เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ข่าวบันเทิง
“ก็อต อิทธิพัทธ์” รอวันพ่อฟื้น เผยอาการน่าเป็นห่วงหลังหัวใจหยุดเต้นกลางโรงหนัง
ตอบ0 อ่าน34
Tansmallroom
10 มีนาคม 2019


เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สำหรับกรณีที่คุณพ่อของนักแสดงวัยรุ่น ก็อต-อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์ มีอาการชักและหัวใจหยุดเต้นกลางโรงภาพยนตร์ ขณะเดินทางไปชมภาพยนตร์เรื่องกัปตันมาร์เวล พร้อมภรรยา และลูกชายลูกสาว โดยมีนักศึกษาแพทย์ได้เข้าช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด ก็อต อิทธิพัทธ์ ได้ออกมาอัปเดตอาการของคุณพ่อให้กับสื่อมวลชนฟังว่า ตอนนี้ท่านยังไม่รู้สึกตัว อาการไม่ค่อยดีเท่าดีเท่าไหร่ ยังคงอยู่ในห้องไอซียูตลอด แต่เชื่อว่าพ่อรับรู้ถึงกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้ พ่อเป็นคนเก่งต้องกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วแน่ๆ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นนั้น เนื่องจากพ่อเพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจกะทันหัน ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ทั้งๆ ตรวจสุขภาพเป็นประจำและก่อนหน้าก็ไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อน

เล่าเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ?
“ผมอยู่ในเหตุการณ์ครับ วันนั้นเป็นวันครอบครัวทั่วไป คือเราก็ไปดูหนังกัน เราไม่คิดเลยว่า เหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ พ่อเป็นโรคหัวใจกะทันหัน ซึ่งเกิดมาจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้พ่อช็อก ตอนนี้ตามที่อัปเดตกับหมอ พูดตามตรงเลยว่า พ่ออาการยังไม่ค่อยดีเท่าไร ตอนนี้ยังอยู่ในไอซียู แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่วันพ่อน่าจะดีขึ้น”

คุณพ่อมีโรคประจำตัวไหม ?
“คือเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เราก็พาพ่อไปตรวจร่างกาย ก็ไม่เจออะไรครับ เราอาจคิดว่าพ่อแข็งแรง เพราะชีวิตประจำวันของเขาค่อนข้างดีมากเลย ออกกำลังเสมอ ทานของดี ไม่คิดเลยว่าพ่อจะมาเป็นเกี่ยวกับเรื่องของหัวใจ ซึ่งตอนที่เราไปตรวจ เราตรวจแค่ความดัน เบาหวาน สมอง พอตรวจเสร็จก็ไม่เจออะไร ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรต่อ”

พ่อไม่มีอาการมาก่อนหน้านี้เลยใช่ไหม ?
“ไม่มีเลยครับ”

ตอนดูหนังเสร็จพ่อยังเดินออกมาดีหรือเปล่า ?
“เกิดขึ้นในโรงหนังเลยครับ ดูเสร็จแล้วมีอาการเลย หนังกำลังจบก็ชักเลย ตอนแรกเราได้ยินเสียงแม่ เห็นแม่ร้องตะโกนให้คนช่วย เราก็ตกใจมากในตอนนั้น เราก็ตั้งสติ แม่ก็พยายามช่วย CPR แล้วคนตรงนั้นก็มาช่วยกัน มีนักศึกษาแพทย์ จริงๆ วันนั้นมีคนมาช่วยเยอะ มีพนักงานโรงหนัง มีแพทย์ 2 คน เราเลยดึงแม่ออกไป เพราะเราไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็ต้องดูแลแม่ก่อน ประคองพ่อไปที่โปร่งเพื่อทำ CPR ทุกคนตกใจ ผมเองก็ตกใจ เพราะว่าตอนนั้นพ่อเหมือนไม่มีสติแล้ว ลมหายใจเริ่มไม่มี ชีพจรเริ่มน้อยลง ณ ตอนนั้น”




ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?
“มันเป็นความรู้สึกที่เบลอๆ เราช็อกและคิดว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ แล้วเราก็ตั้งตัวไม่ถูก ตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่าสาเหตุมันคืออะไร จนมาถึงโรงพยาบาล หมอก็ตรวจร่างกายทุกส่วน จนมาเจอว่าพ่อเป็นโรคหัวใจตีบ เราก็เพิ่งรู้ว่าพ่อเป็นโรคหัวใจตอนนั้น ซึ่งมันเป็นเส้นหลักด้วย เลยทำการรักษาด้วยการทำบอลลูน ในส่วนของร่างกายพาร์ทหัวใจคุยกับหมอแล้วก็ปกติดี เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อยังไม่รู้สึกตัวเพราะว่าขาดออกซิเจนไปนาน”

