เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ผู้หญิง
ทำอย่างไร? ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง วันนี้มีคำตอบ
ตอบ0 อ่าน158
Tansmallroom
26 มกราคม 2019


ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง
ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง วิธีการดูแลและรักษาแผลเป็นนูนมีหลากหลายวิธี มาดูกันว่าวิธีการใดใช้ได้ผลดีบ้าง ที่จะสามารถช่วยลดแผลเป็นนูนให้จางลง

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับแผลเป็นนูนหลังผ่าคลอด
แผลเป็นหลังผ่าคลอด  ความเชื่อหนึ่งที่มีมาทุกยุคทุกสมัย คือ  ความเชื่อที่ว่ากินไข่หลังคลอดจะทำให้เป็นแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ ความจริงก็คือ  “ไข่” เป็นสารอาหารจำพวกโปรตีน  ที่จะช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น  เพราะช่วยสร้างเนื้อเยื่อทำให้เซลล์แต่ละเซลล์ ประสานยึดติดเป็นเนื้อเดียวกันซึ่งมีอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม  รวมถึงถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น

แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดเกิดจากสาเหตุใด
นพ.ธรรมนูญ พนมธรรม ศัลยแพทย์ตกแต่ง โรงพยาบาลราชวิถี อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็นนูน (คีลอยด์) ดังนี้

1 ปัจจัยเรื่องอายุ สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดหรือคนที่อายุน้อยๆ จะมีโอกาสการสร้างพังผืดเยอะกว่า ในคนที่มีอายุมากหรือสูงอายุ
2 ลักษณะของผิวหนัง เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ในคนที่มีผิวสี เช่น คนเอเชีย หรือคนแอฟริกา มีโอกาสการเกิดเป็นแผลเป็นนูนมากกว่าคนที่มีผิวขาว
3 ตำแหน่งการเป็นของแผล ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ถ้าตำแหน่งที่เกิดในบริเวณหน้าอกทั้งด้านหน้าด้านหลัง ไหล่ หู หรือในส่วนบริเวณผิวหนังที่มีการเคลื่อนไหวได้บ่อย ๆ ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดแผลเป็นที่มีปัญหา และดูไม่ดีได้


นอกจากนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความตึงของแผล  จากการเย็บไม่แข็งแรงหรือน้อยชั้นเกินไป ทำให้ความตึงของแผลมีมากจนเกิดเป็นแผลนูนหนา  ส่วนใหญ่คุณหมอจะใช้การเย็บแผลด้วยเทคนิคที่ดี จะช่วยลดความตึงแผลลงได้และเกิดแผลเป็นเพียงส่วนน้อย



ตามธรรมชาติของผิวหนัง  แผลที่มีขนาดใหญ่จะใช้เวลานานจึงจะหาย โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นจึงมีมาก โดยที่แผลเป็นในระยะแรกจะเห็นได้ชัดและค่อย ๆ จางลง ใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งแผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสี  ความเรียบ  ความยาว ความลึก และความกว้างของแผลนั้นด้วย

ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง
คงเป็นคำถามที่ค้างคาใจคุณแม่ผ่าคลอดที่มีแผลเป็นนูนทุกคนอย่างแน่นอน  แท้ที่จริงแล้วหากเริ่มจากการป้องกันแผลหลังผ่าตัดมีหลายวิธี  แต่ยังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดแต่ละวิธีมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป  เช่น

1 การใช้ซิลิโคนเจล (Silicone gel sheet)
2 โพลรียูรีเทน (Polyurethrane)
3 สารสกัดจากหัวหอม (Topical onion extrace) ซึ่งมีรายงานการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพว่าได้ผลดีในการป้องกันแผลเป็น
4 วิตามินอี (Vitamin E) หรือ Mucopolysaccharide มีข้อบ่งชี้ว่า ทำให้แผลเป็นนุ่มลงได้
5 การทายาสเตียรอยด์จะช่วยบรรเทาอาการคัน ตึง ปวด เพื่อไม่ให้ลุกลาม แต่ไม่ได้ช่วยให้แผลเป็นนูน (คีลอยด์) ยุบลง และทำให้ผิวบางแล้ว ยังทำให้เกิดไฮเปอร์พิคเมนท์ คือ สีผิวจางกว่าผิวหนังด้านข้าง ทำให้แลดูไม่สวย
6 การฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในแผลเป็นหรือการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นการรักษาที่ได้ผลดีพอสมควร แต่ต้องทำหลายครั้ง  แผลเป็นนูนจึงจะเรียบลง




