เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวสกินแคร์
รีวิวศัลยกรรมโครงหน้า แก้จมูก และยกหน้าผากแก้เปลือกตาตกที่เกาหลี
ตอบ4 อ่าน272
ohha_j
08 กุมภาพันธ์ 2019
สวัสดีค่า
วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวที่ทำให้เราตัดสินใจรับการผ่าตัดศัลยกรรมที่บาโนบากิค่ะ
 

เริ่มต้นจากจมูกค่ะ
จมูกรอบนี้เราเป็นเคสแก้(ทำครั้งที่2) เดิมทีเราเป็นคนไม่มีดั้งเลยค่ะ โดนล้อบ่อยตั้งแต่เด็ก

การทำจมูกครั้งแรกเป็นการทำแบบ closed
และใช้ซิลิโคนรูปตัว L (ตามสูตรเกาหลีถือเป็นซิลิโคนที่ล้าหลังมากกกก)
การทำจมูกแบบโคลสจะฟื้นตัวไวกว่าก็จริง แต่ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกเราได้อย่างครบถ้วนค่ะ

หลังทำเราก็มีดั้งขึ้นมา แต่ปลายจมูกยังเหมือนเดิมคือ
กว้าง สั้น จมูกหมู ซิลิโคนดูเป็นแท่ง และไม่ธรรมชาติค่ะ ..

พอเราได้มีโอกาสทำจมูกใหม่ที่เกาหลี เราตัดสินใจเลือกรพ.บาโนบากิค่ะ ต้องยอมรับค่ะว่าคุณหมอที่นี่เก่งมากๆ ทำแค่จมูก คุณหมอไม่ได้โฟกัสแค่ดั้งแหมบๆของเรานะคะ เค้าดูไลน์โครงหน้าผาก,สันจมูก,คาง ให้เข้ากันทุกสัดส่วน และออกแบบจมูกให้ค่ะ ซึ่งจมูกเรานอกจากจะเปลี่ยนซิลิโคนใหม่แล้วยังมีการตัดปีก ดึงเสากลางจมูกลงเพื่อให้จมูกดูยาวขึ้น และมีการใช้
กระดูกอ่อนหลังหูด้วยค่ะ

ต่อมาคือโครงหน้า
เราเป็นคนตัวผอมค่ะ หนัก47.8 เท่านั้น แต่ด้วยกรรมพันธุ์ บ้านเราใบหน้าค่อนข้างใหญ่และบาน ทำให้เราดูเป็นคนอ้วนไปเลยค่ะ (ลดน้ำหนักยังไงก็ดูไม่ผอม เพราะหน้าใหญ่)
บวกกับโหนกแก้มค่อนข้างสูง ทำให้หน้าดูแก่และดุค่ะ เวลาถ่ายรูปหน้าตรงคือไลน์โครงหน้าจะไม่สมูท ซึ่งเราไม่ชอบเอามากๆ เลยทำให้ไม่มีความมั่นใจเวลาคนอื่นถ่ายรูปให้ค่ะ (เซลฟี่เองซะส่วนใหญ่เพราะรู้มุม) รูปที่คนอื่นถ่ายให้ เรามักจะเอามือปิดหน้า หรือหันข้างตัดปัญหาไปเลยค่ะ

ต่อมารายการศัลยกรรมสุดท้ายคือการยกหน้าผากค่ะ ..
ตอนแรกที่ตั้งใจจะทำคือแก้จมูกกับโครงหน้าค่ะ แต่พอเจอหมอเจ้าของเคส หมอเลยแนะนำให้ยกหน้าผากด้วย เพราะเราเป็นคนพื้นที่ระหว่างคิ้วกับตาน้อยมาก บวกกับมีหนังตาค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเป็นคนติดการเลิกคิ้วขึ้นตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเปลือกตาหนัก นอกจากปัญหานี้จะส่งผลให้เกิดนิ้วรอยที่หน้าผากแล้ว ยังทำให้หน้าเราดูดุด้วยค่ะ ซึ่งเราไม่ชอบลุคหน้าดุของตัวเองมากๆ เลยจัดการยกหน้าผากไปด้วยเลยค่า


เวลาคนอื่นถ่ายรูปให้จะเห็นได้ชัดว่ากรอบหน้าไม่สมูท และจมูกเป็นแท่งค่ะ
 


โหนกแก้มชัดมาก + เอามือจับหน้า55
 


ปิดหน้าแทบทุกรูป

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

วันที่1หลังจากผ่าตัด

เช้าวันนี้ก็ยังรู้สึกว่ายาชายังไม่หมดฤทธิ์ ไม่เจ็บเท่าที่จินตนาการไว้ แต่จะรู้สึกอึดอัดมากกว่าเพราะหน้าบวมค่ะ บวกกับรพ.ได้ให้ยาแก้ปวดผ่านสายน้ำเกลือด้วย ไม่อยากถอดสายน้ำเกลือเลย5555555

หลังผ่าตัดเราจะมีสายเดรนเลือดต่ออกจากปาก และเช้าวันนี้ก็แกะออก พยาบาลบอกว่าหลังแกะออก รูที่ต่อสายเดรนจะใช้เวลาในการสมานกัน6ชม. ซึ่งเท่ากับว่าเราทานอะไรไม่ได้เลยค่ะ (แต่บ้วนปาก ดื่มน้ำเปล่าได้)


หลังผ่าเสร็จ
 


ยาแก้ปวดที่โยงกับสายน้ำเกลือกับอุปกรณ์ดูแลตัวเองที่รพ.ให้
 


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

เดี๋ยวมาอัพเดทต่อในคอมเม้นนะคะ!
ohha_j หน้าตาธรรมดา กระทู้: 5
สวัสดีค่า
วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวที่ทำให้เราตัดสินใจรับการผ่าตัดศัลยกรรมที่บาโนบากิค่ะ
 

