เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ข่าวโซเชียล
ทำความรู้จัก สตอร์ม เซิร์จ คืออะไร.? คลื่นพายุซัดฝั่ง" และพลังทำลายล้าง
ตอบ0 อ่าน41
Tansmallroom
05 มกราคม 2019


ทำความรู้จัก สตอร์ม เซิร์จ ปรากฏการณ์น้ำทะเลยกสูง จนกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ กวาดทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้า และสาเหตุการเกิด


ภาพจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ

          เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้พายุโซนร้อน "ปาบึก" กำลังขึ้นฝั่งในบริเวณทางตอนใต้ของไทย ทำให้หลายฝ่ายเตรียมรวมกำลังและเตรียมความพร้อมรับมือฝนที่จะตกหนัก คลื่นสูง และลมแรง กันอย่างเต็มกำลัง และล่าสุดได้สั่งให้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่าอาจได้รับอันตราย ยิ่งไปกว่านั้นจุดที่มีภูมิประเทศต่ำกว่าระดับ 0.5 เมตร ได้แก่บริเวณ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีความเสี่ยงที่จะเจอกับ "สตอร์ม เซิร์จ" จากพายุปาบึก จนทำให้หลายคนต่างพากันเป็นห่วง และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงอยากทราบว่า "สตอร์ม เซิร์จ" คืออะไร สร้างความรุนแรงได้แค่ไหนหากเกิดขึ้น

          คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) คือ ภัยพิบัติร้ายแรงอย่างหนึ่งอันเนื่องมาจากพายุหมุนเขตร้อน เป็นปรากฏการณ์ที่คลื่นขนาดใหญ่ซัดชายฝั่ง อันเนื่องมาจากความแรงของลมที่เกิดขึ้นจากพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่ง ประกอบกับ ณ บริเวณนั้น ความกดอากาศที่ปกคลุมมีความกดอากาศต่ำ หากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางพายุ ทำให้ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นกว่าบริเวณโดยรอบ และกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ ซัดชายฝั่งอย่างรวดเร็ว และรุนแรง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิต อาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้สิ่งก่อสร้างริมฝั่งทะเลเสียหาย พังทลาย ผู้คนและสัตว์เลี้ยงถูกพัดลงทะเล เรือประมงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กอาจล่มได้ ป่าชายเลนและหาดทรายถูกทำลาย โดยปกติมีความรุนแรงมากในรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตรจากศูนย์กลางพายุ คลื่นพายุซัดฝั่งส่วนใหญ่ มีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนที่มีความแรงในระดับพายุโซนร้อนขึ้นไป

          ก่อนเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง จะมีสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น สามารถสังเกตได้จากลักษณะอากาศที่จะค่อย ๆ เลวร้ายลง เมฆฝนก่อตัว ฝนตกหนักลมพัดแรง หรือการเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาสามารถติดตามการก่อตัวของพายุ คาดการณ์เส้นทางของพายุ และการคาดการณ์การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง


ภาพจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ

          กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า 5-7 วัน และกรุงเทพมหานครจะประสานงานกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ และแจ้งเตือนประชาชนผ่านสื่อต่าง ๆ ทำให้ประชาชนล่วงหน้าได้หลายวันและอพยพได้ทัน

          โดยในอดีตเหตุการณ์คลื่นพายุซัดฝั่งครั้งใหญ่ ได้แก่ กรณีพายุเฮอริเคนแคทรินา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2548 เฮอริเคนแคทรินา (Katrina) เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก และนับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความเสียหายสูงที่สุด และนับเป็นหนึ่งในห้าของพายุเฮอริเคนที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

          นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุการณ์คลื่นพายุซัดฝั่งครั้งใหญ่ที่ประเทศพม่า ระหว่างปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2551 คือ พายุหมุนนาร์กีส (Cyclone Nargis) หรือไซโคลนนาร์กีส ที่เริ่มก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ และทวีความรุนแรงของพายุแล้วพัดเข้าหาชายฝั่ง ซึ่งผลของพายุไซโคลนนาร์กีสได้ก่อความเสียหายเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายในพื้นที่โดยรอบมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือโดยเฉพาะในพม่า มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 50,000 คน และผู้สูญหายกว่า 40,000 คน สร้างความเสียหายทั้งบ้านเรือน อาคาร ร้านค้า ตลอดจนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชากรต้องดำรงชีวิตโดยขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค การประเมินความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นเงินประมาณ 4,057 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (134,650.87 ล้านบาท)

          กรณีของประเทศไทย พายุหมุนเขตร้อนอาจก่อตัวในทะเลจีนใต้แล้วเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนเข้าสู่อ่าวไทย หรือก่อตัวในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างโดยตรงเริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ไปจนถึงช่วงกลางเดือนธันวาคม