การผ่าตัด การฉีดยาสเตียรอยด์ ใช้ซิลิโคนเจลชีท ช่วยได้หรือไม่
คงมีคำถามว่าการผ่าตัดจะช่วยจัดตำแหน่งรอยแผลเป็นนูนให้ดีขึ้นได้จริงหรือ  แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่มีการผ่าตัดย่อมมีแผลเกิดขึ้นแผลใหม่แทนที่แผลเก่าเสมอ และยังขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็นด้วย แผลเป็นอาจจะหดและจางลงได้เอง ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร  ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี จนแผลจางลงเต็มที่ก่อนจึงจะทำการรักษา

สำหรับการฉีดยาสเตียรอยด์ การใช้ซิลิโคนเจลชีท ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การฉายแสงเลเซอร์  การจี้ความเย็น  วิธีการเหล่านี้สามารถใช้รักษาแผลเป็นนูนได้ทั้งหมด  แต่บอกได้เลยว่า ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อรักษาไปแล้วยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก

ดังนั้น  หัวใจสำคัญของการรักษารอยนูนจากแผลผ่าคลอด คือ  การดูแลตามขั้นตอนของแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันแรกหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น  ได้แก่

 - ในระยะ 2 – 3วันแรกหลังผ่าตัดแม้แผลผ่าคลอดจะยังมีพลาสเตอร์ปิดอยู่ก็ไม่ควรอาบนำ้เพราะน้ำอาจซึมเข้าแผลจนเกิดอาการติดเชื้อที่บาดแผลได้

- ควรใช้ผ้ารัดหน้าท้องในเวลากลางวันจนกว่าแผลผ่าตัดจะหายสนิท  เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่เจ็บแผล  เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องยังหย่อนอยู่มาก

- ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย  เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณบาดแผลให้มากขึ้น  ช่วยสมานแผลให้แนบกันเร็วขึ้น


Cr : sanook
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 4852


ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง
ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง วิธีการดูแลและรักษาแผลเป็นนูนมีหลากหลายวิธี มาดูกันว่าวิธีการใดใช้ได้ผลดีบ้าง ที่จะสามารถช่วยลดแผลเป็นนูนให้จางลง

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับแผลเป็นนูนหลังผ่าคลอด
แผลเป็นหลังผ่าคลอด  ความเชื่อหนึ่งที่มีมาทุกยุคทุกสมัย คือ  ความเชื่อที่ว่ากินไข่หลังคลอดจะทำให้เป็นแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ ความจริงก็คือ  “ไข่” เป็นสารอาหารจำพวกโปรตีน  ที่จะช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น  เพราะช่วยสร้างเนื้อเยื่อทำให้เซลล์แต่ละเซลล์ ประสานยึดติดเป็นเนื้อเดียวกันซึ่งมีอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม  รวมถึงถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น

แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดเกิดจากสาเหตุใด
นพ.ธรรมนูญ พนมธรรม ศัลยแพทย์ตกแต่ง โรงพยาบาลราชวิถี อธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดแผลเป็นนูน (คีลอยด์) ดังนี้

1 ปัจจัยเรื่องอายุ สำหรับคุณแม่ผ่าคลอดหรือคนที่อายุน้อยๆ จะมีโอกาสการสร้างพังผืดเยอะกว่า ในคนที่มีอายุมากหรือสูงอายุ
2 ลักษณะของผิวหนัง เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ในคนที่มีผิวสี เช่น คนเอเชีย หรือคนแอฟริกา มีโอกาสการเกิดเป็นแผลเป็นนูนมากกว่าคนที่มีผิวขาว
3 ตำแหน่งการเป็นของแผล ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ถ้าตำแหน่งที่เกิดในบริเวณหน้าอกทั้งด้านหน้าด้านหลัง ไหล่ หู หรือในส่วนบริเวณผิวหนังที่มีการเคลื่อนไหวได้บ่อย ๆ ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดแผลเป็นที่มีปัญหา และดูไม่ดีได้


นอกจากนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความตึงของแผล  จากการเย็บไม่แข็งแรงหรือน้อยชั้นเกินไป ทำให้ความตึงของแผลมีมากจนเกิดเป็นแผลนูนหนา  ส่วนใหญ่คุณหมอจะใช้การเย็บแผลด้วยเทคนิคที่ดี จะช่วยลดความตึงแผลลงได้และเกิดแผลเป็นเพียงส่วนน้อย