หมอบอกไหมว่าขั้นตอนการรักษาต่อไปเป็นอย่างไร ?
“ต้องรอพ่อฟื้นตัวแล้วมาดูกันว่าต้องทำอย่างไรต่อ ให้เวลา 3 -7 วัน เพราะว่าอาการตอนนี้ยังไม่คงที่ แต่ผมรู้สึกว่าพ่อรับรู้กำลังใจของเรา เวลาที่เข้าไปในห้อง ไปคุย ไปจับตัว บอกว่าเรามาแล้ว เราก็คิดว่าพ่อรับรู้ แต่ว่าในทางการแพทย์ผมบอกไม่ได้ว่าดีขึ้นไหม แต่เราเชื่อว่าพ่อเป็นคนเก่งและแข็งแรง อย่างไรพ่อก็ต้องมาฟื้นตัวเร็วๆ”

หมอบอกว่าต้องดูอะไรเป็นพิเศษ ?
“คือจริงๆ แล้วมันก็ต้องดูอย่างใกล้ชิด เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง ต้องรอพ่อฟื้นอย่างเดียวเลย แล้วหมอก็แนะนำหลายรูปแบบ เราเองก็เชื่อ และรู้สึกว่ายังไงพ่อก็ต้องฟื้นขึ้นมา ตอนนี้ผมเป็นห่วงแม่มาก ตัวเราเอง ไม่ได้ต่างกัน แต่ว่าเราก็ต้องเข้มแข็งกว่าแม่ เพราะว่าพ่อเราก็อยู่ในไอซียู คนที่เป็นเสาหลักคือผม เราเองก็ต้องเข้มแข็งกว่าแม่ เราห่วงแม่มาก เพราะรู้ว่าเขาอยู่กับพ่อมาตลอด แล้ววันหนึ่งพ่อป่วยแบบนี้คงทำใจยาก แต่ว่าเราก็พยายามประคอง ดูแลทุกให้ดี ดูแลแม่อย่างเต็มที่”

ถามถึงงานจากนี้จะทำอย่างไร ?
“เราก็เต็มที่ครับ แม้ว่าใจเราจะพะวงคิดถึงพ่อตลอดเวลา จริงๆ เราเครียดมาก แต่ว่าต้องทำให้สำเร็จเพราะว่ามันเป็นงานที่เรารับมาแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ พักไม่ได้จริงๆ ต้องทำอย่างเต็มที่ ส่วนตอนนี้พ่อต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะว่าผ่านมา 3 วัน ก็ต้องดูต่อไป ต้องใช้เวลา เราก็บอกให้พ่อฟื้นขึ้นมา ให้มาคุยกัน เราก็เห็นเขาน้ำตาคลอ ขยับตัวนิดหน่อย มันเป็นความรู้สึกมากกว่า บอกไม่ได้ว่าพ่อดีขึ้นแล้วหรือเปล่า แต่ผมใช้ความรู้สึก อยากขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือพ่อวันนั้น ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว ญาติๆ ผู้ใหญ่ และเพื่อนในวงการบันเทิง และแฟนคลับ ผมเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวได้รับและรู้สึก ถ้าพ่อฟื้นมาคงเขินว่ามีคนมาให้กำลังใจ กลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญ ถ้าฟื้นขึ้นมา พ่อคงดีใจมากเลยครับ”

ตอนนี้ครอบครัววางแผนอย่างไร ?
“ก็ทำงานที่ค้างคา ที่ทำอยู่อย่างเต็มที่ เราก็ทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อความสุขและอนาคตที่ดีของครอบครัว เราไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ต้องทำวันนี้และวันต่อไปให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลยครับ ตอนนี้สนใจแค่พ่ออย่างเดียวเลย เราอยากให้เขาฟื้นขึ้นมาให้เร็วที่สุด เอาจริงๆตอนนี้มันหนักนะ แต่ว่าเราเองก็ไหวนะครับ สู้เต็มที่ เราทำงานหนักเพื่อครอบครัว”


