้จักเพื่อนคนนึงที่ทำงานที่บาโนบากิ ด้วยความที่เราก็สนใจเรื่องศัลยกรรมเป็นทุนเดิม ช่วงปิดเทอมเบื่อๆเพื่อนก็เลยแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษากับคุณหมอดูก่อน เผื่อสนใจอยากทำก็จะได้มีเวลาพักฟื้นเต็มที่
เลยลองเข้ามาปรึกษาโดยตั้งโจทย์ไว้ตอนแรกว่าอยากทำแค่โครงหน้า(ให้หน้าเล็กลง)+ตาสองชั้น

 

ตอนแรกก็เข้าไปปรึกษาก้บคุณหมอโอชางฮยอนก่อน คุณหมอให้กำลังใจดีมากๆ ก็บอกว่าทำโครงหน้ามาจะสวยขึ้นแน่ๆ เป็นกำลังใจที่ดีหนึ่งสเต็ปแรก
 

หลังจากนั้นก็มาพบคุณหมอปาร์คเพื่อปรึกษาเรื่องทำตาสองชั้น เราอยากได้ชั้นตาที่เห็นชัดเลย เพราะเราเป็นคนชอบแต่งตามากๆ เวลาแต่งหน้าจะต้องติดขนตาตลอด งานธรรมชาติอะไรไม่รู้จัก 5555 แต่ก็ไม่อยากได้แบบเป็นหอยแครงบวมๆปูดๆ

 


พอมาคุยจริงๆคุณหมอบอกว่าเนื้อที่ระหว่างตากับคิ้วเรามันน้อยมาก และเราเป็นคนหน้าผากแคบด้วย คุณหมอจึงแนะนำให้เอนโดไทน์หน้าผากเพิ่ม เพื่อให้เวลาทำตาสองชั้นออกมาตาจะดูสวย และรูปหน้าได้สัดส่วนที่ดีมากขึ้น

นอกจากนี้ก็ยังแนะนำให้แก้จมูกด้วยจ้า ฮือ คุณหมอบอกว่าจมูกเราสั้นไป แล้วก็ปีกจมูกกว้าง จริงๆเราเห็นด้วยเลยแหละ 100% แต่เคยได้ยินมาว่าเคสแก้นี่เจ็บกว่าทำครั้งแรกมากๆ เลยแอบไม่ค่อยอยากทำนิดหน่อย แต่คิดไปคิดมา ถ้ามันทำให้เราสวยขึ้นก็เอาวะ!! ตัดสินใจทำตามที่คุณหมอแนะนำทั้งหมดเลย


สรุปลิสต์การทำศัลยกรรมครั้งนี้ของเราก็เป็นตามนี้เลยจ้า

-ตาสองชั้นแบบเย็บจุด
-แก้จมูก(เอาซิลิโคนเก่าออก+ใช้กระดูกอ่อนหลังหูตกแต่งปลาย) +ลดปีกจมูก+รวบปลายจมูก
-Endotineหน้าผาก
-โครงหน้า(กราม+คาง+โหนกแก้ม)

ระหว่างนี้เราก็มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจอยู่ 5วัน อยากกินอะไร เรากินเข้าไปตุนเยอะมากก่อนที่ช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดจะกินของอร่อยๆไม่ได้เลย เพราะเราสามารถทานอาหารและน้ำได้ถึงแค่เที่ยงคืนก่อนวันผ่าเท่านั้นเอง

มาลุ้นไปพร้อมๆกันจ้า ว่าการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะออกมาเป็นยังไง ><

kswk
25 พฤษภาคม 2020
วันผ่าตัด

เรามีนัดผ่าตัดตอน 9 โมง แต่ไปถึงรพ.ตั้งแต่ 8โมงกว่าเพื่อเตรียมตัวก่อน ไปถึงก็เปลี่ยนเป็นชุดของรพ. ต้องถอดหมดทุกอย่างเลย ส่วนกางเกงในก็ใส่เป็นกกน.กระดาษเอา เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปเป็นรอบสุดท้ายก่อนเข้าผ่าตัด

 


เราเริ่มจากการทำตาก่อน ก็เข้าไปคุยกับหมอปาร์คชินกีอีกรอบนึงก่อนให้เข้าใจตรงกันว่าสรุปแล้วอยากได้ตาแบบไหน เราก็เปิดรูปนางแบบที่ชอบให้คุณหมอดูอีกทีแล้วย้ำว่าขอแบบนี้นะคะหมอ ด้วยความที่พื้นที่ระหว่างตากับคิ้วเราน้อยมาก หมอก็แอบหนักใจนิดนึงแต่ก็ตกปากรับคำว่าจะทำออกมาให้ได้ตามใจเรามากที่สุด คุยเสร็จก็ลงไปที่ห้องผ่าตัดเลยค่ะ

 



หลังจากออกจากห้องผ่าตัด

ช่วงเวลาที่ทำตานี่จะรู้สึกตัวตลอดเลยนะคะ จะใช้เป็นการฉีดยาชาแทน ช่วงฉีดยาชานี่บอกเลยว่าเจ็บมาก อยากจะกรี๊ด ระหว่างทำหมอก็จะบอกให้หลับตาลืมตาอยู่ตลอดเพื่อคอยวัดชั้นตา

แล้วด้วยความที่เราพอจะพูดภาษาเกาหลีได้คุณหมอก็ชวนคุยตลอดเลย

เพื่อให้เราไม่โฟกัสที่การผ่าตัด จะได้ไม่แพนิค คุณหมอใจดีมากๆค่ะ

หลังจากทำตาเสร็จเราว่าใช้เวลาน่าจะประมาณครึ่งชม. ก็ย้ายไปห้องผ่าตัดโครงหน้า+ทำจมูกต่อทันทีเลย ขั้นตอนนี้พยาบาลมารุมล้อมเราเยอะมากๆ เขาก็แจ้งว่าจะทำอะไรกับเราบ้าง แล้วพอถึงตอนบอกว่าจะฉีดยาสลบนะ พูดเสร็จปุ๊บไม่เกินราทีนึงเราก็ภาพตัดแล้วค่ะ

เรารู้สึกตัวตอนอยู่ในห้องพักฟื้นประมาณ 3ทุ่มเห็นจะได้

แต่ตื่นขึ้นมาก็ยังกินน้ำไม่ได้เลย ต้องรอ 5ทุ่มถึงจะเริ่มกินอะไรได้

 


พี่ล่ามก็เข้ามาอธิบายวิธีการทายา ดูแลตัวเองช่วงหลังผ่าตัดให้ฟัง เรายังไม่ค่อยมีสติเลยให้พี่เขาอัดเป็นวิดีโอไว้ให้ดูทีหลัง เพราะฉะนั้นใครที่มาคนเดียวไม่มีคนดูแลไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยจ้า

ช่วงระหว่างรอเวลาให้ถึง5ทุ่มนี่ ทรมานมาก คอแห้งไปหมด คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้กินน้ำ ระหว่างนี้เราเลยนอนประคบเย็นรอไปก่อน พอ5ทุ่มก็เริ่มจิบน้ำ แล้วก็ดื่มนมนิดหน่อย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่เราลุกนั่ง หรือเดินไปเข้าห้องน้ำจะเวียนหัวมากๆ แล้วก็อาเจียนเอาทุกสิ่งที่ดื่มเข้าไปออกมาหมดเลย รวมถึงพวกเสมหะที่เป็นเลือดด้วย

สรุปคือคืนแรกดื่มอะไรเข้าไปคือมีค่า = 0 เพราะเราอาเจียนออกหมด

ตอนที่อยู่รพ.คือแทบไม่ได้นอนเลยเพราะรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา

เราไม่มีคนมาอยู่ดูแลก็ต้องคอยกดเรียกพยาบาลตลอด

เวลาจะขอน้ำ นม หรือที่ประคบเย็นสามารถเรียกเขาได้ตลอดเลย

kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
วันผ่าตัด

เรามีนัดผ่าตัดตอน 9 โมง แต่ไปถึงรพ.ตั้งแต่ 8โมงกว่าเพื่อเตรียมตัวก่อน ไปถึงก็เปลี่ยนเป็นชุดของรพ. ต้องถอดหมดทุกอย่างเลย ส่วนกางเกงในก็ใส่เป็นกกน.กระดาษเอา เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปเป็นรอบสุดท้ายก่อนเข้าผ่าตัด