ตามธรรมชาติของผิวหนัง  แผลที่มีขนาดใหญ่จะใช้เวลานานจึงจะหาย โอกาสที่จะเกิดแผลเป็นจึงมีมาก โดยที่แผลเป็นในระยะแรกจะเห็นได้ชัดและค่อย ๆ จางลง ใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี ซึ่งแผลเป็นจะเห็นได้ชัดหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสี  ความเรียบ  ความยาว ความลึก และความกว้างของแผลนั้นด้วย

ทำยังไง ให้แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดคลอดยุบลง
คงเป็นคำถามที่ค้างคาใจคุณแม่ผ่าคลอดที่มีแผลเป็นนูนทุกคนอย่างแน่นอน  แท้ที่จริงแล้วหากเริ่มจากการป้องกันแผลหลังผ่าตัดมีหลายวิธี  แต่ยังไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดแต่ละวิธีมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป  เช่น

1 การใช้ซิลิโคนเจล (Silicone gel sheet)
2 โพลรียูรีเทน (Polyurethrane)
3 สารสกัดจากหัวหอม (Topical onion extrace) ซึ่งมีรายงานการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพว่าได้ผลดีในการป้องกันแผลเป็น
4 วิตามินอี (Vitamin E) หรือ Mucopolysaccharide มีข้อบ่งชี้ว่า ทำให้แผลเป็นนุ่มลงได้
5 การทายาสเตียรอยด์จะช่วยบรรเทาอาการคัน ตึง ปวด เพื่อไม่ให้ลุกลาม แต่ไม่ได้ช่วยให้แผลเป็นนูน (คีลอยด์) ยุบลง และทำให้ผิวบางแล้ว ยังทำให้เกิดไฮเปอร์พิคเมนท์ คือ สีผิวจางกว่าผิวหนังด้านข้าง ทำให้แลดูไม่สวย
6 การฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในแผลเป็นหรือการรักษาด้วยเลเซอร์เป็นการรักษาที่ได้ผลดีพอสมควร แต่ต้องทำหลายครั้ง  แผลเป็นนูนจึงจะเรียบลง




การผ่าตัด การฉีดยาสเตียรอยด์ ใช้ซิลิโคนเจลชีท ช่วยได้หรือไม่
คงมีคำถามว่าการผ่าตัดจะช่วยจัดตำแหน่งรอยแผลเป็นนูนให้ดีขึ้นได้จริงหรือ  แต่อย่าลืมว่าทุกครั้งที่มีการผ่าตัดย่อมมีแผลเกิดขึ้นแผลใหม่แทนที่แผลเก่าเสมอ และยังขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็นด้วย แผลเป็นอาจจะหดและจางลงได้เอง ต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร  ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้ทิ้งไว้เฉย ๆ สัก 1 ปี จนแผลจางลงเต็มที่ก่อนจึงจะทำการรักษา

สำหรับการฉีดยาสเตียรอยด์ การใช้ซิลิโคนเจลชีท ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกเช่น การฉายแสงเลเซอร์  การจี้ความเย็น  วิธีการเหล่านี้สามารถใช้รักษาแผลเป็นนูนได้ทั้งหมด  แต่บอกได้เลยว่า ไม่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเมื่อรักษาไปแล้วยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้อีก

ดังนั้น  หัวใจสำคัญของการรักษารอยนูนจากแผลผ่าคลอด คือ  การดูแลตามขั้นตอนของแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัดตั้งแต่วันแรกหลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น  ได้แก่

 - ในระยะ 2 – 3วันแรกหลังผ่าตัดแม้แผลผ่าคลอดจะยังมีพลาสเตอร์ปิดอยู่ก็ไม่ควรอาบนำ้เพราะน้ำอาจซึมเข้าแผลจนเกิดอาการติดเชื้อที่บาดแผลได้

- ควรใช้ผ้ารัดหน้าท้องในเวลากลางวันจนกว่าแผลผ่าตัดจะหายสนิท  เพื่อจะได้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้นโดยไม่เจ็บแผล  เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องยังหย่อนอยู่มาก

- ออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกาย  เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงบริเวณบาดแผลให้มากขึ้น  ช่วยสมานแผลให้แนบกันเร็วขึ้น


Cr : sanook
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้