ขอขอบคุณ
ภาพ :gxxod7
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 2483


เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สำหรับกรณีที่คุณพ่อของนักแสดงวัยรุ่น ก็อต-อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์ มีอาการชักและหัวใจหยุดเต้นกลางโรงภาพยนตร์ ขณะเดินทางไปชมภาพยนตร์เรื่องกัปตันมาร์เวล พร้อมภรรยา และลูกชายลูกสาว โดยมีนักศึกษาแพทย์ได้เข้าช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา

ล่าสุด ก็อต อิทธิพัทธ์ ได้ออกมาอัปเดตอาการของคุณพ่อให้กับสื่อมวลชนฟังว่า ตอนนี้ท่านยังไม่รู้สึกตัว อาการไม่ค่อยดีเท่าดีเท่าไหร่ ยังคงอยู่ในห้องไอซียูตลอด แต่เชื่อว่าพ่อรับรู้ถึงกำลังใจที่ทุกคนส่งมาให้ พ่อเป็นคนเก่งต้องกลับมาฟื้นฟูร่างกายได้เร็วแน่ๆ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นนั้น เนื่องจากพ่อเพิ่งตรวจพบว่าเป็นโรคหัวใจกะทันหัน ซึ่งเกิดจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ทั้งๆ ตรวจสุขภาพเป็นประจำและก่อนหน้าก็ไม่เคยมีอาการอะไรมาก่อน

เล่าเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร ?
“ผมอยู่ในเหตุการณ์ครับ วันนั้นเป็นวันครอบครัวทั่วไป คือเราก็ไปดูหนังกัน เราไม่คิดเลยว่า เหตุการณ์มันจะเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ พ่อเป็นโรคหัวใจกะทันหัน ซึ่งเกิดมาจากเส้นเลือดหัวใจตีบ ทำให้พ่อช็อก ตอนนี้ตามที่อัปเดตกับหมอ พูดตามตรงเลยว่า พ่ออาการยังไม่ค่อยดีเท่าไร ตอนนี้ยังอยู่ในไอซียู แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่วันพ่อน่าจะดีขึ้น”

คุณพ่อมีโรคประจำตัวไหม ?
“คือเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง เราก็พาพ่อไปตรวจร่างกาย ก็ไม่เจออะไรครับ เราอาจคิดว่าพ่อแข็งแรง เพราะชีวิตประจำวันของเขาค่อนข้างดีมากเลย ออกกำลังเสมอ ทานของดี ไม่คิดเลยว่าพ่อจะมาเป็นเกี่ยวกับเรื่องของหัวใจ ซึ่งตอนที่เราไปตรวจ เราตรวจแค่ความดัน เบาหวาน สมอง พอตรวจเสร็จก็ไม่เจออะไร ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอะไรต่อ”

พ่อไม่มีอาการมาก่อนหน้านี้เลยใช่ไหม ?
“ไม่มีเลยครับ”

ตอนดูหนังเสร็จพ่อยังเดินออกมาดีหรือเปล่า ?
“เกิดขึ้นในโรงหนังเลยครับ ดูเสร็จแล้วมีอาการเลย หนังกำลังจบก็ชักเลย ตอนแรกเราได้ยินเสียงแม่ เห็นแม่ร้องตะโกนให้คนช่วย เราก็ตกใจมากในตอนนั้น เราก็ตั้งสติ แม่ก็พยายามช่วย CPR แล้วคนตรงนั้นก็มาช่วยกัน มีนักศึกษาแพทย์ จริงๆ วันนั้นมีคนมาช่วยเยอะ มีพนักงานโรงหนัง มีแพทย์ 2 คน เราเลยดึงแม่ออกไป เพราะเราไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็ต้องดูแลแม่ก่อน ประคองพ่อไปที่โปร่งเพื่อทำ CPR ทุกคนตกใจ ผมเองก็ตกใจ เพราะว่าตอนนั้นพ่อเหมือนไม่มีสติแล้ว ลมหายใจเริ่มไม่มี ชีพจรเริ่มน้อยลง ณ ตอนนั้น”




ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?
“มันเป็นความรู้สึกที่เบลอๆ เราช็อกและคิดว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ แล้วเราก็ตั้งตัวไม่ถูก ตอนนั้นเราไม่รู้เลยว่าสาเหตุมันคืออะไร จนมาถึงโรงพยาบาล หมอก็ตรวจร่างกายทุกส่วน จนมาเจอว่าพ่อเป็นโรคหัวใจตีบ เราก็เพิ่งรู้ว่าพ่อเป็นโรคหัวใจตอนนั้น ซึ่งมันเป็นเส้นหลักด้วย เลยทำการรักษาด้วยการทำบอลลูน ในส่วนของร่างกายพาร์ทหัวใจคุยกับหมอแล้วก็ปกติดี เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ตอนนี้พ่อยังไม่รู้สึกตัวเพราะว่าขาดออกซิเจนไปนาน”