เริ่มต้นจากจมูกค่ะ
จมูกรอบนี้เราเป็นเคสแก้(ทำครั้งที่2) เดิมทีเราเป็นคนไม่มีดั้งเลยค่ะ โดนล้อบ่อยตั้งแต่เด็ก

การทำจมูกครั้งแรกเป็นการทำแบบ closed
และใช้ซิลิโคนรูปตัว L (ตามสูตรเกาหลีถือเป็นซิลิโคนที่ล้าหลังมากกกก)
การทำจมูกแบบโคลสจะฟื้นตัวไวกว่าก็จริง แต่ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างจมูกเราได้อย่างครบถ้วนค่ะ

หลังทำเราก็มีดั้งขึ้นมา แต่ปลายจมูกยังเหมือนเดิมคือ
กว้าง สั้น จมูกหมู ซิลิโคนดูเป็นแท่ง และไม่ธรรมชาติค่ะ ..

พอเราได้มีโอกาสทำจมูกใหม่ที่เกาหลี เราตัดสินใจเลือกรพ.บาโนบากิค่ะ ต้องยอมรับค่ะว่าคุณหมอที่นี่เก่งมากๆ ทำแค่จมูก คุณหมอไม่ได้โฟกัสแค่ดั้งแหมบๆของเรานะคะ เค้าดูไลน์โครงหน้าผาก,สันจมูก,คาง ให้เข้ากันทุกสัดส่วน และออกแบบจมูกให้ค่ะ ซึ่งจมูกเรานอกจากจะเปลี่ยนซิลิโคนใหม่แล้วยังมีการตัดปีก ดึงเสากลางจมูกลงเพื่อให้จมูกดูยาวขึ้น และมีการใช้
กระดูกอ่อนหลังหูด้วยค่ะ

ต่อมาคือโครงหน้า
เราเป็นคนตัวผอมค่ะ หนัก47.8 เท่านั้น แต่ด้วยกรรมพันธุ์ บ้านเราใบหน้าค่อนข้างใหญ่และบาน ทำให้เราดูเป็นคนอ้วนไปเลยค่ะ (ลดน้ำหนักยังไงก็ดูไม่ผอม เพราะหน้าใหญ่)
บวกกับโหนกแก้มค่อนข้างสูง ทำให้หน้าดูแก่และดุค่ะ เวลาถ่ายรูปหน้าตรงคือไลน์โครงหน้าจะไม่สมูท ซึ่งเราไม่ชอบเอามากๆ เลยทำให้ไม่มีความมั่นใจเวลาคนอื่นถ่ายรูปให้ค่ะ (เซลฟี่เองซะส่วนใหญ่เพราะรู้มุม) รูปที่คนอื่นถ่ายให้ เรามักจะเอามือปิดหน้า หรือหันข้างตัดปัญหาไปเลยค่ะ

ต่อมารายการศัลยกรรมสุดท้ายคือการยกหน้าผากค่ะ ..
ตอนแรกที่ตั้งใจจะทำคือแก้จมูกกับโครงหน้าค่ะ แต่พอเจอหมอเจ้าของเคส หมอเลยแนะนำให้ยกหน้าผากด้วย เพราะเราเป็นคนพื้นที่ระหว่างคิ้วกับตาน้อยมาก บวกกับมีหนังตาค่อนข้างเยอะ ทำให้เราเป็นคนติดการเลิกคิ้วขึ้นตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเปลือกตาหนัก นอกจากปัญหานี้จะส่งผลให้เกิดนิ้วรอยที่หน้าผากแล้ว ยังทำให้หน้าเราดูดุด้วยค่ะ ซึ่งเราไม่ชอบลุคหน้าดุของตัวเองมากๆ เลยจัดการยกหน้าผากไปด้วยเลยค่า


เวลาคนอื่นถ่ายรูปให้จะเห็นได้ชัดว่ากรอบหน้าไม่สมูท และจมูกเป็นแท่งค่ะ
 


โหนกแก้มชัดมาก + เอามือจับหน้า55
 


ปิดหน้าแทบทุกรูป

❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

วันที่1หลังจากผ่าตัด

เช้าวันนี้ก็ยังรู้สึกว่ายาชายังไม่หมดฤทธิ์ ไม่เจ็บเท่าที่จินตนาการไว้ แต่จะรู้สึกอึดอัดมากกว่าเพราะหน้าบวมค่ะ บวกกับรพ.ได้ให้ยาแก้ปวดผ่านสายน้ำเกลือด้วย ไม่อยากถอดสายน้ำเกลือเลย5555555

หลังผ่าตัดเราจะมีสายเดรนเลือดต่ออกจากปาก และเช้าวันนี้ก็แกะออก พยาบาลบอกว่าหลังแกะออก รูที่ต่อสายเดรนจะใช้เวลาในการสมานกัน6ชม. ซึ่งเท่ากับว่าเราทานอะไรไม่ได้เลยค่ะ (แต่บ้วนปาก ดื่มน้ำเปล่าได้)


หลังผ่าเสร็จ
 


ยาแก้ปวดที่โยงกับสายน้ำเกลือกับอุปกรณ์ดูแลตัวเองที่รพ.ให้
 


❤❤❤❤❤❤❤❤❤❤

เดี๋ยวมาอัพเดทต่อในคอมเม้นนะคะ!
ohha_j
12 กุมภาพันธ์ 2019
วันที่2 หลังผ่าตัด
เมื่อคืนนอนหลับไม่สบายเท่ากับคืนแรก ตื่นทุก1ชม.  เพราะเมื่อยอยากนอนราบ นอนตะแคงบ้าง แต่ยังทำไม่ได้ ㅠㅠ เช้ามาสัมผัสได้ว่าหน้าบวมขึ้น กระพุ้งแก้มดันลิ้นเลยทีเดียว ..
จมูกมีตันบ้าง หายใจได้บ้าง คิดว่าน่าจะเพราะอาการบวม ตอนนี้ยังไม่แกะผ้าพันหัวออก แต่เริ่มคันแล้ว อยากเกาแต่เกาไม่ได้ค่ะ

