เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเสริมจมูก
รีวิวศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิต “ดูดไขมัน”
ตอบ1 อ่าน1121
teekai
11 ตุลาคม 2016
สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกเลยว่าอดีตผมเคยผอม เคยหนัก 43 กิโลกรัม ไม่เกิน 45 มาโดยตลอด
แต่ในระยะ 2 ปีให้หลัง น้ำหนักผมขึ้นแบบฉุดไม่อยู่  ปัจจุบัน 66 กิโลกรัม (20กว่าโลขึ้นมาได้ไง)



ช่วงปีแรกๆที่ยังเป็นนศ.อยู่ ก็มีออกกำลังกายบ้าง ที่มหาลัยมีฟิตเนส แต่พอเรียนจบทำงาน เวลาแทบจะไม่มีเลยครับ แถวบ้านก็ไม่มีฟิตเนส
บางทีกลับมาก็เหนื่อยอยากนอนแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำงานบ้าน อาบน้ำน้องหมา ไซบีเรียนฮัสกี้ หมดแล้วครับวันๆนึง




ช่วงที่เล่นฟิตเนส หนักประมาณ 48 กิโลกรัม ก็ถือว่ากำลังดีเนอะตอนนี้


และตลอด 2 ปี ผมมีงานเข้าสังคมตลอด 555 เพื่อนที่ทำงานชวนบ้าง (ที่ทำงานอยู่ตรงข้ามร้านเหล้าเลยครับ) เพื่อนเก่านัดเจอบ้าง (และเพื่อนเก่ามีหลายกลุ่ม กลุ่มผญ. , กลุ่มผช. , กลุ่มสมัยม.ต้น / ปลาย / มหาลัย , เพื่อนต่างรร. ต่างคณะ , เพื่อนเต้น cover ฯลฯ) ชนแก้ว
ผลปรากฏว่า กินเก่ง ดื่มบ่อย ออกกำลังกายน้อย ก็อ้วนสิครับ สูง 158 หนักตั้ง 66 คิดดูสิ ตันขนาดไหน ไม่เป็นไร


เกริ่นมามากละ เข้าเรื่องกันดีกว่า ปักหมุด


                 นี่เป็นการศัลยกรรมครั้งแรกของผมครับ ผมเลือกที่จะดูดไขมัน เพราะมันเป็นปัญหาที่แก้ยากสำหรับผม ปัญหาของผมคือส่วนอื่นๆ ออกกำลังกายแล้วลง แต่หน้าท้องกลับไม่ยอมลง เลยตัดสินใจดูดไขมันครับ

ก่อนที่จะทำก็ศึกษาอยู่นานพอสมควรครับ เพราะยิ่งเราอ่านข่าวเราก็วิตก แต่ก็เลือกคลินิกในใจอยู่ ประมาณ 3 ที่ครับ ได้เข้าไปปรึกษาทั้ง 3 ที่ (เสียเงินค่าปรึกษาที่ละ 500 มีที่นึงไม่เสียเงินค่าปรึกษา) สุดท้ายผมก็เลือกมา 1 คลินิกครับ (คือที่ที่ปรึกษาฟรีนั่นแหละครับ)



รอหมอตรวจอยู่ในห้อง เซลฟี่เป็นที่ระทึก เอ๊ย! ระลึกสักหน่อย


เข้าไปถึงคลินิกรอเจ้าหน้าที่เรียก ก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดคลุม (ประวัติเรามีแล้วตั้งแต่วันเข้ามาปรึกษา) ใจตุ้มๆต่อมๆตื่นเต้นมากครับ เพราะไม่เคยขึ้นเขียงมาก่อน รอไม่นานครับคุณหมอก็เข้ามา ถามว่าเรามีปัญหายังไง เมื่อก่อนหนักเท่าไร คงที่เท่าไร ตอนนี้เท่าไร ให้คำปรึกษาดีมากๆ และเคลียร์ ต่อไปก็ขึ้นเขียงเลยครับ
พาพันไฟท์ติ้ง
คุณหมออารมณ์ดีมากๆ เปิดเพลงฟังด้วย 555 ทำให้เราอารมณ์ดีตาม (เพลง Call Me baby ของ EXO) โอปป้า
อะไรที่ผมกังวลก็คลายไปหมดเลย คุณหมอจะบอกเราทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไร เช่น หมอจะฉีดน้ำเกลือนะ หมอจะฉีดยาชานะ คือให้เราได้รับรู้