 


เราเริ่มจากการทำตาก่อน ก็เข้าไปคุยกับหมอปาร์คชินกีอีกรอบนึงก่อนให้เข้าใจตรงกันว่าสรุปแล้วอยากได้ตาแบบไหน เราก็เปิดรูปนางแบบที่ชอบให้คุณหมอดูอีกทีแล้วย้ำว่าขอแบบนี้นะคะหมอ ด้วยความที่พื้นที่ระหว่างตากับคิ้วเราน้อยมาก หมอก็แอบหนักใจนิดนึงแต่ก็ตกปากรับคำว่าจะทำออกมาให้ได้ตามใจเรามากที่สุด คุยเสร็จก็ลงไปที่ห้องผ่าตัดเลยค่ะ

 



หลังจากออกจากห้องผ่าตัด

ช่วงเวลาที่ทำตานี่จะรู้สึกตัวตลอดเลยนะคะ จะใช้เป็นการฉีดยาชาแทน ช่วงฉีดยาชานี่บอกเลยว่าเจ็บมาก อยากจะกรี๊ด ระหว่างทำหมอก็จะบอกให้หลับตาลืมตาอยู่ตลอดเพื่อคอยวัดชั้นตา

แล้วด้วยความที่เราพอจะพูดภาษาเกาหลีได้คุณหมอก็ชวนคุยตลอดเลย

เพื่อให้เราไม่โฟกัสที่การผ่าตัด จะได้ไม่แพนิค คุณหมอใจดีมากๆค่ะ

หลังจากทำตาเสร็จเราว่าใช้เวลาน่าจะประมาณครึ่งชม. ก็ย้ายไปห้องผ่าตัดโครงหน้า+ทำจมูกต่อทันทีเลย ขั้นตอนนี้พยาบาลมารุมล้อมเราเยอะมากๆ เขาก็แจ้งว่าจะทำอะไรกับเราบ้าง แล้วพอถึงตอนบอกว่าจะฉีดยาสลบนะ พูดเสร็จปุ๊บไม่เกินราทีนึงเราก็ภาพตัดแล้วค่ะ

เรารู้สึกตัวตอนอยู่ในห้องพักฟื้นประมาณ 3ทุ่มเห็นจะได้

แต่ตื่นขึ้นมาก็ยังกินน้ำไม่ได้เลย ต้องรอ 5ทุ่มถึงจะเริ่มกินอะไรได้

 


พี่ล่ามก็เข้ามาอธิบายวิธีการทายา ดูแลตัวเองช่วงหลังผ่าตัดให้ฟัง เรายังไม่ค่อยมีสติเลยให้พี่เขาอัดเป็นวิดีโอไว้ให้ดูทีหลัง เพราะฉะนั้นใครที่มาคนเดียวไม่มีคนดูแลไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยจ้า

ช่วงระหว่างรอเวลาให้ถึง5ทุ่มนี่ ทรมานมาก คอแห้งไปหมด คิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะได้กินน้ำ ระหว่างนี้เราเลยนอนประคบเย็นรอไปก่อน พอ5ทุ่มก็เริ่มจิบน้ำ แล้วก็ดื่มนมนิดหน่อย แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร ทุกครั้งที่เราลุกนั่ง หรือเดินไปเข้าห้องน้ำจะเวียนหัวมากๆ แล้วก็อาเจียนเอาทุกสิ่งที่ดื่มเข้าไปออกมาหมดเลย รวมถึงพวกเสมหะที่เป็นเลือดด้วย

สรุปคือคืนแรกดื่มอะไรเข้าไปคือมีค่า = 0 เพราะเราอาเจียนออกหมด

ตอนที่อยู่รพ.คือแทบไม่ได้นอนเลยเพราะรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา

เราไม่มีคนมาอยู่ดูแลก็ต้องคอยกดเรียกพยาบาลตลอด

เวลาจะขอน้ำ นม หรือที่ประคบเย็นสามารถเรียกเขาได้ตลอดเลย

kswk
08 มิถุนายน 2020
22.03 วันที่ 1

 

ช่วงประมาณ7โมงพยาบาลเข้ามาเช็ดแผลที่ตา จมูก หลังหูให้ ไม่กล้าลืมตาเลย เสียวมากๆ แอบเจ็บด้วย ฮือ แล้วเขาก็เปลี่ยนน้ำเกลือให้ถุงสุดท้าย ถ้าน้ำเกลือหมดก้ออกจากรพ.ได้เลย

 

เราออกจากรพ.ประมาณ11โมง ช่วงที่นั่งแท็กซี่กลับที่พักนี่ทรมานมาก ยังอ๊องๆอยู่แล้วแท็กซี่เกาหลีคือขึ้นชื่อเรื่องขับไม่ดีอยู่แล้ว แนะนำเลยว่าใครมาทำหน้าให้หาที่พักใกล้รพ.แบบไม่ต้องนั่งรถไกลๆจะดีกว่า เวลาออกจากรพ.หรือเข้ามาเช็คอัพจะได้ไม่ลำบาก

 

เราซื้อนมกล้วยเตรียมไว้หลายขวดมาก+นมถั่วเหลืองที่รพ.ให้มา จริงๆเห็นคนอื่นรีวิวเขากินน้ำฟักทองกันแต่เราหาซื้อไม่ได้เลย เลยดื่มเป็นพวกนี้แทน หลังถอดสายเลือดออกเขางดดื่มอะไร6ชม.เลย เราเริ่มดื่มน้ำได้ก็คือ บ่าย3เป็นต้นไปก็เลยจิบน้ำกับนมไปนิดหน่อย เพราะเจ็บคอด้วย ดื่มได้ไม่เยอะ

 
 


จะกลืนน้ำลาย กลืนอะไรลงไปทำยากมากกกกกกก เพราะคอแห้งสุดๆ คงด้วยฤทธิ์ยาสลบ เสมหะที่เป็นเลือดเยอะมากๆต้องคอยบ้วนน้ำ บ้วนปากเอาเสมหะออกมาตลอด แล้วต้องทำให้คอชุ่มไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ทรมานไปมากกว่าเดิม

 

ด้วยความที่พึ่งออกจากรพ.ยังปวดๆอยู่มากละก็ยังอ๊องอยู่เราเลยอยู่แต่ในห้อง แต่พยายามไม่อยู่เฉยๆ ไม่อยากให้หน้าบวม ห้องเราค่อนข้างกว้าง เลยเดินรอบห้องเอาแทน + ลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆนี่ก็คิดว่าน่าจะช่วยเหมือนกัน

 

❤ ❤ ❤ ❤

23.03 วันที่ 2

 

รู้สึกเจ็บไปทั้งหน้าเลย เวลานอนคือลำบากมากๆ ไม่รู้จะจัดท่านอนยังไง คือตอนนั่งหรือเดินยังไม่เจ็บมากแต่พอหัวถึงหมอนปุ๊บ เจ็บไปหมดจนนอนไม่ได้ บ่ายๆเลยตัดสินใจกินพาราไป2เม็ด ก็ดีขึ้นแฮะ รู้งี้กินตั้งนานแล้ว

 

พอบ่าย2 ถึงเวลาที่แกะเทปใต้คางออกได้ เลยเริ่มจากการเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบหน้าซัก5นาทีก่อนละค่อยๆลอกออก เจ็บมากๆจ้า ใช้เวลาทำใจค่อยๆดึงไปชั่วโมงกว่า ขนาดเอาน้ำอุ่น+เบบี้ออยทาช่วยแล้วนะ เอาออกเสร็จโล่งเลย แต่หน้าก็ยังมีคราบกาวอยู่ ต้องใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำค่อยๆเช็ดออก หลังจากนั้นเราก็เอาโทนเนอร์ค่อยๆเช็ดทำความสะอาดหน้า เพราะว่ายังล้างหน้าไม่ได้เนอะ หน้ายังมีรอยปากกาเมจิกละก็คราบเบตาดีนอยู่เลย ก้ต็องค่อยๆเช็ดกันไป

