เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ข่าวศัลยกรรม
ตกแต่งเยื่อพรหมจรรย์…ซับน้ำตาหญิงไม่เวอร์จิ้น!!
ตอบ0 อ่าน53
Tansmallroom
10 มีนาคม 2019


จำเป็นแค่ไหน? ศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์
           อวัยวะภายในของผู้หญิงจะมีเยื่อบางๆ และมีรูเล็กๆ เหมือนประตู หากมีเพศสัมพันธ์ก็เหมือนกับการพังประตูนั้นเข้าไป ทำให้ฉีกขาดและมีเลือดไหลออกมา แต่สามารถทำการซ่อมแซมได้

ในธรรมชาติของเยื่อพรหมจรรย์ หรือเยื่อพรหมจารี (Hymen) คือเนื้อเยื่อบางๆ อยู่บริเวณปากช่องคลอด มีความหนาประมาณ 2-3 ม.ม.เท่านั้น ทำหน้าที่ป้องกันสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมเข้าช่องคลอด

เยื่อพรหมจารีอาจฉีดขาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แค่ออกกำลังกาย ยกของหนัก ปั่นจักรยาน เล่นยิมนาสติค การอ้าขากว้างๆ หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) ก็เกิดการฉีกขาดได้ง่าย

นั่นหมายถึงผู้หญิงคนนั้นยังคงบริสุทธิ์อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เนื้อเยื่อพรหมจารีได้ฉีกขาดไปแล้วเท่านั้น แต่ผู้ชายมักจะยึดถือว่าเยื่อพรหมจารีนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้หญิง จึงทำให้ลูกผู้หญิงทุกคนจำเป็นต้องรักษาไว้ให้แก่คนรัก เมื่อเวลาสำคัญนั้นมาถึง

           เมื่อผู้ชายกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ยังคงให้ความสำคัญกับพรหมจรรย์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้หญิงต้องทำศัลยกรรมตกแต่งในส่วนนั้น และยังมีเหตุผลอีกมากมาย เช่น

อยู่ในวัยหรืออายุประมาณ 20-35 ปีที่กำลังจะแต่งงานและผู้จะมาเป็นสามีในอนาคตรับไม่ได้เมื่อรู้ว่าว่าที่ภรรยาเคยผ่านอะไรมาก่อน หรือแม้กระทั่งเกิดจากอุบัติเหตุ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกหลอกลวง ข่มขืน

ค่านิยมว่าตนสูญเสียพรหมจรรย์เป็นหญิงไม่บริสุทธิ์ เป็นผ้าขาวที่แปดเปื้อนแล้ว เป็นคนไม่ดี ทำให้เป็นทุกข์ เป็นโรคซึมเศร้า ไร้ค่าในชีวิตหลายคนกลายเป็นคนมีเซ็กซ์ง่ายขึ้น บางคนปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปเลย จนยึดอาชีพขายบริการทางเพศ อาจทำให้ตัวเองมีปัญหาเกิดความไม่มั่นใจ ในทางการแพทย์จึงเป็นเหตุต้องทำเพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ดีขึ้น

“การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์ แม้ทางเทคนิคแพทย์จะช่วยได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคนๆ นั้นด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร ซึ่งในบางรายไม่สามารถทำให้ได้เพราะผิดวัตถุประสงค์ เป็นเหมือนดาบสองคม เราต้องแน่ใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นการตอบปัญหาจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นแฟชั่นหรือนำไปหลอกลวงคนอื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ไม่ดี” รศ.ศิริชัยกล่าวเตือน



การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์จะแตกต่างจากการทำรีแพร์

การทำรีแพร์ (repair) เรียกทั่วไปว่า “ทำสาว” ซึ่งผู้ที่ทำมักมีปัญหา

1.ช่องคลอดหย่อนยาน เนื่องจากอยู่กับคู่สมรสเป็นเวลานาน

2.เนื่องจากการคลอดบุตรทำให้กล้ามเนื้อ บริเวณช่องคลอดหย่อนยานและกว้างขึ้น

 3.มดลูกหย่อนยาน ทำให้ปวดท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์

            ในความเป็นจริงแล้วการทำรีแพร์แพทย์จะเย็บผนังช่องคลอดให้ตึงเท่านั้น แต่กล้ามเนื้อโดยรอบยังหลวมอยู่ ไม่มีแรงพอในการบีบรัด หมอสูติฯบางท่านที่มีการเย็บกล้ามเนื้อบ้าง ช่องคลอดก็เปรียบเสมือนห้องๆ หนึ่งที่ทำให้แคบลงเท่านั้น โดยจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง และจะกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อีกครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์