ปูเสื่อ มาถึงขณะที่ดูดกันบ้าง เอาตรงๆพอคุณหมอบอกเอาล่ะ เดี๋ยวหมอดูดจุดนี้ก่อนนะครับ นี่แบบหลับตากลั้นใจสักพักกลั้นใจนานไปหน่อย แบบทำไมไม่เจ็บซะที เลยหายใจแล้วแอบมองคุณหมอ แล้วปรากฏว่าคุณหมอดูดอยู่ ซึ่งเราไม่รู้สึกเจ็บเลย คือรู้สึกว่าหมอกำลังทำนะ แต่ไม่เจ็บเลย แปลกมาก คิดว่าจะเจ็บเต็มที่กลับป่าวเลย ทีนี้สบายใจเลยครับ นอนยิ้มเลย 5555 ฟิน




แต่จากยิ้มก็กลายเป็น...หัวเราะ!!!
555


หมอมาดูดช่วงเอว แล้วผมบ้าจี้ กลั้นขำก่อน สักพักกลั้นไม่อยู่ ขำกร๊ากเลย จนคุณหมอบอกว่า อยู่นิ่งๆนะครับ 5555 กลั้นขำสุดริด แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หัวเราะ นี่เป็นไขมันดูดออกมาจากหน้าท้องวันแพคของผม วะฮาฮ่า (สะใจเบาๆ เอามันออกไปได้แล้ว) เท่


ดูดเสร็จไปนอนพักที่ห้องพักฟื้นคนไข้ ผมหลับเพราะยังง่วงยาอยู่ พอตื่นขึ้นแอบบ่นว่าหิวแต่คิดในใจว่าเดี๋ยวคงออกไปหาอะไรที่บ้านนั่นแหละ แต่แปปเดียวไม่ถึง10นาที ข้าวต้มหมูกับน้ำแดงก็มาเสิร์ฟ (โอยย..บริการดี น่ารักจัง) หมดเกลี้ยงสิครับ อร่อย 555 กินอิ่ม แหมม..หนังตาหย่อนอีกแล้ว ขอหลับอีกแปป หลังจากนั้นตื่นมา พยาบาลทำแผลให้อีกครั้ง
จากนั้นก็กลับบ้านครับ (ถ้าใครจะมาทำศัลยกรรม แนะนำให้พาเพื่อนหรือญาติมาด้วยนะ เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ของผมสตรอง กลับบ้านด้วย BTS อีกตะหากคิดดู 5555)



หลังกลับมาบ้านก็ทำแผลอีกครั้ง เพราะผ้าก็อตซับน้ำเต็ม (จะมีน้ำเกลือและยาชาที่หมอฉีดเข้าไปเพื่อให้ไขมันพองตัวตอนดูดไขมันซึมออกมา อาจจะมีเลือดปนๆบ้างไม่ต้องตกใจครับ คุณหมอบอกว่าจะไหลประมาณ 1 วัน) หน้าท้องยังดูบวมๆอยู่
ด้วยไอเดียของน้าผม แนะนำว่าทำไมไม่ใช้ผ้าอนามัยล่ะ น่าจะซับน้ำอยู่ เผื่อตอนนอนหลับผ้าก็อตเต็มจะได้ไม่เลอะที่นอน ก็ลองครับ
เฮ้ยยย ดีจริงๆอ่ะ ไม่เลอะเลย ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ชื้นด้วย ใครจะลองไปทำตามไม่ว่ากันนะครับ