 
 


ช่วงเย็นเราออกไปเดินห้างแถวบ้าน 30นาทีเพื่อลดบวม ขนาดใส่แมสปิดหน้าแล้วคนก็ยังแอบตกใจกันอยู่555 คงเพราะสภาพเราเหมือนซอมบี้ด้วยแหละ

 

กลับเข้ามาก็ดื่มนม 2กล่องเป็นมื้อเย็น กินยา ทายา ประคบเย็นก่อนนอน


 


 เรานอนเร็วมากประมาณ 2ทุ่มครึ่ง แล้วด้วยความที่เวลานอนมันเจ็บหัวเจ็บหน้ามากๆ ไม่สบายตัวไปหมด เลยตื่นค่อนข้างบ่อย

 

ตื่นทีก็จะมาบ้วนปาก เข้าห้องน้ำ เช็ดน้ำมูก สรุปได้นอนไม่เต็มอิ่มเหมือนเดิม ก็ต้องอดทนเอา ท่องไว้ว่าเพื่อความสวย

  ❤ ❤ ❤ ❤

24.03 วันที่ 3

 

วันนี้ตื่นมาน้ำตาไหลเต็มเบ้าตาเลย ทำให้มันแห้งเป็นขี้ตาเกือบลืมตาไม่ขึ้น ต้องใช้คอตต้อนบัตจุ่มน้ำอุ่นเช็ดออกก่อน

 

ส่วนหน้าบวมก็ขึ้นจากเมื่อวาน แงง คางมี2 ชั้นเฉย แล้วก็น้ำมูกไหลเยอะมากๆ เช็ดเสร็จไม่เกิน5นาทีก็ไหลอีกแล้ว เช็ดน้ำมูกกันทั้งวันไม่ต้องทำอะไรเลย

 


แต่อาการคอแห้งกับเสมหะที่เป็นเลือดเริ่มน้อยลง แต่ก็ยังมีเสมหะอยู่นิดหน่อย เราดื่มน้ำเยอะๆเอา เอาจริงๆในหัวคิดตลอดเลยว่าอยากกินนู่นนี่ แต่ถึงเวลาจะยัดอะไรเข้าไปในปากนี่ไม่อยากจะทำ เอาเข้าปากว่ายากแล้ว กลืนลงไปยากกว่า แล้วด้วยความที่หน้ามันชาไปทั้งหน้าเลย เลยยิ่งไม่ค่อยอยากกินอะไรเข้าไปอีก ผอมแน่ๆ คราวนี้ โดยเฉพาะตรงปาก ชามาก ช่วงแถวปาก คางนี่คือตึงสุด กลืนน้ำลายทีเหนื่อยเลย

 

แอบปวดจี๊ดๆแถวหน้าผากด้วยวันนี้ อาการบวมปวดนี่สวิงขึ้นลงอยากที่พี่ที่รพ.บอกจริงๆด้วย ฮือ ㅠㅡㅠ

 

เริ่มเบื่อการดื่มได้แค่นม ตอนเย็นเลยไปซื้อทีรามิสุมาลองกินเพราะคิดว่ามันนิ่มๆน่าจะกินได้ สรุปกินได้แค่ครีมข้างบน ด้านล่างมันเป็นเนื้อเค้ก ถึงจะนิ่มเราก็ยังอ้าปากกว้างไม่ค่อยได้ พยายามเอาลงไปผสมกับนมก็แล้ว ก็ยังกินได้นิดเดียว เรายอมแพ้เลย ทนกินแต่นมเหมือนเดิมดีกว่า

 



กินเสร็จกะจะไปเดินเล่นแถวยอนนัมดงซักหน่อย แต่ช่วงนี้เกาหลีอากาศเริ่มอุ่นขึ้น คนออกมาเดินเยอะมาก แถมคนไม่ใส่หน้ากากก็เยอะ เรารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยต่อตัวเรามาก เลยเดินยืดเส้นยืดสายในห้องแทนดีกว่า
kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
22.03 วันที่ 1

 

ช่วงประมาณ7โมงพยาบาลเข้ามาเช็ดแผลที่ตา จมูก หลังหูให้ ไม่กล้าลืมตาเลย เสียวมากๆ แอบเจ็บด้วย ฮือ แล้วเขาก็เปลี่ยนน้ำเกลือให้ถุงสุดท้าย ถ้าน้ำเกลือหมดก้ออกจากรพ.ได้เลย

 

เราออกจากรพ.ประมาณ11โมง ช่วงที่นั่งแท็กซี่กลับที่พักนี่ทรมานมาก ยังอ๊องๆอยู่แล้วแท็กซี่เกาหลีคือขึ้นชื่อเรื่องขับไม่ดีอยู่แล้ว แนะนำเลยว่าใครมาทำหน้าให้หาที่พักใกล้รพ.แบบไม่ต้องนั่งรถไกลๆจะดีกว่า เวลาออกจากรพ.หรือเข้ามาเช็คอัพจะได้ไม่ลำบาก

 

เราซื้อนมกล้วยเตรียมไว้หลายขวดมาก+นมถั่วเหลืองที่รพ.ให้มา จริงๆเห็นคนอื่นรีวิวเขากินน้ำฟักทองกันแต่เราหาซื้อไม่ได้เลย เลยดื่มเป็นพวกนี้แทน หลังถอดสายเลือดออกเขางดดื่มอะไร6ชม.เลย เราเริ่มดื่มน้ำได้ก็คือ บ่าย3เป็นต้นไปก็เลยจิบน้ำกับนมไปนิดหน่อย เพราะเจ็บคอด้วย ดื่มได้ไม่เยอะ

 
 


จะกลืนน้ำลาย กลืนอะไรลงไปทำยากมากกกกกกก เพราะคอแห้งสุดๆ คงด้วยฤทธิ์ยาสลบ เสมหะที่เป็นเลือดเยอะมากๆต้องคอยบ้วนน้ำ บ้วนปากเอาเสมหะออกมาตลอด แล้วต้องทำให้คอชุ่มไว้ด้วยเพื่อไม่ให้ทรมานไปมากกว่าเดิม

 

ด้วยความที่พึ่งออกจากรพ.ยังปวดๆอยู่มากละก็ยังอ๊องอยู่เราเลยอยู่แต่ในห้อง แต่พยายามไม่อยู่เฉยๆ ไม่อยากให้หน้าบวม ห้องเราค่อนข้างกว้าง เลยเดินรอบห้องเอาแทน + ลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆนี่ก็คิดว่าน่าจะช่วยเหมือนกัน

 

❤ ❤ ❤ ❤

23.03 วันที่ 2

 

รู้สึกเจ็บไปทั้งหน้าเลย เวลานอนคือลำบากมากๆ ไม่รู้จะจัดท่านอนยังไง คือตอนนั่งหรือเดินยังไม่เจ็บมากแต่พอหัวถึงหมอนปุ๊บ เจ็บไปหมดจนนอนไม่ได้ บ่ายๆเลยตัดสินใจกินพาราไป2เม็ด ก็ดีขึ้นแฮะ รู้งี้กินตั้งนานแล้ว

 

พอบ่าย2 ถึงเวลาที่แกะเทปใต้คางออกได้ เลยเริ่มจากการเอาผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นประคบหน้าซัก5นาทีก่อนละค่อยๆลอกออก เจ็บมากๆจ้า ใช้เวลาทำใจค่อยๆดึงไปชั่วโมงกว่า ขนาดเอาน้ำอุ่น+เบบี้ออยทาช่วยแล้วนะ เอาออกเสร็จโล่งเลย แต่หน้าก็ยังมีคราบกาวอยู่ ต้องใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำค่อยๆเช็ดออก หลังจากนั้นเราก็เอาโทนเนอร์ค่อยๆเช็ดทำความสะอาดหน้า เพราะว่ายังล้างหน้าไม่ได้เนอะ หน้ายังมีรอยปากกาเมจิกละก็คราบเบตาดีนอยู่เลย ก้ต็องค่อยๆเช็ดกันไป