Cr : hilight.kapook
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 737


ทำความรู้จัก สตอร์ม เซิร์จ ปรากฏการณ์น้ำทะเลยกสูง จนกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ กวาดทุกอย่างที่อยู่ข้างหน้า และสาเหตุการเกิด


ภาพจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ

          เป็นที่ทราบกันดีว่าขณะนี้พายุโซนร้อน "ปาบึก" กำลังขึ้นฝั่งในบริเวณทางตอนใต้ของไทย ทำให้หลายฝ่ายเตรียมรวมกำลังและเตรียมความพร้อมรับมือฝนที่จะตกหนัก คลื่นสูง และลมแรง กันอย่างเต็มกำลัง และล่าสุดได้สั่งให้อพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล ขึ้นไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพราะเกรงว่าอาจได้รับอันตราย ยิ่งไปกว่านั้นจุดที่มีภูมิประเทศต่ำกว่าระดับ 0.5 เมตร ได้แก่บริเวณ จ.ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีความเสี่ยงที่จะเจอกับ "สตอร์ม เซิร์จ" จากพายุปาบึก จนทำให้หลายคนต่างพากันเป็นห่วง และจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงอยากทราบว่า "สตอร์ม เซิร์จ" คืออะไร สร้างความรุนแรงได้แค่ไหนหากเกิดขึ้น

          คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) คือ ภัยพิบัติร้ายแรงอย่างหนึ่งอันเนื่องมาจากพายุหมุนเขตร้อน เป็นปรากฏการณ์ที่คลื่นขนาดใหญ่ซัดชายฝั่ง อันเนื่องมาจากความแรงของลมที่เกิดขึ้นจากพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่ง ประกอบกับ ณ บริเวณนั้น ความกดอากาศที่ปกคลุมมีความกดอากาศต่ำ หากหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวผ่านไปพร้อมกับศูนย์กลางพายุ ทำให้ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงขึ้นกว่าบริเวณโดยรอบ และกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ ซัดชายฝั่งอย่างรวดเร็ว และรุนแรง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิต อาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ทำให้สิ่งก่อสร้างริมฝั่งทะเลเสียหาย พังทลาย ผู้คนและสัตว์เลี้ยงถูกพัดลงทะเล เรือประมงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กอาจล่มได้ ป่าชายเลนและหาดทรายถูกทำลาย โดยปกติมีความรุนแรงมากในรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตรจากศูนย์กลางพายุ คลื่นพายุซัดฝั่งส่วนใหญ่ มีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนที่มีความแรงในระดับพายุโซนร้อนขึ้นไป

          ก่อนเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง จะมีสัญญาณเตือนหลายอย่าง เช่น สามารถสังเกตได้จากลักษณะอากาศที่จะค่อย ๆ เลวร้ายลง เมฆฝนก่อตัว ฝนตกหนักลมพัดแรง หรือการเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาสามารถติดตามการก่อตัวของพายุ คาดการณ์เส้นทางของพายุ และการคาดการณ์การเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง


ภาพจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ

          กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า 5-7 วัน และกรุงเทพมหานครจะประสานงานกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ และแจ้งเตือนประชาชนผ่านสื่อต่าง ๆ ทำให้ประชาชนล่วงหน้าได้หลายวันและอพยพได้ทัน

          โดยในอดีตเหตุการณ์คลื่นพายุซัดฝั่งครั้งใหญ่ ได้แก่ กรณีพายุเฮอริเคนแคทรินา ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี 2548 เฮอริเคนแคทรินา (Katrina) เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก และนับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความเสียหายสูงที่สุด และนับเป็นหนึ่งในห้าของพายุเฮอริเคนที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา

          นอกจากนี้ ยังเคยเกิดเหตุการณ์คลื่นพายุซัดฝั่งครั้งใหญ่ที่ประเทศพม่า ระหว่างปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2551 คือ พายุหมุนนาร์กีส (Cyclone Nargis) หรือไซโคลนนาร์กีส ที่เริ่มก่อตัวในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ และทวีความรุนแรงของพายุแล้วพัดเข้าหาชายฝั่ง ซึ่งผลของพายุไซโคลนนาร์กีสได้ก่อความเสียหายเป็นวงกว้าง สร้างความเสียหายในพื้นที่โดยรอบมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือโดยเฉพาะในพม่า มีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 50,000 คน และผู้สูญหายกว่า 40,000 คน สร้างความเสียหายทั้งบ้านเรือน อาคาร ร้านค้า ตลอดจนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประชากรต้องดำรงชีวิตโดยขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค การประเมินความเสียหายด้านทรัพย์สินคิดเป็นเงินประมาณ 4,057 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (134,650.87 ล้านบาท)

          กรณีของประเทศไทย พายุหมุนเขตร้อนอาจก่อตัวในทะเลจีนใต้แล้วเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนเข้าสู่อ่าวไทย หรือก่อตัวในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างโดยตรงเริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ไปจนถึงช่วงกลางเดือนธันวาคม

Cr : hilight.kapook
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้