วันนี้พยาบาลบอกให้แกะเทปที่คางออกได้แล้ว เป็นอะไรที่ฟินมากกกก ตอนแกะออกยากนิดนึงเพราะกาวค่อนข้างเหนียว แต่ใช้น้ำลูบๆค่อยๆแกะออก ก็โล่งมาก และดูบวมกว่าเดิมอีกมากค่ะ

หมอบอกว่าอาการบวมจะเริ่มจากด้านบนลงล่าง ไม่ต้องตกใจค่า
 



วันที่ 3 หลังผ่าตัด
เมื่อคืนก็นอนหลับไม่สนิทเหมือนเดิม ตื่นทุก2-3ชม. วันนี้รู้สึกทรมานที่สุดเพราะอาการบวม (ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่า 2-3วันแรกจะบวมมาก) ตอนนี้รู้สึกตึงในช่องปากและรอบๆตามากค่ะ มีบ้างที่รู้สึกปวดแผลในปากร่วมด้วยแต่พยายามไม่กินยาแก้ปวด เนื่องจากยาที่จำเป็นต้องกินก็กินค่อนข้างยากแล้วเลยอดทนเอาค่ะ ปากยังอ้าไม่ได้มาก
ตอนนี้ก็ประคบเย็นลดบวมรัวๆไปเลยค่า
 



วันที่4 หลังผ่าตัด
ร่างกายก็ยังคงไม่ชินกับการนั่งนอน555 ตื่นไม่เป็นเวลาอีกแล้ว แต่เว้นช่วงยาวขึ้นกว่าเดิม เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาตอนตี5 อาการบวมดูคงที่จากเมื่อวาน (ถือเป็นเรื่องราวดีๆ55555) ไหนๆก็ตื่นแล้วเลยลุกขึ้นมาบ้วนปาก ประคบเย็นลดบวมซะเลยค่ะ (ใจอยากนอน แต่ด้วยท่านอนแล้วคือหลับยากมาก ㅠㅠ)

นอกจากอาการบวมที่ทรงๆ ก็มีอาการเจ็บคออย่างหนักร่วมด้วยจากที่เคยอ่านรีวิวท่านอื่น หลังผ่าตัดจะเจ็บคอเป็นปกติ เนื่องจากสอดท่อลงคอตอนให้ยาสลบ แต่สองวันแรกหลังผ่า เราแค่มีอาการแสบคอเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคิดว่าโชคดีจังไม่เจ็บคอ (ที่ไหนได้ มาแบบดีเลย์) ไม่แน่ใจว่าที่เจ็บตอนนี้เพราะไม่สบายจริงๆเนื่องจากนอนน้อยหรือเพราะท่อ แต่เป็นอะไรที่รู้สึกน่าหงุดหงิดใจเล็กๆเพราะไม่สบายตัว
 
ohha_j หน้าตาธรรมดา กระทู้: 5
วันที่2 หลังผ่าตัด
เมื่อคืนนอนหลับไม่สบายเท่ากับคืนแรก ตื่นทุก1ชม.  เพราะเมื่อยอยากนอนราบ นอนตะแคงบ้าง แต่ยังทำไม่ได้ ㅠㅠ เช้ามาสัมผัสได้ว่าหน้าบวมขึ้น กระพุ้งแก้มดันลิ้นเลยทีเดียว ..
จมูกมีตันบ้าง หายใจได้บ้าง คิดว่าน่าจะเพราะอาการบวม ตอนนี้ยังไม่แกะผ้าพันหัวออก แต่เริ่มคันแล้ว อยากเกาแต่เกาไม่ได้ค่ะ

วันนี้พยาบาลบอกให้แกะเทปที่คางออกได้แล้ว เป็นอะไรที่ฟินมากกกก ตอนแกะออกยากนิดนึงเพราะกาวค่อนข้างเหนียว แต่ใช้น้ำลูบๆค่อยๆแกะออก ก็โล่งมาก และดูบวมกว่าเดิมอีกมากค่ะ

หมอบอกว่าอาการบวมจะเริ่มจากด้านบนลงล่าง ไม่ต้องตกใจค่า
 



วันที่ 3 หลังผ่าตัด
เมื่อคืนก็นอนหลับไม่สนิทเหมือนเดิม ตื่นทุก2-3ชม. วันนี้รู้สึกทรมานที่สุดเพราะอาการบวม (ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่า 2-3วันแรกจะบวมมาก) ตอนนี้รู้สึกตึงในช่องปากและรอบๆตามากค่ะ มีบ้างที่รู้สึกปวดแผลในปากร่วมด้วยแต่พยายามไม่กินยาแก้ปวด เนื่องจากยาที่จำเป็นต้องกินก็กินค่อนข้างยากแล้วเลยอดทนเอาค่ะ ปากยังอ้าไม่ได้มาก
ตอนนี้ก็ประคบเย็นลดบวมรัวๆไปเลยค่า
 



วันที่4 หลังผ่าตัด
ร่างกายก็ยังคงไม่ชินกับการนั่งนอน555 ตื่นไม่เป็นเวลาอีกแล้ว แต่เว้นช่วงยาวขึ้นกว่าเดิม เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาตอนตี5 อาการบวมดูคงที่จากเมื่อวาน (ถือเป็นเรื่องราวดีๆ55555) ไหนๆก็ตื่นแล้วเลยลุกขึ้นมาบ้วนปาก ประคบเย็นลดบวมซะเลยค่ะ (ใจอยากนอน แต่ด้วยท่านอนแล้วคือหลับยากมาก ㅠㅠ)