 
 


ช่วงเย็นเราออกไปเดินห้างแถวบ้าน 30นาทีเพื่อลดบวม ขนาดใส่แมสปิดหน้าแล้วคนก็ยังแอบตกใจกันอยู่555 คงเพราะสภาพเราเหมือนซอมบี้ด้วยแหละ

 

กลับเข้ามาก็ดื่มนม 2กล่องเป็นมื้อเย็น กินยา ทายา ประคบเย็นก่อนนอน


 


 เรานอนเร็วมากประมาณ 2ทุ่มครึ่ง แล้วด้วยความที่เวลานอนมันเจ็บหัวเจ็บหน้ามากๆ ไม่สบายตัวไปหมด เลยตื่นค่อนข้างบ่อย

 

ตื่นทีก็จะมาบ้วนปาก เข้าห้องน้ำ เช็ดน้ำมูก สรุปได้นอนไม่เต็มอิ่มเหมือนเดิม ก็ต้องอดทนเอา ท่องไว้ว่าเพื่อความสวย

  ❤ ❤ ❤ ❤

24.03 วันที่ 3

 

วันนี้ตื่นมาน้ำตาไหลเต็มเบ้าตาเลย ทำให้มันแห้งเป็นขี้ตาเกือบลืมตาไม่ขึ้น ต้องใช้คอตต้อนบัตจุ่มน้ำอุ่นเช็ดออกก่อน

 

ส่วนหน้าบวมก็ขึ้นจากเมื่อวาน แงง คางมี2 ชั้นเฉย แล้วก็น้ำมูกไหลเยอะมากๆ เช็ดเสร็จไม่เกิน5นาทีก็ไหลอีกแล้ว เช็ดน้ำมูกกันทั้งวันไม่ต้องทำอะไรเลย

 


แต่อาการคอแห้งกับเสมหะที่เป็นเลือดเริ่มน้อยลง แต่ก็ยังมีเสมหะอยู่นิดหน่อย เราดื่มน้ำเยอะๆเอา เอาจริงๆในหัวคิดตลอดเลยว่าอยากกินนู่นนี่ แต่ถึงเวลาจะยัดอะไรเข้าไปในปากนี่ไม่อยากจะทำ เอาเข้าปากว่ายากแล้ว กลืนลงไปยากกว่า แล้วด้วยความที่หน้ามันชาไปทั้งหน้าเลย เลยยิ่งไม่ค่อยอยากกินอะไรเข้าไปอีก ผอมแน่ๆ คราวนี้ โดยเฉพาะตรงปาก ชามาก ช่วงแถวปาก คางนี่คือตึงสุด กลืนน้ำลายทีเหนื่อยเลย

 

แอบปวดจี๊ดๆแถวหน้าผากด้วยวันนี้ อาการบวมปวดนี่สวิงขึ้นลงอยากที่พี่ที่รพ.บอกจริงๆด้วย ฮือ ㅠㅡㅠ

 

เริ่มเบื่อการดื่มได้แค่นม ตอนเย็นเลยไปซื้อทีรามิสุมาลองกินเพราะคิดว่ามันนิ่มๆน่าจะกินได้ สรุปกินได้แค่ครีมข้างบน ด้านล่างมันเป็นเนื้อเค้ก ถึงจะนิ่มเราก็ยังอ้าปากกว้างไม่ค่อยได้ พยายามเอาลงไปผสมกับนมก็แล้ว ก็ยังกินได้นิดเดียว เรายอมแพ้เลย ทนกินแต่นมเหมือนเดิมดีกว่า

 



กินเสร็จกะจะไปเดินเล่นแถวยอนนัมดงซักหน่อย แต่ช่วงนี้เกาหลีอากาศเริ่มอุ่นขึ้น คนออกมาเดินเยอะมาก แถมคนไม่ใส่หน้ากากก็เยอะ เรารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยต่อตัวเรามาก เลยเดินยืดเส้นยืดสายในห้องแทนดีกว่า
kswk
15 มิถุนายน 2020
25.3 วันที่ 4

 

วันนี้ตื่นมาน้ำมูกก็ยังไหลเยอะเหมือนเดิมเลย ไอบ้าง+เสมหะยังเป็นเลือดอยู่



ด้วยความที่ในตู้เย็นยังมีทีรามิสุเหลืออยู่1ถ้วย เลยจะลองกินดูอีกทีนึงเพราะความเสียดายตัง สรุปรอบนี้กินหมดถ้วยเลยจ้า อาจจะเป็นเพราะว่าหิวด้วยแหละ กินเสร็จก็กินนมและบ้วนปากตามทันที

 


ช่วงบ่ายเราออกไปสระผมแถวรพ. เพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้มากๆ บนหัวมีแต่เบตาดีน แง ไม่อยากเสี่ยงสระแถวบ้านเพราะเรายังไม่ได้แกะแม็กบนหัวออกเพราะทำเอนโดไทน์หน้าผาก กลัวช่างสระผมเขาทำไม่เป็น กะน้ำหนักมือไม่ถูกด้วย ร้านแถวรพ.ไกลบ้านเราไปหน่อยแต่ไม่ต้องพูดเยอะ ช่างเห็นหน้าก็รู้เลยว่าต้องทำยังไงบ้าง สระไดร์ราคา 25,000₩ จ้า


วันนี้แอบมีมื้อเสริม เพราะหิวโหยมากๆ ในกระเพาะมีแต่นมกับน้ำ เราเลยลองซื้อโจ๊กทูน่ามากินหลังสระผมเสร็จ สรุปกินได้แฮะ อร่อยด้วย ช่วยชีวิตไปได้อีกหนึ่งมื้อ ทำให้ไม่เบื่อ ได้สารอาหารครบขึ้นด้วย



แอบรู้สึกผิดที่ช่วงนี้ไม่ได้ออกกำลังกายเลย (ก่อนทำศัลยกรรมเราต้องไปยิมทุกวัน) วันนี้เลยไปเดินเล่นแถวฮงแดประมาณชั่วโมงนึง รู้สึกว่าเดินได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

 

ส่วนมื้อเย็นเราทานเป็นไข่ตุ๋น+นมจืด เบาๆก่อนนอนจ้า

 


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤


26.5 วันที่ 5
 

วันนี้อาการและความบวม ความช้ำก้ทรงๆคงที่ ไม่ต่างจากเมื่อวาน แต่ปากลอกมากๆ หน้าก็แห้งไปหมด เสมหะที่ออกมาวันนี้ก็แทบจะเป็นเลือดล้วนๆ



เราหมั่นประคบเย็นบ่อยๆเอา ประคบทุก 2-3ชั่วโมง ประมาณนี้ เพราะอยากให้หายบวมเร็วๆ มองด้านข้างเหมือนคนอ้วนเลย เหนียงมาเต็มมาก
 

มื้อเช้าเรากินโจ๊กทูน่าเหมือนเดิมแต่มีความรู้สึกว่ามันไม่อร่อยแฮะมื้อนี้ กินได้แค่1/4ถ้วยเองก็ทิ้งเลย แอบเบื่ออาหาร แต่ก็กินนมเพิ่มไปกล่องนึง

 


มื้อเที่ยงก็ดื่มเป็นนมช็อคโกแล็ต + นมเปรี้ยวตามเพราะช่วงหลังผ่าตัดไม่ค่อยถ่ายเลย

 

มื้อเย็นลองไปดูมาร์ทอีกสาขานึงใกล้ๆบ้านมีโจ๊กฟักทองขายเลยซื้อมาลองกินดู น่าจะช่วยลดบวมไปได้บ้าง

 
 

วันนี้ฝนตกเลยไม่ได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกเลย ก็อาศัยขยับร่างกายเอาในห้องพักแทน

 

 ❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤



27.5 วันที่ 6

 

เบื่ออาหารมากค่าช่วงนี้ ด้วยความที่ตัวเลือกอาหารที่กินได้มันไม่ค่อยมีเลย วันนี้มื้อเช้าเลยต้องตัดใจกินโจ๊ก (อีกแล้ว)


 

 