ขณะที่การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์เทคนิคการทำจะไม่ยาก เพียงฉีดยาชาและใช้เข็มเย็บแผล แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วย โดยแพทย์จะใช้ยาชาฉีดบริเวณรอบๆ อวัยวะเพศ ก่อนจะเย็บตกแต่งเยื่อพรหมจารีให้ติดกันเหมือนเดิม โดยใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 1 ช.ม. และยังสามารถซ่อมแซมเยื่อบุพรหมจรรย์ให้มีความหนาหรือบาง มีเลือดออกมากหรือน้อยก็ได้ขึ้นอยู่ที่เทคนิควิธีการของแพทย์

ขั้นตอนการทำมีความปลอดภัยมาก แต่ถ้ากล่าวถึงความเสี่ยงก็มีความเสี่ยง ผู้ป่วยอาจแพ้ยาชา หรืออาจติดเชื้อ หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จแล้วก็สามารถใช้งานได้เลย

             ระยะเวลาในการซ่อมแซมอยู่ที่สภาพการใช้งานเป็นหลัก บางรายเพียง 5 นาที หรืออาจนานถึง 2 ชั่วโมง ส่วนราคานั้นไม่สามารถระบุได้ อาจเริ่มตั้งแต่ 10,000 บาท มากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และตัวของผู้ป่วยเอง

ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามว่า จำเป็นแค่ไหนกับการทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์ เมื่อทำไปแล้วก็สามารถฉีกขาดได้ตลอดเวลาเพราะกิจวัตรประจำวันของเรา ทั้งที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ และยังสิ้นเปลืองเงินทอง

สิ่งสำคัญที่สุดคือจำเป็นหรือไม่ ที่ชีวิตคนเราต้องยึดเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็กๆ ในร่างกายของผู้หญิงมาเป็นมาตรฐานชี้วัดคุณค่าความเป็นผู้หญิง หรือวัดค่าของความเป็นคน


ที่มาจาก ข่าวสด
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 3700


จำเป็นแค่ไหน? ศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์
           อวัยวะภายในของผู้หญิงจะมีเยื่อบางๆ และมีรูเล็กๆ เหมือนประตู หากมีเพศสัมพันธ์ก็เหมือนกับการพังประตูนั้นเข้าไป ทำให้ฉีกขาดและมีเลือดไหลออกมา แต่สามารถทำการซ่อมแซมได้

ในธรรมชาติของเยื่อพรหมจรรย์ หรือเยื่อพรหมจารี (Hymen) คือเนื้อเยื่อบางๆ อยู่บริเวณปากช่องคลอด มีความหนาประมาณ 2-3 ม.ม.เท่านั้น ทำหน้าที่ป้องกันสิ่งสกปรกและสิ่งแปลกปลอมเข้าช่องคลอด

เยื่อพรหมจารีอาจฉีดขาดได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการมีเพศสัมพันธ์ แค่ออกกำลังกาย ยกของหนัก ปั่นจักรยาน เล่นยิมนาสติค การอ้าขากว้างๆ หรือการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (Masturbation) ก็เกิดการฉีกขาดได้ง่าย

นั่นหมายถึงผู้หญิงคนนั้นยังคงบริสุทธิ์อยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เนื้อเยื่อพรหมจารีได้ฉีกขาดไปแล้วเท่านั้น แต่ผู้ชายมักจะยึดถือว่าเยื่อพรหมจารีนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้หญิง จึงทำให้ลูกผู้หญิงทุกคนจำเป็นต้องรักษาไว้ให้แก่คนรัก เมื่อเวลาสำคัญนั้นมาถึง

           เมื่อผู้ชายกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ยังคงให้ความสำคัญกับพรหมจรรย์ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้หญิงต้องทำศัลยกรรมตกแต่งในส่วนนั้น และยังมีเหตุผลอีกมากมาย เช่น

อยู่ในวัยหรืออายุประมาณ 20-35 ปีที่กำลังจะแต่งงานและผู้จะมาเป็นสามีในอนาคตรับไม่ได้เมื่อรู้ว่าว่าที่ภรรยาเคยผ่านอะไรมาก่อน หรือแม้กระทั่งเกิดจากอุบัติเหตุ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ถูกหลอกลวง ข่มขืน