นอกจากอาการบวมที่ทรงๆ ก็มีอาการเจ็บคออย่างหนักร่วมด้วยจากที่เคยอ่านรีวิวท่านอื่น หลังผ่าตัดจะเจ็บคอเป็นปกติ เนื่องจากสอดท่อลงคอตอนให้ยาสลบ แต่สองวันแรกหลังผ่า เราแค่มีอาการแสบคอเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งคิดว่าโชคดีจังไม่เจ็บคอ (ที่ไหนได้ มาแบบดีเลย์) ไม่แน่ใจว่าที่เจ็บตอนนี้เพราะไม่สบายจริงๆเนื่องจากนอนน้อยหรือเพราะท่อ แต่เป็นอะไรที่รู้สึกน่าหงุดหงิดใจเล็กๆเพราะไม่สบายตัว
 
ohha_j
13 กุมภาพันธ์ 2019
วันที่5 หลังผ่าตัด
ปากอ้าได้มากขึ้นกว่าเดิมนี้ดดดดหน่อยค่ะ ฉีกยิ้มได้มากขึ้น แต่ก็ยังตึงๆอยู่ รอยช้ำมีใต้ตาจางๆ และมีไหลลงมาที่คอเล็กน้อยค่ะ (เราเป็นคนไม่ค่อยช้ำอยู่แล้ว เลยไม่เป็นหนักค่า)

วันนี้เป็นวันแกะเฝือกจมูกค่ะ (เฮ!!) เราแกะเฝือกเสร็จปุ๊บก็ออกไปช็อปปิ้งที่สถานีคังนัมต่อ เป็นการออกไปข้างนอกครั้งแรกตั้งแต่ทำศัลยกรรม ค่อนข้างลำบากนิดหน่อย เพราะตั้งแต่เมื่อวานน้ำมูกเราไหลเยอะมากค่ะ การออกไปข้างนอกจะไม่ได้มีเวลามาทำความสะอาดรูจมูกบ่อย ทำให้จมูกตัน และหายใจลำบาก..

วันนี้เดินค่อนข้างเยอะค่ะ พยายามเท่าที่ไหวจะได้ลดบวมด้วยค่า
 

หลังถอดเฝือกจมูก มุมตรง มุมข้าง เห็นได้ว่ายังบวมอยู่น๊า

 

อาการบวมของโครงหน้า นอกจากตรงเนื้อใต้คางแล้ว
ก็จะมีส่วนของแก้มด้านล่างที่เอามือบีบให้ดูค่ะ บวมเป็นลูกเลย 555


วันที่6 หลังผ่าตัด

ไปทำงานได้แล้วค่า
วันนี้เราแต่งหน้ามาทำงานค่ะ แต่ค่อนข้างลำบากเพราะส่วนโหนกแก้ม
ขมับ ใต้ตา ค่อนข้างระบม แล้วก็แต่งหน้าไม่ค่อยติดค่ะ

ตอนนี้อาการบวมช่วงด้านบนของใบหน้าไม่ได้หนักมาก พี่ที่ทำงานทักว่า
ถ้าไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าทำหน้ามา (อู้ว)
แต่อย่างที่พยาบาลเคยบอกไว้ค่ะ อาการบวมช้ำคนเราไหลจากบนลงล่าง
ตอนนี้สภาพคางและใต้คางคืออืดเต็มที่ เหมือนคนน้ำหนักขึ้นเลยค่ะ
เราเลยใส่มาส์กปิดปาก (เอามาปิดบริเวณคางไว้)

 
 



หลังทำศัลยกรรมครบ 1อาทิตย์ !

ตั้งแต่ทำศัลยกรรมมาจนครบ1อาทิตย์ จะพูดถึงจุดที่คนทักมากที่สุดก่อนก็คือ 'ตา'

ทุกคนที่เจอหน้าจะถามว่า ทำอะไร ได้ทำตามั้ย? ซึ่งแน่นอนค่ะว่าคำตอบคือไม่555
แต่ทำไมตาถึงเปลี่ยน?

สาเหตุมาจากการยกหน้าผากนั่นเองค่ะ

เดิมทีเราเป็นคนที่มีตา2ชั้นอยู่แล้ว แต่หนังตาหนา และค่อนข้างตก
 บวกกับพื้นที่ระหว่างคิ้วกับเปลือกตาแคบ คุณหมอเลยแนะนำการศัลยกรรมยกหน้าผากค่ะ

ซึ่งผลจากการศัลยกรรมยกหน้าผาก ทำให้หลายๆคนทักเราว่าตาดูสวยขึ้น
ตาดูสดชื่นขึ้น ตาดูโตขึ้น ซึ่งเราแฮปปี้มากๆ..
บวกกับตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องเลิกคิ้วขึ้นตลอดเวลาเพื่อเบิ่งตาตัวเอง
(มักทำเมื่อรู้สึกล้า หรือหนักหนังตา ทำบ่อยๆจะส่งผลให้ติดเป็นนิสัย
 ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ในอนาคตค่ะ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจเป็นเพราะอยู่ระยะบวมและตึงด้วย
 ยังไงก็อยากรอดูผลต่อไปอีกยาวๆค่า

ส่วนจมูก เสียงตอบรับส่วนใหญ่คือชอบความไม่ทื่อของสันและปลายแอบพุ่งเล็กๆค่ะ
สุดท้ายคือโครงหน้า ความบวมยังกองอยู่ที่แก้มล่างกับเหนียงเหมือนเดิม
แต่หลายๆคนที่รพ.ก็ทักเหมือนกันค่ะว่าอาการบวมโดยรวมลดลงเร็วมากๆ