ช่วงบ่ายมีนัดที่รพ. เป็นนัดครั้งแรกหลังจากผ่าตัด ได้แกะเทปที่จมูกออกแล้ว เห็นจมูกตัวเองซักที!! โด่งขึ้นกว่าจมูกเดิมนิดนึงแล้วก็ปีกแคบลงด้วยใช่ไหมนะ?? เดี๋ยวคงต้องรอผ่านไปซักเดือนนึง ให้หายบวมกว่านี้นิ๊ดนึงน่าจะเห็นรูปทรงที่ชัดเจนมากขึ้นเนอะ

 

 

 

แกะเทปเสร็จก็ทำการนวดหน้านวดจมูก ขั้นตอนนี้สบายมากๆ อยากทำซักชั่วโมงนึงไปเลย หลังจากนั้นก็ไปตัดไหมที่จมูก แต่ยังตัดออกไม่หมดนะ คุณพยาบาลเขาบอกว่าครบ10วันค่อยมาตัดอีกรอบนึง แล้วก็ตัดไหมที่กรอบหน้า+เช็คความเรียบร้อยในช่องปาก พยาบาลบอกว่ามีคราบในปากเยอะเลย ต้องบ้วนปากบ่อยๆนะ

 

กลับมาบ้านเราเลยจัดการง้างปากแปรงฟันซะเลย ใช้แปรงสีฟันเด็กจุ่มน้ำยาบ้วนปากของรพ.แปรงๆดู แต่ก็อ้ากว้างไม่ได้ เจ็บ ㅠㅡㅠ ก็แปรงๆไปเท่าที่ทำได้ คิดว่าคงสะอาดขึ้นบ้างแหละ

 

มื้อเที่ยง+เย็น เราทานเป็นเค้กโรล+นม

 

 

 

พอตอนเย็นก็แอบออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านมาเพราะที่จมูกไม่มีเทปแล้ว ออกไปไหนสบายใจมากขึ้นนิดนึงแล้ววว
kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
25.3 วันที่ 4

 

วันนี้ตื่นมาน้ำมูกก็ยังไหลเยอะเหมือนเดิมเลย ไอบ้าง+เสมหะยังเป็นเลือดอยู่



ด้วยความที่ในตู้เย็นยังมีทีรามิสุเหลืออยู่1ถ้วย เลยจะลองกินดูอีกทีนึงเพราะความเสียดายตัง สรุปรอบนี้กินหมดถ้วยเลยจ้า อาจจะเป็นเพราะว่าหิวด้วยแหละ กินเสร็จก็กินนมและบ้วนปากตามทันที

 


ช่วงบ่ายเราออกไปสระผมแถวรพ. เพราะรับสภาพตัวเองไม่ได้มากๆ บนหัวมีแต่เบตาดีน แง ไม่อยากเสี่ยงสระแถวบ้านเพราะเรายังไม่ได้แกะแม็กบนหัวออกเพราะทำเอนโดไทน์หน้าผาก กลัวช่างสระผมเขาทำไม่เป็น กะน้ำหนักมือไม่ถูกด้วย ร้านแถวรพ.ไกลบ้านเราไปหน่อยแต่ไม่ต้องพูดเยอะ ช่างเห็นหน้าก็รู้เลยว่าต้องทำยังไงบ้าง สระไดร์ราคา 25,000₩ จ้า


วันนี้แอบมีมื้อเสริม เพราะหิวโหยมากๆ ในกระเพาะมีแต่นมกับน้ำ เราเลยลองซื้อโจ๊กทูน่ามากินหลังสระผมเสร็จ สรุปกินได้แฮะ อร่อยด้วย ช่วยชีวิตไปได้อีกหนึ่งมื้อ ทำให้ไม่เบื่อ ได้สารอาหารครบขึ้นด้วย



แอบรู้สึกผิดที่ช่วงนี้ไม่ได้ออกกำลังกายเลย (ก่อนทำศัลยกรรมเราต้องไปยิมทุกวัน) วันนี้เลยไปเดินเล่นแถวฮงแดประมาณชั่วโมงนึง รู้สึกว่าเดินได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี

 

ส่วนมื้อเย็นเราทานเป็นไข่ตุ๋น+นมจืด เบาๆก่อนนอนจ้า

 


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤


26.5 วันที่ 5
 

วันนี้อาการและความบวม ความช้ำก้ทรงๆคงที่ ไม่ต่างจากเมื่อวาน แต่ปากลอกมากๆ หน้าก็แห้งไปหมด เสมหะที่ออกมาวันนี้ก็แทบจะเป็นเลือดล้วนๆ



เราหมั่นประคบเย็นบ่อยๆเอา ประคบทุก 2-3ชั่วโมง ประมาณนี้ เพราะอยากให้หายบวมเร็วๆ มองด้านข้างเหมือนคนอ้วนเลย เหนียงมาเต็มมาก
 

มื้อเช้าเรากินโจ๊กทูน่าเหมือนเดิมแต่มีความรู้สึกว่ามันไม่อร่อยแฮะมื้อนี้ กินได้แค่1/4ถ้วยเองก็ทิ้งเลย แอบเบื่ออาหาร แต่ก็กินนมเพิ่มไปกล่องนึง

 


มื้อเที่ยงก็ดื่มเป็นนมช็อคโกแล็ต + นมเปรี้ยวตามเพราะช่วงหลังผ่าตัดไม่ค่อยถ่ายเลย

 

มื้อเย็นลองไปดูมาร์ทอีกสาขานึงใกล้ๆบ้านมีโจ๊กฟักทองขายเลยซื้อมาลองกินดู น่าจะช่วยลดบวมไปได้บ้าง

 
 

วันนี้ฝนตกเลยไม่ได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกเลย ก็อาศัยขยับร่างกายเอาในห้องพักแทน

 

 ❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤



27.5 วันที่ 6

 

เบื่ออาหารมากค่าช่วงนี้ ด้วยความที่ตัวเลือกอาหารที่กินได้มันไม่ค่อยมีเลย วันนี้มื้อเช้าเลยต้องตัดใจกินโจ๊ก (อีกแล้ว)


 

 

ช่วงบ่ายมีนัดที่รพ. เป็นนัดครั้งแรกหลังจากผ่าตัด ได้แกะเทปที่จมูกออกแล้ว เห็นจมูกตัวเองซักที!! โด่งขึ้นกว่าจมูกเดิมนิดนึงแล้วก็ปีกแคบลงด้วยใช่ไหมนะ?? เดี๋ยวคงต้องรอผ่านไปซักเดือนนึง ให้หายบวมกว่านี้นิ๊ดนึงน่าจะเห็นรูปทรงที่ชัดเจนมากขึ้นเนอะ

 

 

 

แกะเทปเสร็จก็ทำการนวดหน้านวดจมูก ขั้นตอนนี้สบายมากๆ อยากทำซักชั่วโมงนึงไปเลย หลังจากนั้นก็ไปตัดไหมที่จมูก แต่ยังตัดออกไม่หมดนะ คุณพยาบาลเขาบอกว่าครบ10วันค่อยมาตัดอีกรอบนึง แล้วก็ตัดไหมที่กรอบหน้า+เช็คความเรียบร้อยในช่องปาก พยาบาลบอกว่ามีคราบในปากเยอะเลย ต้องบ้วนปากบ่อยๆนะ

 

กลับมาบ้านเราเลยจัดการง้างปากแปรงฟันซะเลย ใช้แปรงสีฟันเด็กจุ่มน้ำยาบ้วนปากของรพ.แปรงๆดู แต่ก็อ้ากว้างไม่ได้ เจ็บ ㅠㅡㅠ ก็แปรงๆไปเท่าที่ทำได้ คิดว่าคงสะอาดขึ้นบ้างแหละ

 

มื้อเที่ยง+เย็น เราทานเป็นเค้กโรล+นม

 

 

 

พอตอนเย็นก็แอบออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแถวบ้านมาเพราะที่จมูกไม่มีเทปแล้ว ออกไปไหนสบายใจมากขึ้นนิดนึงแล้ววว
kswk
22 มิถุนายน 2020
28.5 วันที่ 7

 

