เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
สุขภาพและการออกกำลังกาย
ปีใหม่นี้ กลับไปหาคนรักด้วยสติ หัวใจ" และความไม่ประมาท.
ตอบ0 อ่าน42
Tansmallroom
25 ธันวาคม 2018

ช่วงปีใหมที่ใคร ๆ ก็กลับบ้านไปหาครอบครัว บางครั้งเส้นทางโล่ง ๆ ไกลสุดสายตาชวนให้บิดทะยานให้ทันใจด้วยความคิดถึง

แต่คุณรู้ไหมว่า ยิ่งคุณขับขี่ไปในความเร็วมากเท่าไหร่ หากเกิดอุบัติเหตุ อวัยวะภายในของคุณจะถูกแรงเหวี่ยงด้วยความเร็วมากเท่านั้น ทำให้แทนที่จะถึงเร็ว อาจยิ่งช้า หรือร้ายสุด คือ คุณจะไม่มีโอกาสกลับถึงบ้านอีกเลย

และอวัยวะสำคัญที่จะโดนเหวี่ยงจากภัยร้ายติดคันเร่งนี้ ก็คือสมองที่แสนบอบบางของเรา เพราะสมองลอยอยู่ในน้ำไขสันหลังที่มีเยื่อหุ้ม ไม่ได้ยึดเกาะกับอะไรภายในศีรษะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และศีรษะพุ่งด้วยความเร็ว สมองจะถูกเหวี่ยงไปข้างหน้าแล้วกลับมาข้างหลังอย่างรุนแรง เนื้อสมองอันอ่อนนิ่มและบอบบางจะกระแทกกับความแข็งของผิวกะโหลกด้านในจนอาจเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือด ซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อสมองโดยรอบ ทำให้เลือดออกด้านในสมอง

หลังเกิดอุบัติเหตุอาการบาดเจ็บภายในแบบนี้อาจไม่ออกอาการให้เห็นทันที เหมือนในหลาย ๆ กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่เป็นอะไร ครอบครัวโล่งใจชมกันเกรียว "แหม...ดวงแข็งนะเรา" แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงอาการกลับทรุดเร็วถึงขั้นเสียชีวิต

ฉะนั้นทางป้องกันง่าย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม คือไม่ขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด และต้องเลือกสวมใส่หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานคาดสายรัดคางทุกครั้ง เพราะจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกพบว่าการสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน และถูกวิธีสามารถลดการบาดเจ็บศีรษะได้ 72% ลดการเสียชีวิตได้ 39% เนื่องจากการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมักเกิดจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ 65% และส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณหน้าผาก ศีรษะด้านบน ด้านข้างและด้านหลังท้ายทอย 

ดังนั้นเราควรเลือกหมวกกันน็อกที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กระชับพอดีศีรษะ สีหมวกสว่างมองเห็นผู้ขี่ได้จากระยะไกลในยามค่ำคืน หมวกแบบเต็มใบปิดหน้าจึงถือว่าตอบโจทย์ที่สุด เพราะความแข็งแรงภายนอกของหมวกกันน็อกจะช่วยป้องกันของแข็งไม่ให้ทิ่มเข้ามา โฟมด้านในหมวกจะช่วยดูดซับแรง ลดแรงปะทะระหว่างศีรษะกับวัตถุของแข็ง ไม่ให้สมองถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรง

ส่วนตัวหมวกกันน็อกเองมีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี และถ้าเกิดอุบัติเหตุศีรษะฟาดพื้นขณะสวมใส่หมวกกันน็อก ก็ควรจะเปลี่ยนหมวกกันน็อกใบใหม่เพราะโฟมในหมวกกันน็อกได้ดูดซับแรงกระแทก สูญเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว คิดเสียว่าซื้อความปลอดภัยให้ชีวิตดีกว่าเสียดายราคาสิ่งของ

          สำหรับคนขับรถยนต์บ้าง ตัวช่วยชีวิตที่สำคัญคือการคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าวัยใด นั่งส่วนไหนในรถก็ห้ามมองข้าม เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การคาดเข็มขัดนิรภัยในทุกที่นั่งจะช่วยลดความรุนแรงได้ เพราะเข็มขัดนิรภัยจะช่วยรั้งให้ตัวติดกับเบาะ ไม่ไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือกระจกรถจนทำให้อวัยวะภายในช้ำหรือฉีกขาดได้


          เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ตัวคุณจะสามารถกระเด็นทะลุกระจกออกมานอกรถได้แม้ในความเร็วรถเพียง 60 กม. ต่อ ชม. หรือตัวคุณอาจลอยไปทับผู้ร่วมทางจนบาดเจ็บ ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต



การใส่หมวกกันน็อกหรือการคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะบรรเทาผลจากอุบัติเหตุ แต่ถ้าจะปลอดภัยมากขึ้น เราจะต้องใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ขับขี่ความเร็วตามกำหนด ไม่ประมาท ไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา จึงจะลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง

อย่าปล่อยให้ความประมาทเพียงเล็กน้อยทำให้คนที่บ้านรอเก้อ

          ดังนั้นก่อนออกเดินทาง นึกถึงพวกเขาเหล่านั้นให้ดี ๆ และขอให้ทุกคนโชคดีกลับบ้านปลอดภัยในทุกเส้นทาง
หาข้อมูลการเตรียมตัวเดินทางอย่างปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่
niems.go.th