ซึ่งเราก็ลุ้นอยากให้มันหายไวๆเหมือนกันค่า (เดาหน้าตัวเองไม่ออกเลยตอนนี้ ToT)
 
ohha_j หน้าตาธรรมดา กระทู้: 5
วันที่5 หลังผ่าตัด
ปากอ้าได้มากขึ้นกว่าเดิมนี้ดดดดหน่อยค่ะ ฉีกยิ้มได้มากขึ้น แต่ก็ยังตึงๆอยู่ รอยช้ำมีใต้ตาจางๆ และมีไหลลงมาที่คอเล็กน้อยค่ะ (เราเป็นคนไม่ค่อยช้ำอยู่แล้ว เลยไม่เป็นหนักค่า)

วันนี้เป็นวันแกะเฝือกจมูกค่ะ (เฮ!!) เราแกะเฝือกเสร็จปุ๊บก็ออกไปช็อปปิ้งที่สถานีคังนัมต่อ เป็นการออกไปข้างนอกครั้งแรกตั้งแต่ทำศัลยกรรม ค่อนข้างลำบากนิดหน่อย เพราะตั้งแต่เมื่อวานน้ำมูกเราไหลเยอะมากค่ะ การออกไปข้างนอกจะไม่ได้มีเวลามาทำความสะอาดรูจมูกบ่อย ทำให้จมูกตัน และหายใจลำบาก..

วันนี้เดินค่อนข้างเยอะค่ะ พยายามเท่าที่ไหวจะได้ลดบวมด้วยค่า
 

หลังถอดเฝือกจมูก มุมตรง มุมข้าง เห็นได้ว่ายังบวมอยู่น๊า

 

อาการบวมของโครงหน้า นอกจากตรงเนื้อใต้คางแล้ว
ก็จะมีส่วนของแก้มด้านล่างที่เอามือบีบให้ดูค่ะ บวมเป็นลูกเลย 555


วันที่6 หลังผ่าตัด

ไปทำงานได้แล้วค่า
วันนี้เราแต่งหน้ามาทำงานค่ะ แต่ค่อนข้างลำบากเพราะส่วนโหนกแก้ม
ขมับ ใต้ตา ค่อนข้างระบม แล้วก็แต่งหน้าไม่ค่อยติดค่ะ

ตอนนี้อาการบวมช่วงด้านบนของใบหน้าไม่ได้หนักมาก พี่ที่ทำงานทักว่า
ถ้าไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน ก็ไม่รู้ว่าทำหน้ามา (อู้ว)
แต่อย่างที่พยาบาลเคยบอกไว้ค่ะ อาการบวมช้ำคนเราไหลจากบนลงล่าง
ตอนนี้สภาพคางและใต้คางคืออืดเต็มที่ เหมือนคนน้ำหนักขึ้นเลยค่ะ
เราเลยใส่มาส์กปิดปาก (เอามาปิดบริเวณคางไว้)

 
 



หลังทำศัลยกรรมครบ 1อาทิตย์ !

ตั้งแต่ทำศัลยกรรมมาจนครบ1อาทิตย์ จะพูดถึงจุดที่คนทักมากที่สุดก่อนก็คือ 'ตา'

ทุกคนที่เจอหน้าจะถามว่า ทำอะไร ได้ทำตามั้ย? ซึ่งแน่นอนค่ะว่าคำตอบคือไม่555
แต่ทำไมตาถึงเปลี่ยน?

สาเหตุมาจากการยกหน้าผากนั่นเองค่ะ

เดิมทีเราเป็นคนที่มีตา2ชั้นอยู่แล้ว แต่หนังตาหนา และค่อนข้างตก
 บวกกับพื้นที่ระหว่างคิ้วกับเปลือกตาแคบ คุณหมอเลยแนะนำการศัลยกรรมยกหน้าผากค่ะ

ซึ่งผลจากการศัลยกรรมยกหน้าผาก ทำให้หลายๆคนทักเราว่าตาดูสวยขึ้น
ตาดูสดชื่นขึ้น ตาดูโตขึ้น ซึ่งเราแฮปปี้มากๆ..
บวกกับตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องเลิกคิ้วขึ้นตลอดเวลาเพื่อเบิ่งตาตัวเอง
(มักทำเมื่อรู้สึกล้า หรือหนักหนังตา ทำบ่อยๆจะส่งผลให้ติดเป็นนิสัย
 ก่อให้เกิดริ้วรอยได้ในอนาคตค่ะ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจเป็นเพราะอยู่ระยะบวมและตึงด้วย
 ยังไงก็อยากรอดูผลต่อไปอีกยาวๆค่า

ส่วนจมูก เสียงตอบรับส่วนใหญ่คือชอบความไม่ทื่อของสันและปลายแอบพุ่งเล็กๆค่ะ
สุดท้ายคือโครงหน้า ความบวมยังกองอยู่ที่แก้มล่างกับเหนียงเหมือนเดิม
แต่หลายๆคนที่รพ.ก็ทักเหมือนกันค่ะว่าอาการบวมโดยรวมลดลงเร็วมากๆ

ซึ่งเราก็ลุ้นอยากให้มันหายไวๆเหมือนกันค่า (เดาหน้าตัวเองไม่ออกเลยตอนนี้ ToT)
 
ohha_j
14 กุมภาพันธ์ 2019
10 วันหลังผ่าตัด

ผ่านไปแล้ว10วัน วันนี้ตัดไหมในจมูก หลังหู และแกะแมคบนหัวออกค่ะ
รู้สึกโล่งมากๆ จะได้สระผมแบบไม่กังวลว่าอะไรจะเกี่ยวแมคแล้ว
จะได้ไม่ต้องกังวลว่าไหมในจมูกจะยังสะอาดดีมั้ย ฟินนน

แต่ไหมยังไม่หมดค่ะ เหลือไหมในปาก ซึ่งจะตัดตอนวันที่14หลังผ่าตัด
ระหว่างนี้ก็บ้วนปากรักษาความสะอาดวนไปค่า