เสมหะที่เป็นเลือดยังไม่หายไปง่ายๆ ฮือ แล้วยิ่งหลังจากที่เราเริ่มพูดได้มากขึ้นเพื่อนๆก็โทรมาถามไถ่อาการ พอพูดมากๆก็กลับมาเจ็บคออีกแล้ว ทำให้หลังจากนี้ไปเราคงพูดให้น้อยลงไปอีกซักพักจนกว่าเสมหะที่เป็นเลือดจะหายไป

 



ผ่านไป 7 วันแล้วแต่ทางเราก็ยังวนเวียนที่เมนูเดิมๆ มื้อเช้าทานโจ๊ก+นม

มื้อเที่ยงก็โจ๊กข้าวโพด (แบบเย็น)

มื้อเย็นก็โจ๊ก+เค้กโรล

จริงๆหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จเราออกไปเดินที่ยิมมา คิดถึงการออกกำลังกายมากๆ ไม่ได้ออกตั้งอาทิตย์นึง ก็เดินลู่ไป 45 นาที ยังไม่กล้าออกกำลังกายอย่างอื่น กลัวกระเทือนหน้า

หลังออกกำลังกายเสร็จแอบหิวเลยกินเค้กโรลไปสองชิ้นกับนม ทุกมื้อหลังกินอะไรที่ไม่ใช่นมเราจะแปรงฟันตามทันที กลัวมีเศษอาหารติดตามฟันแล้วจะติดเชื้อ ไม่อยากให้ร่างกายเจ็บปวดไปมากกว่านี้แล้ว ㅠㅡㅠ

 

❤❤❤❤❤

 

29.3 วันที่8

 

วันนี้พึ่งสังเกตดู เห็นชัดๆเลยว่าหน้าบวมไม่เท่ากัน แต่เท่าที่คุยกับล่ามก่อนผ่าตัดเขาก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เดี๋ยวรอดูกันต่อไปเนอะ ว่าพอเริ่มเข้าที่แล้วจะเป็นยังไง

 
 



หลังจากที่เมื่อวานพูดมากไปหน่อยวันนี้ก็แอบเจ็บคอนิดนึง ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เอา ส่วนอาหาร

มื้อเช้ากินเป็นเค้กโรล2ชิ้นที่เหลือจากเมื่อวาน + นมช็อคโกแล็ต

 

ช่วงบ่ายเลยไปยิม เดินลู่ไป 30นาที จริงๆอยากเดินนานกว่านี้แต่เหงื่อออกเยอะมาก เลยหยุดดีกว่า เพราะเรายังล้างหน้าไม่ได้ด้วย ไม่อยากให้หน้าสกปรกไปมากกว่านี้

 

มื้อเที่ยงและเย็นทานเป็น โจ๊ก+นม เช่นเคยจ้าา แต่แอบซื้อขนมปังมาลองกิน ด้วยความที่เนื้อมันร่วนๆนึกว่าจะกินง่าย กินง่ายจริงแต่ติดฟันเพียบเลย แปรงฟันกันจนเหนื่อย เราว่าเราควรอดทนกินแค่นมจนกว่าจะตัดไหมในปากจริงๆอ่ะ 555 จะได้ไม่ต้องมาบ่นขิงข่า

 

❤❤❤❤❤

 

30.3 วันที่ 9

 

วันนี้มีอาการเจ็บคอน้อยลง แอบรู้สึกว่าเสมหะที่เป็นเลือดเริ่มน้อยลงแล้ว มื้อเช้าคิดไม่ออกว่าจะทานอะไร+เบื่ออาหารเดิมๆมากๆ ในห้องมีมาม่าพอดีเลยต้มกินซะเลย จริงๆไม่ดีมากๆเลยเพราะมันมีโซเดียมเยอะจะทำให้เราบวมกว่าเก่า แต่เราใช้วิธีกินน้ำเปล่าเยอะๆเพิ่มจากเดิม ปกติเรากินน้ำทุกชั่วโมง ก็เพื่มไปเป็นกินทุกๆครึ่งชม. ทำให้ฉี่บ่อยๆ แล้วก็ขยันเดินเยอะๆเอา

 

และหลังจากที่สระผมรอบล่าสุดไปเมื่อ 5 วันก่อน ทนไม่ไหว ต้องสระอีกรอบเลยไปสระที่ร้านเดิมแถวๆรพ.มา ไม่แน่ใจว่าช่างคนเดิมรึเปล่าเพราะเรามองไม่เห็นหน้าเขา สายตาไม่ดี 😂 แต่รอบนี้มือแอบหนักไปหน่อย ฮือ แต่ก็อดทนเอา เพราะสบายหัวขึ้นเยอะ

 
 



อาหารช่วงหลังๆของเราหลังจากผ่านอาทิตย์แรกมาได้ก็จะเพิ่มโจ๊กขึ้นมา ละก็พวกเค้กโรลนิ่มๆ เพราะติดกินของหวานมาก ชอบนั่งกินครีมในขนมปังเพราะไม่ต้องเคี้ยวและไม่ติดฟันเลย คนที่ติดของหวานเหมือนเราพวกนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่กินง่าย (แต่อ้วนแน่นอนจ้า)

 
 



ช่วงเย็นเลยออกไปเดินสวนสาธารณะแถวบ้านครึ่งชั่วโมง อากาศเย็นสบายมาก~ จริงๆอยากเดินนานกว่านี้แต่น้ำมูกไหลไม่หยุดเลย ต้องกลับเข้าบ้านมาปั่นจมูกก่อน

 

❤❤❤❤❤

31.3 วันที่ 10

 

วันนี้เสมหะที่เป็นเลือดน้อยลงมากๆ แอบมีปนมาแค่นิดเดียวเลย ดีใจๆ ช่วงนี้เราก็ประคบเย็นสลับร้อนบ้างนิดนึง แอบประคบเย็นมากกว่าเพราะรู้สึกว่าหน้ายังบวมอยู่

 


วันนี้มื้อเช้าก็ทานเป็นโจ๊ก+นมเหมือนเดิม

ส่วนมื้อเที่ยงก็ทานเค้กโรล

แล้วด้วยความที่ตอนเที่ยงกินไปน้อย และหลังจากไปเดินออกกำลังกายมา

 

มื้อเย็นทำให้หิวโหยมาก เลยลองซื้ออูด้งกับมันดู(เกี๊ยวนึ่งเกาหลี)มากิน จริงๆ มันดูกินง่ายมากกก อร่อยด้วย แต่อูด้งนี่เส้นแอบใหญ่และแข็งไปหน่อย ต้องค่อยๆกิน แต่ก็ถือว่าได้กินเมนูใหม่ๆนอกจากนมกับโจ๊กบ้าง
kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
28.5 วันที่ 7

 

เสมหะที่เป็นเลือดยังไม่หายไปง่ายๆ ฮือ แล้วยิ่งหลังจากที่เราเริ่มพูดได้มากขึ้นเพื่อนๆก็โทรมาถามไถ่อาการ พอพูดมากๆก็กลับมาเจ็บคออีกแล้ว ทำให้หลังจากนี้ไปเราคงพูดให้น้อยลงไปอีกซักพักจนกว่าเสมหะที่เป็นเลือดจะหายไป

 



ผ่านไป 7 วันแล้วแต่ทางเราก็ยังวนเวียนที่เมนูเดิมๆ มื้อเช้าทานโจ๊ก+นม

มื้อเที่ยงก็โจ๊กข้าวโพด (แบบเย็น)

มื้อเย็นก็โจ๊ก+เค้กโรล

จริงๆหลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จเราออกไปเดินที่ยิมมา คิดถึงการออกกำลังกายมากๆ ไม่ได้ออกตั้งอาทิตย์นึง ก็เดินลู่ไป 45 นาที ยังไม่กล้าออกกำลังกายอย่างอื่น กลัวกระเทือนหน้า

หลังออกกำลังกายเสร็จแอบหิวเลยกินเค้กโรลไปสองชิ้นกับนม ทุกมื้อหลังกินอะไรที่ไม่ใช่นมเราจะแปรงฟันตามทันที กลัวมีเศษอาหารติดตามฟันแล้วจะติดเชื้อ ไม่อยากให้ร่างกายเจ็บปวดไปมากกว่านี้แล้ว ㅠㅡㅠ