ค่านิยมว่าตนสูญเสียพรหมจรรย์เป็นหญิงไม่บริสุทธิ์ เป็นผ้าขาวที่แปดเปื้อนแล้ว เป็นคนไม่ดี ทำให้เป็นทุกข์ เป็นโรคซึมเศร้า ไร้ค่าในชีวิตหลายคนกลายเป็นคนมีเซ็กซ์ง่ายขึ้น บางคนปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปเลย จนยึดอาชีพขายบริการทางเพศ อาจทำให้ตัวเองมีปัญหาเกิดความไม่มั่นใจ ในทางการแพทย์จึงเป็นเหตุต้องทำเพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ดีขึ้น

“การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์ แม้ทางเทคนิคแพทย์จะช่วยได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคนๆ นั้นด้วยว่าทำไปเพื่ออะไร ซึ่งในบางรายไม่สามารถทำให้ได้เพราะผิดวัตถุประสงค์ เป็นเหมือนดาบสองคม เราต้องแน่ใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นการตอบปัญหาจริงๆ อย่าคิดว่าเป็นแฟชั่นหรือนำไปหลอกลวงคนอื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ไม่ดี” รศ.ศิริชัยกล่าวเตือน



การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์จะแตกต่างจากการทำรีแพร์

การทำรีแพร์ (repair) เรียกทั่วไปว่า “ทำสาว” ซึ่งผู้ที่ทำมักมีปัญหา

1.ช่องคลอดหย่อนยาน เนื่องจากอยู่กับคู่สมรสเป็นเวลานาน

2.เนื่องจากการคลอดบุตรทำให้กล้ามเนื้อ บริเวณช่องคลอดหย่อนยานและกว้างขึ้น

 3.มดลูกหย่อนยาน ทำให้ปวดท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์

            ในความเป็นจริงแล้วการทำรีแพร์แพทย์จะเย็บผนังช่องคลอดให้ตึงเท่านั้น แต่กล้ามเนื้อโดยรอบยังหลวมอยู่ ไม่มีแรงพอในการบีบรัด หมอสูติฯบางท่านที่มีการเย็บกล้ามเนื้อบ้าง ช่องคลอดก็เปรียบเสมือนห้องๆ หนึ่งที่ทำให้แคบลงเท่านั้น โดยจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง และจะกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้อีกครั้งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์

ขณะที่การทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์เทคนิคการทำจะไม่ยาก เพียงฉีดยาชาและใช้เข็มเย็บแผล แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ด้วย โดยแพทย์จะใช้ยาชาฉีดบริเวณรอบๆ อวัยวะเพศ ก่อนจะเย็บตกแต่งเยื่อพรหมจารีให้ติดกันเหมือนเดิม โดยใช้เวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 1 ช.ม. และยังสามารถซ่อมแซมเยื่อบุพรหมจรรย์ให้มีความหนาหรือบาง มีเลือดออกมากหรือน้อยก็ได้ขึ้นอยู่ที่เทคนิควิธีการของแพทย์

ขั้นตอนการทำมีความปลอดภัยมาก แต่ถ้ากล่าวถึงความเสี่ยงก็มีความเสี่ยง ผู้ป่วยอาจแพ้ยาชา หรืออาจติดเชื้อ หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จแล้วก็สามารถใช้งานได้เลย

             ระยะเวลาในการซ่อมแซมอยู่ที่สภาพการใช้งานเป็นหลัก บางรายเพียง 5 นาที หรืออาจนานถึง 2 ชั่วโมง ส่วนราคานั้นไม่สามารถระบุได้ อาจเริ่มตั้งแต่ 10,000 บาท มากหรือน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย และตัวของผู้ป่วยเอง

ดังนั้นจึงเกิดเป็นคำถามว่า จำเป็นแค่ไหนกับการทำศัลยกรรมเยื่อพรหมจรรย์ เมื่อทำไปแล้วก็สามารถฉีกขาดได้ตลอดเวลาเพราะกิจวัตรประจำวันของเรา ทั้งที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ และยังสิ้นเปลืองเงินทอง

สิ่งสำคัญที่สุดคือจำเป็นหรือไม่ ที่ชีวิตคนเราต้องยึดเพียงแค่ชิ้นส่วนเล็กๆ ในร่างกายของผู้หญิงมาเป็นมาตรฐานชี้วัดคุณค่าความเป็นผู้หญิง หรือวัดค่าของความเป็นคน


ที่มาจาก ข่าวสด
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้