ส่วนอาการบวมก็ยังทรงๆค่ะ (ㅠㅡㅠ) แต่พอลองสังเกตตัวเองในกระจกดีๆ

 บางครั้งอาการบวมก็หายไปจนแอบเห็นคางโผล่นิดๆ
บางครั้งก็กลับมาหน้ากลมเหมือนเดิม ดูบวมขึ้นๆลงๆ 555 เราก็ไม่ย่อท้อ ขยันเดินและประคบเย็นต่อไปค่ะ

ช่วงนี้พอจะถ่ายรูปเล่นได้บ้างแล้ว (แบบหามุมหลบหน้าบวม) วันนี้ระหว่างนอนอบออกซิเจนลดบวมก็ลองถ่ายรูปเล่นค่ะ ถ้าเอามือปิดหรือหามุมดีๆก็พอจะรอดอยู่นะ 5555

ผ่านมา10วัน ปากสามารถอ้าได้มากขึ้นนิดหน่อยค่ะ พอจะมีแรงเคี้ยวเบาๆแล้ว แต่ติดตรงที่ยังยัดช้อนขนาดปกติเข้าปากไม่ได้ (휴 휴) .. จบที่ทานของเหลวต่อไปรัวๆค่า ...
 




ทำศัลยกรรมครบ 2 อาทิตย์!!
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องตัดไหมแล้วค่ะ ซึ่งก็คือไหมในปาก.. ก่อนตัดค่อนข้างกังวลมาก
 เพราะได้ยินเสียงขู่มาจากหลายทางว่าตัดไหมในปากเจ็บที่สุด!!

แต่พอตัดไหมจริงๆ ก็ไม่ได้เจ็บเท่าที่จินตนาการไว้ค่ะ

อาจจะมีจี๊ดๆบ้าง เพราะเหงือกเป็นส่วนที่ค่อนข้างบอบบาง
ทั้งปากเจ็บสุดจะเป็นส่วนตรงคางค่ะ พยาบาลบอกว่าร่างกายคนเราตรงนั้นเส้นประสาทเยอะ
เลยจะเจ็บหน่อย..

แต่หลังตัดไหม รู้สึกเหมือนเคลียเกมผ่านด่านเลยค่ะ ปลดล็อคมากๆ โล่งมาก

ตั้งแต่ผ่าวันแรก ตอนนี้ถือว่าอ้าปากได้มากขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ
พอตัดไหมปุ๊บ เราก็กล้ากินอะไรมากขึ้น55555
แต่ลิ้นเราก็ยังไม่สามารถดุนลงไปถึงซอกฟันข้างกระพุ้งแก้มได้อยู่ดี
เพราะฉะนั้นหลังทานอะไร เราเลยรีบบ้วนปากเพื่อขจัดเศษอาหารที่ติดค้างค่ะ

การแปรงฟันสามารถเริ่มทำได้แล้ว เราใช้แปรงเด็กจุ่มกับน้ำยาเบตาดีนบ้วนปากที่รพ.
จัดไว้ให้ค่อยๆแปรงค่ะ แล้วตามด้วยบ้วนน้ำเปล่าป้องกันฟันเหลือง
 

*หลังศัลยกรรมโครงหน้าได้7วัน จะเริ่มรัดหน้าตามที่รพ.แนะนำค่ะ*



ผ่าตัดครบ 1เดือน!!
ผ่านมาแล้ว1เดือน เวลาผ่านไปไวมากๆ
ตอนนี้ก็เริ่มใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติเกือบ 100%แล้วค่ะ
 


อาการบวมแน่นอนว่ายังเหลืออยู่ ช่วงนี้มีแต่คนทักแก้มค่ะ
บอกว่าหน้าเหมือนกระรอกเวลาอมอะไรไว้ในแก้ม ฮ่าๆๆ

ตอนนี้ปากอ้าได้กว้างมากขึ้น แต่ยังไม่ถือว่าเป็นระดับปกติค่ะ ยังลำบากเวลาหาว
เพราะมันไม่สามารถอ้าปากหาวได้ (ㅠㅡㅠ ) ..
อาการตึงๆบริเวณปากและแก้มยังคงเหลืออยู่ค่ะ พออาการบวมลดลง
ไหมในปากก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น (ไม่ใช่รพ.ชุ่ยตัดไม่หมดนะคะ
เพียงแค่ตอนแรกอาการบวมมีมาก เลยทำเหงือกและกระพุ้งแก้มบังไหมค่ะ)
 ซึ่งทางรพ.แจ้งว่าไหมในปากเป็นไหมละลาย ไม่ต้องตกใจ
พอถึงเวลามันจะหายไป ซึ่งเราก็ไม่ซีเรียสค่า

ในส่วนของจมูก ตรงปีกจมูกเริ่มนุ่มขึ้นแล้วค่ะ จากตอนแรกที่จมูกจะค่อนข้างแข็ง
 ส่วนหูข้างที่เอากระดูกอ่อนออกมายังเหลือรอยช้ำม่วงจางๆ
และรู้สึกปวดจี๊ดๆเป็นบางครั้งค่ะ

หน้าผากถือว่าอาการบวมเหลือน้อยที่สุด แต่บริเวณที่ใส่เอ็นโดไทน์ยึดไว้
เริ่มมีความรู้สึกจี๊ดๆบ้าง ซึ่งเป็นอาการปกติเวลาเส้นประสาทเริ่มฟื้นตัวค่ะ
 


สภาพโดยรวมถือว่าพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนเช็คกับคุณหมอ
คุณหมอแจ้งว่าพออาการบวมหายทุกอย่างจะดูเข้าที่มากขึ้นก็อุ่นใจค่ะ >_<

*ผ่าตัดครบ 1เดือน เราเริ่มฝึกอ้าปากตามที่รพ.แนะนำค่ะ*
ohha_j หน้าตาธรรมดา กระทู้: 5
10 วันหลังผ่าตัด