          ปีใหม่นี้อยากให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย

Cr : kapook
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 627

ช่วงปีใหมที่ใคร ๆ ก็กลับบ้านไปหาครอบครัว บางครั้งเส้นทางโล่ง ๆ ไกลสุดสายตาชวนให้บิดทะยานให้ทันใจด้วยความคิดถึง

แต่คุณรู้ไหมว่า ยิ่งคุณขับขี่ไปในความเร็วมากเท่าไหร่ หากเกิดอุบัติเหตุ อวัยวะภายในของคุณจะถูกแรงเหวี่ยงด้วยความเร็วมากเท่านั้น ทำให้แทนที่จะถึงเร็ว อาจยิ่งช้า หรือร้ายสุด คือ คุณจะไม่มีโอกาสกลับถึงบ้านอีกเลย

และอวัยวะสำคัญที่จะโดนเหวี่ยงจากภัยร้ายติดคันเร่งนี้ ก็คือสมองที่แสนบอบบางของเรา เพราะสมองลอยอยู่ในน้ำไขสันหลังที่มีเยื่อหุ้ม ไม่ได้ยึดเกาะกับอะไรภายในศีรษะ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ และศีรษะพุ่งด้วยความเร็ว สมองจะถูกเหวี่ยงไปข้างหน้าแล้วกลับมาข้างหลังอย่างรุนแรง เนื้อสมองอันอ่อนนิ่มและบอบบางจะกระแทกกับความแข็งของผิวกะโหลกด้านในจนอาจเกิดการฉีกขาดของหลอดเลือด ซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อสมองโดยรอบ ทำให้เลือดออกด้านในสมอง

หลังเกิดอุบัติเหตุอาการบาดเจ็บภายในแบบนี้อาจไม่ออกอาการให้เห็นทันที เหมือนในหลาย ๆ กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วไม่เป็นอะไร ครอบครัวโล่งใจชมกันเกรียว "แหม...ดวงแข็งนะเรา" แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงอาการกลับทรุดเร็วถึงขั้นเสียชีวิต

ฉะนั้นทางป้องกันง่าย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม คือไม่ขี่ด้วยความเร็วเกินกำหนด และต้องเลือกสวมใส่หมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐานคาดสายรัดคางทุกครั้ง เพราะจากงานวิจัยขององค์การอนามัยโลกพบว่าการสวมหมวกกันน็อกที่ได้มาตรฐาน และถูกวิธีสามารถลดการบาดเจ็บศีรษะได้ 72% ลดการเสียชีวิตได้ 39% เนื่องจากการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมักเกิดจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ 65% และส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณหน้าผาก ศีรษะด้านบน ด้านข้างและด้านหลังท้ายทอย 

ดังนั้นเราควรเลือกหมวกกันน็อกที่เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กระชับพอดีศีรษะ สีหมวกสว่างมองเห็นผู้ขี่ได้จากระยะไกลในยามค่ำคืน หมวกแบบเต็มใบปิดหน้าจึงถือว่าตอบโจทย์ที่สุด เพราะความแข็งแรงภายนอกของหมวกกันน็อกจะช่วยป้องกันของแข็งไม่ให้ทิ่มเข้ามา โฟมด้านในหมวกจะช่วยดูดซับแรง ลดแรงปะทะระหว่างศีรษะกับวัตถุของแข็ง ไม่ให้สมองถูกเหวี่ยงอย่างรุนแรง

ส่วนตัวหมวกกันน็อกเองมีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี และถ้าเกิดอุบัติเหตุศีรษะฟาดพื้นขณะสวมใส่หมวกกันน็อก ก็ควรจะเปลี่ยนหมวกกันน็อกใบใหม่เพราะโฟมในหมวกกันน็อกได้ดูดซับแรงกระแทก สูญเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว คิดเสียว่าซื้อความปลอดภัยให้ชีวิตดีกว่าเสียดายราคาสิ่งของ

          สำหรับคนขับรถยนต์บ้าง ตัวช่วยชีวิตที่สำคัญคือการคาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าวัยใด นั่งส่วนไหนในรถก็ห้ามมองข้าม เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การคาดเข็มขัดนิรภัยในทุกที่นั่งจะช่วยลดความรุนแรงได้ เพราะเข็มขัดนิรภัยจะช่วยรั้งให้ตัวติดกับเบาะ ไม่ไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือกระจกรถจนทำให้อวัยวะภายในช้ำหรือฉีกขาดได้


          เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ตัวคุณจะสามารถกระเด็นทะลุกระจกออกมานอกรถได้แม้ในความเร็วรถเพียง 60 กม. ต่อ ชม. หรือตัวคุณอาจลอยไปทับผู้ร่วมทางจนบาดเจ็บ ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต



การใส่หมวกกันน็อกหรือการคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะบรรเทาผลจากอุบัติเหตุ แต่ถ้าจะปลอดภัยมากขึ้น เราจะต้องใส่ใจเพื่อนร่วมทาง ขับขี่ความเร็วตามกำหนด ไม่ประมาท ไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมา จึงจะลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริง

อย่าปล่อยให้ความประมาทเพียงเล็กน้อยทำให้คนที่บ้านรอเก้อ

          ดังนั้นก่อนออกเดินทาง นึกถึงพวกเขาเหล่านั้นให้ดี ๆ และขอให้ทุกคนโชคดีกลับบ้านปลอดภัยในทุกเส้นทาง
หาข้อมูลการเตรียมตัวเดินทางอย่างปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่
niems.go.th

          ปีใหม่นี้อยากให้ทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย

Cr : kapook
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้