 

❤❤❤❤❤

 

29.3 วันที่8

 

วันนี้พึ่งสังเกตดู เห็นชัดๆเลยว่าหน้าบวมไม่เท่ากัน แต่เท่าที่คุยกับล่ามก่อนผ่าตัดเขาก็บอกว่าเป็นเรื่องปกติ ก็เดี๋ยวรอดูกันต่อไปเนอะ ว่าพอเริ่มเข้าที่แล้วจะเป็นยังไง

 
 



หลังจากที่เมื่อวานพูดมากไปหน่อยวันนี้ก็แอบเจ็บคอนิดนึง ต้องดื่มน้ำเยอะๆ เอา ส่วนอาหาร

มื้อเช้ากินเป็นเค้กโรล2ชิ้นที่เหลือจากเมื่อวาน + นมช็อคโกแล็ต

 

ช่วงบ่ายเลยไปยิม เดินลู่ไป 30นาที จริงๆอยากเดินนานกว่านี้แต่เหงื่อออกเยอะมาก เลยหยุดดีกว่า เพราะเรายังล้างหน้าไม่ได้ด้วย ไม่อยากให้หน้าสกปรกไปมากกว่านี้

 

มื้อเที่ยงและเย็นทานเป็น โจ๊ก+นม เช่นเคยจ้าา แต่แอบซื้อขนมปังมาลองกิน ด้วยความที่เนื้อมันร่วนๆนึกว่าจะกินง่าย กินง่ายจริงแต่ติดฟันเพียบเลย แปรงฟันกันจนเหนื่อย เราว่าเราควรอดทนกินแค่นมจนกว่าจะตัดไหมในปากจริงๆอ่ะ 555 จะได้ไม่ต้องมาบ่นขิงข่า

 

❤❤❤❤❤

 

30.3 วันที่ 9

 

วันนี้มีอาการเจ็บคอน้อยลง แอบรู้สึกว่าเสมหะที่เป็นเลือดเริ่มน้อยลงแล้ว มื้อเช้าคิดไม่ออกว่าจะทานอะไร+เบื่ออาหารเดิมๆมากๆ ในห้องมีมาม่าพอดีเลยต้มกินซะเลย จริงๆไม่ดีมากๆเลยเพราะมันมีโซเดียมเยอะจะทำให้เราบวมกว่าเก่า แต่เราใช้วิธีกินน้ำเปล่าเยอะๆเพิ่มจากเดิม ปกติเรากินน้ำทุกชั่วโมง ก็เพื่มไปเป็นกินทุกๆครึ่งชม. ทำให้ฉี่บ่อยๆ แล้วก็ขยันเดินเยอะๆเอา

 

และหลังจากที่สระผมรอบล่าสุดไปเมื่อ 5 วันก่อน ทนไม่ไหว ต้องสระอีกรอบเลยไปสระที่ร้านเดิมแถวๆรพ.มา ไม่แน่ใจว่าช่างคนเดิมรึเปล่าเพราะเรามองไม่เห็นหน้าเขา สายตาไม่ดี 😂 แต่รอบนี้มือแอบหนักไปหน่อย ฮือ แต่ก็อดทนเอา เพราะสบายหัวขึ้นเยอะ

 
 



อาหารช่วงหลังๆของเราหลังจากผ่านอาทิตย์แรกมาได้ก็จะเพิ่มโจ๊กขึ้นมา ละก็พวกเค้กโรลนิ่มๆ เพราะติดกินของหวานมาก ชอบนั่งกินครีมในขนมปังเพราะไม่ต้องเคี้ยวและไม่ติดฟันเลย คนที่ติดของหวานเหมือนเราพวกนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่กินง่าย (แต่อ้วนแน่นอนจ้า)

 
 



ช่วงเย็นเลยออกไปเดินสวนสาธารณะแถวบ้านครึ่งชั่วโมง อากาศเย็นสบายมาก~ จริงๆอยากเดินนานกว่านี้แต่น้ำมูกไหลไม่หยุดเลย ต้องกลับเข้าบ้านมาปั่นจมูกก่อน

 

❤❤❤❤❤

31.3 วันที่ 10

 

วันนี้เสมหะที่เป็นเลือดน้อยลงมากๆ แอบมีปนมาแค่นิดเดียวเลย ดีใจๆ ช่วงนี้เราก็ประคบเย็นสลับร้อนบ้างนิดนึง แอบประคบเย็นมากกว่าเพราะรู้สึกว่าหน้ายังบวมอยู่

 


วันนี้มื้อเช้าก็ทานเป็นโจ๊ก+นมเหมือนเดิม

ส่วนมื้อเที่ยงก็ทานเค้กโรล

แล้วด้วยความที่ตอนเที่ยงกินไปน้อย และหลังจากไปเดินออกกำลังกายมา

 

มื้อเย็นทำให้หิวโหยมาก เลยลองซื้ออูด้งกับมันดู(เกี๊ยวนึ่งเกาหลี)มากิน จริงๆ มันดูกินง่ายมากกก อร่อยด้วย แต่อูด้งนี่เส้นแอบใหญ่และแข็งไปหน่อย ต้องค่อยๆกิน แต่ก็ถือว่าได้กินเมนูใหม่ๆนอกจากนมกับโจ๊กบ้าง
kswk
29 มิถุนายน 2020
วันที่11

วันนี้มีนัดรอบที่ 2 ที่โรงพยาบาล เริ่มจากการตัดไหมในจมูกแล้วก็หลังหู เจ็บแบบเจ็บมาก น้ำตาไหลอาบแก้มเลย พอตัดไหมเสร็จพยาบาลก็คลีนจมูกให้อีกรอบ โอ้โห กวาดจมูกหนักมาก เหมือนกวาดบ้าน โดนดุด้วยว่าทำความสะอาดไม่ค่อยดี ก็หนูกลัวเจ็บอ่า แง

เสร็จแล้วก็เอาแม็กที่เย็บบนหัวออก เจ็บแบบไม่มีพักเลย

 

หลังจากนั้นก็ไปเข้าเครื่องอบออกซิเจนประมาณ 20นาที ตอนแรกล่ามก็บอกว่าจะมีหูอื้อเหมือนตอนขึ้นเครื่องบินเลยนะ เราอ่านรีวิวมาแอบแพนิคว่าจะอื้อเกินไปรึเปล่า กลัวทนไม่ไหว เอาเข้าจริงทนได้แบบชิลๆเลย นอนสบายๆพักสายตา

 

วันนี้หลังจากกลับมาบ้านแอบตึงหน้าผากมากเลย โดยเฉพาะช่วงหางคิ้ว กระพริบตาคือตึง เจ็บมาก ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการเอาแม็กออกรึเปล่า แต่ทนไม่ไหวเลยต้องเข้านอนเร็วเอาเลย

 
 


 ❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

วันที่ 12

วันนี้ลองสระผมเองดูหลังจากที่แกะแม๊กบนหัวออกเรียบร้อยเนอะ ลำบากมากเลย ต้องเงยๆตะแคงๆ หามุมที่จะไม่ให้น้ำไหลมาโดนแผล จะเงยมากก็ไม่ได้เพราะตึงไปหมดเลย สรุปสระผมอย่างเดียวก็ปาไปเกือบชั่วโมง เราลองทำผมแบบที่เคยทำก่อนจะผ่าตัด

ลองเปรียบเทียบระหว่างก่อนทำกับหลังทำหน้า นี่ขนาดสภาพยังบวมๆช้ำๆยังแอบรู้สึกว่าละมุนขึ้น 5555 ให้กำลังใจตัวเองสุดฤทธิ์

 
 

 

และหลังจากที่สังเกตอาการตัวเอง จะเห็นเลยว่าหน้าฝั่งซ้ายบวมและตึงกว่า เวลายิ้มคือไม่ได้เลย ตึงไปหมด ต้องรอเวลาแหละ กว่าจะเข้าที่แล้วหน้าทั้งสองข้างเท่ากัน