ผ่านไปแล้ว10วัน วันนี้ตัดไหมในจมูก หลังหู และแกะแมคบนหัวออกค่ะ
รู้สึกโล่งมากๆ จะได้สระผมแบบไม่กังวลว่าอะไรจะเกี่ยวแมคแล้ว
จะได้ไม่ต้องกังวลว่าไหมในจมูกจะยังสะอาดดีมั้ย ฟินนน

แต่ไหมยังไม่หมดค่ะ เหลือไหมในปาก ซึ่งจะตัดตอนวันที่14หลังผ่าตัด
ระหว่างนี้ก็บ้วนปากรักษาความสะอาดวนไปค่า

ส่วนอาการบวมก็ยังทรงๆค่ะ (ㅠㅡㅠ) แต่พอลองสังเกตตัวเองในกระจกดีๆ

 บางครั้งอาการบวมก็หายไปจนแอบเห็นคางโผล่นิดๆ
บางครั้งก็กลับมาหน้ากลมเหมือนเดิม ดูบวมขึ้นๆลงๆ 555 เราก็ไม่ย่อท้อ ขยันเดินและประคบเย็นต่อไปค่ะ

ช่วงนี้พอจะถ่ายรูปเล่นได้บ้างแล้ว (แบบหามุมหลบหน้าบวม) วันนี้ระหว่างนอนอบออกซิเจนลดบวมก็ลองถ่ายรูปเล่นค่ะ ถ้าเอามือปิดหรือหามุมดีๆก็พอจะรอดอยู่นะ 5555

ผ่านมา10วัน ปากสามารถอ้าได้มากขึ้นนิดหน่อยค่ะ พอจะมีแรงเคี้ยวเบาๆแล้ว แต่ติดตรงที่ยังยัดช้อนขนาดปกติเข้าปากไม่ได้ (휴 휴) .. จบที่ทานของเหลวต่อไปรัวๆค่า ...
 




ทำศัลยกรรมครบ 2 อาทิตย์!!
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ต้องตัดไหมแล้วค่ะ ซึ่งก็คือไหมในปาก.. ก่อนตัดค่อนข้างกังวลมาก
 เพราะได้ยินเสียงขู่มาจากหลายทางว่าตัดไหมในปากเจ็บที่สุด!!

แต่พอตัดไหมจริงๆ ก็ไม่ได้เจ็บเท่าที่จินตนาการไว้ค่ะ

อาจจะมีจี๊ดๆบ้าง เพราะเหงือกเป็นส่วนที่ค่อนข้างบอบบาง
ทั้งปากเจ็บสุดจะเป็นส่วนตรงคางค่ะ พยาบาลบอกว่าร่างกายคนเราตรงนั้นเส้นประสาทเยอะ
เลยจะเจ็บหน่อย..

แต่หลังตัดไหม รู้สึกเหมือนเคลียเกมผ่านด่านเลยค่ะ ปลดล็อคมากๆ โล่งมาก

ตั้งแต่ผ่าวันแรก ตอนนี้ถือว่าอ้าปากได้มากขึ้นอีกนิดหน่อยค่ะ
พอตัดไหมปุ๊บ เราก็กล้ากินอะไรมากขึ้น55555
แต่ลิ้นเราก็ยังไม่สามารถดุนลงไปถึงซอกฟันข้างกระพุ้งแก้มได้อยู่ดี
เพราะฉะนั้นหลังทานอะไร เราเลยรีบบ้วนปากเพื่อขจัดเศษอาหารที่ติดค้างค่ะ

การแปรงฟันสามารถเริ่มทำได้แล้ว เราใช้แปรงเด็กจุ่มกับน้ำยาเบตาดีนบ้วนปากที่รพ.
จัดไว้ให้ค่อยๆแปรงค่ะ แล้วตามด้วยบ้วนน้ำเปล่าป้องกันฟันเหลือง
 

*หลังศัลยกรรมโครงหน้าได้7วัน จะเริ่มรัดหน้าตามที่รพ.แนะนำค่ะ*



ผ่าตัดครบ 1เดือน!!
ผ่านมาแล้ว1เดือน เวลาผ่านไปไวมากๆ
ตอนนี้ก็เริ่มใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติเกือบ 100%แล้วค่ะ
 


อาการบวมแน่นอนว่ายังเหลืออยู่ ช่วงนี้มีแต่คนทักแก้มค่ะ
บอกว่าหน้าเหมือนกระรอกเวลาอมอะไรไว้ในแก้ม ฮ่าๆๆ

ตอนนี้ปากอ้าได้กว้างมากขึ้น แต่ยังไม่ถือว่าเป็นระดับปกติค่ะ ยังลำบากเวลาหาว
เพราะมันไม่สามารถอ้าปากหาวได้ (ㅠㅡㅠ ) ..
อาการตึงๆบริเวณปากและแก้มยังคงเหลืออยู่ค่ะ พออาการบวมลดลง
ไหมในปากก็โผล่ขึ้นมาให้เห็น (ไม่ใช่รพ.ชุ่ยตัดไม่หมดนะคะ
เพียงแค่ตอนแรกอาการบวมมีมาก เลยทำเหงือกและกระพุ้งแก้มบังไหมค่ะ)
 ซึ่งทางรพ.แจ้งว่าไหมในปากเป็นไหมละลาย ไม่ต้องตกใจ
พอถึงเวลามันจะหายไป ซึ่งเราก็ไม่ซีเรียสค่า

ในส่วนของจมูก ตรงปีกจมูกเริ่มนุ่มขึ้นแล้วค่ะ จากตอนแรกที่จมูกจะค่อนข้างแข็ง
 ส่วนหูข้างที่เอากระดูกอ่อนออกมายังเหลือรอยช้ำม่วงจางๆ
และรู้สึกปวดจี๊ดๆเป็นบางครั้งค่ะ