หมอบอกไหมว่าขั้นตอนการรักษาต่อไปเป็นอย่างไร ?
“ต้องรอพ่อฟื้นตัวแล้วมาดูกันว่าต้องทำอย่างไรต่อ ให้เวลา 3 -7 วัน เพราะว่าอาการตอนนี้ยังไม่คงที่ แต่ผมรู้สึกว่าพ่อรับรู้กำลังใจของเรา เวลาที่เข้าไปในห้อง ไปคุย ไปจับตัว บอกว่าเรามาแล้ว เราก็คิดว่าพ่อรับรู้ แต่ว่าในทางการแพทย์ผมบอกไม่ได้ว่าดีขึ้นไหม แต่เราเชื่อว่าพ่อเป็นคนเก่งและแข็งแรง อย่างไรพ่อก็ต้องมาฟื้นตัวเร็วๆ”

หมอบอกว่าต้องดูอะไรเป็นพิเศษ ?
“คือจริงๆ แล้วมันก็ต้องดูอย่างใกล้ชิด เพราะว่าเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรง ต้องรอพ่อฟื้นอย่างเดียวเลย แล้วหมอก็แนะนำหลายรูปแบบ เราเองก็เชื่อ และรู้สึกว่ายังไงพ่อก็ต้องฟื้นขึ้นมา ตอนนี้ผมเป็นห่วงแม่มาก ตัวเราเอง ไม่ได้ต่างกัน แต่ว่าเราก็ต้องเข้มแข็งกว่าแม่ เพราะว่าพ่อเราก็อยู่ในไอซียู คนที่เป็นเสาหลักคือผม เราเองก็ต้องเข้มแข็งกว่าแม่ เราห่วงแม่มาก เพราะรู้ว่าเขาอยู่กับพ่อมาตลอด แล้ววันหนึ่งพ่อป่วยแบบนี้คงทำใจยาก แต่ว่าเราก็พยายามประคอง ดูแลทุกให้ดี ดูแลแม่อย่างเต็มที่”

ถามถึงงานจากนี้จะทำอย่างไร ?
“เราก็เต็มที่ครับ แม้ว่าใจเราจะพะวงคิดถึงพ่อตลอดเวลา จริงๆ เราเครียดมาก แต่ว่าต้องทำให้สำเร็จเพราะว่ามันเป็นงานที่เรารับมาแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ พักไม่ได้จริงๆ ต้องทำอย่างเต็มที่ ส่วนตอนนี้พ่อต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะว่าผ่านมา 3 วัน ก็ต้องดูต่อไป ต้องใช้เวลา เราก็บอกให้พ่อฟื้นขึ้นมา ให้มาคุยกัน เราก็เห็นเขาน้ำตาคลอ ขยับตัวนิดหน่อย มันเป็นความรู้สึกมากกว่า บอกไม่ได้ว่าพ่อดีขึ้นแล้วหรือเปล่า แต่ผมใช้ความรู้สึก อยากขอบคุณทุกคนที่ให้ความช่วยเหลือพ่อวันนั้น ขอบคุณกำลังใจจากครอบครัว ญาติๆ ผู้ใหญ่ และเพื่อนในวงการบันเทิง และแฟนคลับ ผมเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวได้รับและรู้สึก ถ้าพ่อฟื้นมาคงเขินว่ามีคนมาให้กำลังใจ กลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญ ถ้าฟื้นขึ้นมา พ่อคงดีใจมากเลยครับ”

ตอนนี้ครอบครัววางแผนอย่างไร ?
“ก็ทำงานที่ค้างคา ที่ทำอยู่อย่างเต็มที่ เราก็ทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อความสุขและอนาคตที่ดีของครอบครัว เราไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ต้องทำวันนี้และวันต่อไปให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลยครับ ตอนนี้สนใจแค่พ่ออย่างเดียวเลย เราอยากให้เขาฟื้นขึ้นมาให้เร็วที่สุด เอาจริงๆตอนนี้มันหนักนะ แต่ว่าเราเองก็ไหวนะครับ สู้เต็มที่ เราทำงานหนักเพื่อครอบครัว”


ขอขอบคุณ
ภาพ :gxxod7
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้