 
 



วันนี้เราล้างหน้าเป็นวันแรกด้วยหลังจากที่ใช้แต่โทนเนอร์เช็ดมาโดยตลอด ช่วงที่ล้างก็ต้องเบาๆมือเนอะ ยังเจ็บหน้าอยู่เลย ขัดเอาเซลล์ผิวแห้งๆออกไปได้เยอะมาก หลังจากนี้คงต้องฟื้นฟูผิวอย่างหนักเลย

 

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤



วันที่ 13

วันนี้มีนัดรอบสุดท้ายที่รพ. เริ่มจากการฉายแสง นอนพักสายตาสบายๆไปก่อน แล้วก็ถ่ายรูปพร้อมกับทำซีทีสแกนอีกหนึ่งรอบหลังจากผ่าตัด

 

แล้วก็ไปพบคุณหมอโอ คุณหมอเปิดรูปก่อนทำและหลังทำเปรียบเทียบกันให้ดู โหห โหนกหายไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย แอบคิดว่าถ้าหายบวมแล้วต้องสวยแน่ๆ 5555 อันนี้เราลองเทียบรูปก่อนทำกับหลังทำ แอบหน้าหวานขึ้นอยู่นะเราว่า ก่อนทำหน้าตาถเธอทึงน่ากลัวมาก

 
 



 เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปพบคุณหมอปาร์ค คุณหมอถามว่าเป็นไงบ้าง ชอบหน้าใหม่ไหม เราก็บอกชอบมากๆโดนเฉพาะตาสองชั้น ไม่เล็กไม่ใหญ่ไปตามที่ต้องการเลย

 

เสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนที่ไม่อยากจะทำที่สุดก็มาถึง ต้องตัดไหมในปากแล้ว เราอ่านรีวิวมาเยอะมีแต่คนบอกว่าขั้นตอนนี้เจ็บที่สุด เตรียมใจมานิดนึงละ แต่เจอของจริงคือ เจ็บจริง เจ็บมาก ตัดไปได้ข้างนึงต้องบอกพยาบาลว่าขอพักแป๊บนึงนะคะ เจ็บไม่ไหวแล้ว สำหรับเราขั้นตอนนี้เจ็บที่สุดในการทำศัลยกรรมครั้งนี้เลย


หลังจากตัดไหมคิดว่าจะกินเต็มที่ แต่คิดไปคิดมา กลัวน้ำหนักจะขึ้นแล้วหน้าบวม ไม่สวย เลยตัดใจกินแค่ก๋วยเตี๋ยวกับนมดีกว่า แถมวันนี้ได้ผ้ามารัดหน้าด้วย รัดวนไปเพื่อหน้าเรียวเล็ก

 

kswk หน้าตาธรรมดา กระทู้: 7
วันที่11

วันนี้มีนัดรอบที่ 2 ที่โรงพยาบาล เริ่มจากการตัดไหมในจมูกแล้วก็หลังหู เจ็บแบบเจ็บมาก น้ำตาไหลอาบแก้มเลย พอตัดไหมเสร็จพยาบาลก็คลีนจมูกให้อีกรอบ โอ้โห กวาดจมูกหนักมาก เหมือนกวาดบ้าน โดนดุด้วยว่าทำความสะอาดไม่ค่อยดี ก็หนูกลัวเจ็บอ่า แง

เสร็จแล้วก็เอาแม็กที่เย็บบนหัวออก เจ็บแบบไม่มีพักเลย

 

หลังจากนั้นก็ไปเข้าเครื่องอบออกซิเจนประมาณ 20นาที ตอนแรกล่ามก็บอกว่าจะมีหูอื้อเหมือนตอนขึ้นเครื่องบินเลยนะ เราอ่านรีวิวมาแอบแพนิคว่าจะอื้อเกินไปรึเปล่า กลัวทนไม่ไหว เอาเข้าจริงทนได้แบบชิลๆเลย นอนสบายๆพักสายตา

 

วันนี้หลังจากกลับมาบ้านแอบตึงหน้าผากมากเลย โดยเฉพาะช่วงหางคิ้ว กระพริบตาคือตึง เจ็บมาก ไม่รู้ว่าเป็นผลมาจากการเอาแม็กออกรึเปล่า แต่ทนไม่ไหวเลยต้องเข้านอนเร็วเอาเลย

 
 


 ❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

วันที่ 12

วันนี้ลองสระผมเองดูหลังจากที่แกะแม๊กบนหัวออกเรียบร้อยเนอะ ลำบากมากเลย ต้องเงยๆตะแคงๆ หามุมที่จะไม่ให้น้ำไหลมาโดนแผล จะเงยมากก็ไม่ได้เพราะตึงไปหมดเลย สรุปสระผมอย่างเดียวก็ปาไปเกือบชั่วโมง เราลองทำผมแบบที่เคยทำก่อนจะผ่าตัด

ลองเปรียบเทียบระหว่างก่อนทำกับหลังทำหน้า นี่ขนาดสภาพยังบวมๆช้ำๆยังแอบรู้สึกว่าละมุนขึ้น 5555 ให้กำลังใจตัวเองสุดฤทธิ์

 
 

 

และหลังจากที่สังเกตอาการตัวเอง จะเห็นเลยว่าหน้าฝั่งซ้ายบวมและตึงกว่า เวลายิ้มคือไม่ได้เลย ตึงไปหมด ต้องรอเวลาแหละ กว่าจะเข้าที่แล้วหน้าทั้งสองข้างเท่ากัน

 
 



วันนี้เราล้างหน้าเป็นวันแรกด้วยหลังจากที่ใช้แต่โทนเนอร์เช็ดมาโดยตลอด ช่วงที่ล้างก็ต้องเบาๆมือเนอะ ยังเจ็บหน้าอยู่เลย ขัดเอาเซลล์ผิวแห้งๆออกไปได้เยอะมาก หลังจากนี้คงต้องฟื้นฟูผิวอย่างหนักเลย

 

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤



วันที่ 13

วันนี้มีนัดรอบสุดท้ายที่รพ. เริ่มจากการฉายแสง นอนพักสายตาสบายๆไปก่อน แล้วก็ถ่ายรูปพร้อมกับทำซีทีสแกนอีกหนึ่งรอบหลังจากผ่าตัด

 

แล้วก็ไปพบคุณหมอโอ คุณหมอเปิดรูปก่อนทำและหลังทำเปรียบเทียบกันให้ดู โหห โหนกหายไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย แอบคิดว่าถ้าหายบวมแล้วต้องสวยแน่ๆ 5555 อันนี้เราลองเทียบรูปก่อนทำกับหลังทำ แอบหน้าหวานขึ้นอยู่นะเราว่า ก่อนทำหน้าตาถเธอทึงน่ากลัวมาก

 
 



 เสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไปพบคุณหมอปาร์ค คุณหมอถามว่าเป็นไงบ้าง ชอบหน้าใหม่ไหม เราก็บอกชอบมากๆโดนเฉพาะตาสองชั้น ไม่เล็กไม่ใหญ่ไปตามที่ต้องการเลย

 

เสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนที่ไม่อยากจะทำที่สุดก็มาถึง ต้องตัดไหมในปากแล้ว เราอ่านรีวิวมาเยอะมีแต่คนบอกว่าขั้นตอนนี้เจ็บที่สุด เตรียมใจมานิดนึงละ แต่เจอของจริงคือ เจ็บจริง เจ็บมาก ตัดไปได้ข้างนึงต้องบอกพยาบาลว่าขอพักแป๊บนึงนะคะ เจ็บไม่ไหวแล้ว สำหรับเราขั้นตอนนี้เจ็บที่สุดในการทำศัลยกรรมครั้งนี้เลย


หลังจากตัดไหมคิดว่าจะกินเต็มที่ แต่คิดไปคิดมา กลัวน้ำหนักจะขึ้นแล้วหน้าบวม ไม่สวย เลยตัดใจกินแค่ก๋วยเตี๋ยวกับนมดีกว่า แถมวันนี้ได้ผ้ามารัดหน้าด้วย รัดวนไปเพื่อหน้าเรียวเล็ก

 

1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้