หน้าผากถือว่าอาการบวมเหลือน้อยที่สุด แต่บริเวณที่ใส่เอ็นโดไทน์ยึดไว้
เริ่มมีความรู้สึกจี๊ดๆบ้าง ซึ่งเป็นอาการปกติเวลาเส้นประสาทเริ่มฟื้นตัวค่ะ
 


สภาพโดยรวมถือว่าพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตอนเช็คกับคุณหมอ
คุณหมอแจ้งว่าพออาการบวมหายทุกอย่างจะดูเข้าที่มากขึ้นก็อุ่นใจค่ะ >_<

*ผ่าตัดครบ 1เดือน เราเริ่มฝึกอ้าปากตามที่รพ.แนะนำค่ะ*
ohha_j
15 กุมภาพันธ์ 2019
2เดือน หลังผ่าตัด
ช่วงประมาณ 2เดือน1อาทิตย์ ปากเริ่มอ้าได้มากขึ้น
สังเกตุจากเวลาแปรงฟันที่หัวแปรงสามารถเข้าไปถึงฟันซี่ในสุดได้โดยไม่ต้องยัด

คนรอบข้างทักว่าอาการบวมของจมูกแทบไม่เหลือแล้ว จมูกเล็กและสลิมขึ้น
แต่ตรงส่วนแก้มล่างยังมีความบวมอยู่ จมูกเลยดูเล็กถ้าเทียบกับขนาดหน้า

ปีกจมูกนิ่มขึ้นจนสามารถบีบปลายจมูกได้แล้ว แต่ยังไม่กล้าสั่งน้ำมูกแรงๆ
ยังคงใช้คัตตอนบัตในการทำความสะดวกจมูกค่ะ

สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ เริ่มเคี้ยวของแข็งขึ้นได้แล้ว (เช่นเอ็นข้อไก่ 5555)

สิ่งที่ยังลำบากอยู่ก็คือ การหาว
เพราะยังอ้าปากกว้างจนสุดไม่ได้ ทำให้เจ็บตรงข้อต่อขากรรไกร
 




3เดือน หลังผ่าตัด
อาการชาโดยรวมดีขึ้นเยอะมากค่ะ
ปากยังอ้าได้ไม่เยอะ แต่ก็ค่อยๆอ้าได้กว้างขึ้น ตอนหาวไม่เจ็บตรงข้อต่อขากรรไกรแล้วค่า

คนรอบตัวทักว่าอาการบวมลดลงเยอะกว่าเดือนที่แล้ว แต่แน่นอนว่ายังไม่หายหมด 100% นะคะ โดยรวมคือสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ รอแค่ให้ร่างกายฟื้นตัวตามลำดับเท่านั้นค่า
 


ระยะ 3เดือนนี้สามารถถ่ายรูปได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านๆมาค่ะ เพราะหน้าไม่อืดหนักแล้ว อาศัยหามุมดีๆก็รอดแล้ว

แต่เนื่องจากเป็นคนที่ผิวค่อนข้างหนาและเนื้อเยอะ ทำให้ดูมีแก้ม และมีเนื้อใต้คางค่อนข้างมากค่ะ เลยทำให้ยังไม่เห็นกรอบหน้าที่ชัดเจน T^T ก็รอร่างกายฟื้นตัวต่อไปจ้า >_<
ohha_j หน้าตาธรรมดา กระทู้: 5
2เดือน หลังผ่าตัด
ช่วงประมาณ 2เดือน1อาทิตย์ ปากเริ่มอ้าได้มากขึ้น
สังเกตุจากเวลาแปรงฟันที่หัวแปรงสามารถเข้าไปถึงฟันซี่ในสุดได้โดยไม่ต้องยัด

คนรอบข้างทักว่าอาการบวมของจมูกแทบไม่เหลือแล้ว จมูกเล็กและสลิมขึ้น
แต่ตรงส่วนแก้มล่างยังมีความบวมอยู่ จมูกเลยดูเล็กถ้าเทียบกับขนาดหน้า

ปีกจมูกนิ่มขึ้นจนสามารถบีบปลายจมูกได้แล้ว แต่ยังไม่กล้าสั่งน้ำมูกแรงๆ
ยังคงใช้คัตตอนบัตในการทำความสะดวกจมูกค่ะ

สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ เริ่มเคี้ยวของแข็งขึ้นได้แล้ว (เช่นเอ็นข้อไก่ 5555)

สิ่งที่ยังลำบากอยู่ก็คือ การหาว
เพราะยังอ้าปากกว้างจนสุดไม่ได้ ทำให้เจ็บตรงข้อต่อขากรรไกร
 




3เดือน หลังผ่าตัด
อาการชาโดยรวมดีขึ้นเยอะมากค่ะ
ปากยังอ้าได้ไม่เยอะ แต่ก็ค่อยๆอ้าได้กว้างขึ้น ตอนหาวไม่เจ็บตรงข้อต่อขากรรไกรแล้วค่า

คนรอบตัวทักว่าอาการบวมลดลงเยอะกว่าเดือนที่แล้ว แต่แน่นอนว่ายังไม่หายหมด 100% นะคะ โดยรวมคือสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติได้โดยไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ รอแค่ให้ร่างกายฟื้นตัวตามลำดับเท่านั้นค่า
 


ระยะ 3เดือนนี้สามารถถ่ายรูปได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านๆมาค่ะ เพราะหน้าไม่อืดหนักแล้ว อาศัยหามุมดีๆก็รอดแล้ว

แต่เนื่องจากเป็นคนที่ผิวค่อนข้างหนาและเนื้อเยอะ ทำให้ดูมีแก้ม และมีเนื้อใต้คางค่อนข้างมากค่ะ เลยทำให้ยังไม่เห็นกรอบหน้าที่ชัดเจน T^T ก็รอร่างกายฟื้นตัวต่อไปจ้า >_<
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้