ตื่นมาตอนเช้า ไม่มีน้ำซึมแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นพลาสเตอร์กันน้ำธรรมดาครับ คุณหมอสั่งงดแผลโดนน้ำก่อนครับ เจ็บไหม? ไม่เจ็บขนาดทรมานครับ แค่รู้สึกตึงๆเมื่อยๆ เหมือนเวลาวิ่งเยอะๆแล้วเมื่อยขาแต่อันนี้เมื่อยพุง 5555
ส่วนแผล เยี่ยม เล็กมากครับ เอาไม้บรรทัดวัดแล้วไม่ถึงเซ็นครับ สังเกตได้เลยว่าเรื่องข้ำไม่มีเลยครับ ดีมากๆ



ดรอบพุงได้ 33 นิ้วครับ


วันที่ 4 ครับ เปลี่ยนมาเป็นพลาสเตอร์กันน้ำแบบเล็กครับ ไม่ช้ำเลยครับ หน้าท้องยุบลง





หน้าท้องวัดได้ 32 นิ้ว ลงไปอีก 1 นิ้วแล้วครับ


ตัดไหมแล้วครับ พุงยุบอย่างเห็นได้ชัด เรื่องช้ำไม่มี อย่างที่เห็นตั้งแต่วันแรกๆเลย ดีเวอร์ ชอบบบบ 55 ส่วนรอยกรีดมุมขวาล่าง(มุมซ้ายล่างของคนอ่าน)เป็นรอยแผลผ่าไส้ติ่งนะครับ แผลดูไขมันเป็นอันเล็กๆอ่ะครับ รอยแดงที่เห็นนั่นคือผมแพ้พลาสเตอร์ คันมาก TT





พยายามหารูปก่อนทำ ไม่เจอครับ เพราะไม่เคยถ่าย (ใครจะกล้าถ่าย น่าเกลียด 555)
รูปซ้ายเป็นรูปที่ผมส่งให้เพื่อนดู ว่าพุงผมเซ็กซี่กว่าเคนภูภูมิแค่ไหน  ปรากฏว่าเพื่อนอ๊วกกันระนาว 5555
แต่หลังทำก็ไม่แน่นะ เคนภูภูมิก็เคนภูภูมิเถ๊อะ เดี๋ยวจะบิ๊ว 6 แพคให้ดู อิอิ



2สัปดาห์ครับ ท้องยังบวมอยู่บางจุดแต่เริ่มเรียบไปมากแล้ว แผลนี่แทบมองไม่เห็นนึกว่าตุ่มยุงกัด



อันนี้รอยแผลแบบใกล้ๆชัดๆครับ จะเห็นเลยว่าเหมือนตุ่มยุงกัดมาก 555
รอยรอบๆแผลเป็นรอยที่ผมแพ้พลาสเตอร์อันนี้ทำไงถึงหายง่ะ มียาตัวไหนทาบ้างครับ แนะนำกันมาได้นะครับ




                   คุณหมอบอกว่า ครบ 6 เดือนถึงจะเห็นผลที่ชัดเจนที่สุด แต่เดี๋ยวครบ 1 เดือน ผมจะมีนัด follow up กับคุณหมอ ว่าจะขอภาพตอน before มาให้ดูกัน จะได้เห็นชัดๆว่าผลลัพธ์ลงไปขนาดไหน แต่ผมสัมผัสพุงของผมทุกวันบอกเลยว่าลงไปเยอะทีเดียวครับ



ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

้ขอบคุณรีวิวจาก  pantip.com/topic/35684701
teekai หน้าตาดี กระทู้: 50
สวัสดีครับ ก่อนอื่นผมต้องบอกเลยว่าอดีตผมเคยผอม เคยหนัก 43 กิโลกรัม ไม่เกิน 45 มาโดยตลอด
แต่ในระยะ 2 ปีให้หลัง น้ำหนักผมขึ้นแบบฉุดไม่อยู่  ปัจจุบัน 66 กิโลกรัม (20กว่าโลขึ้นมาได้ไง)



ช่วงปีแรกๆที่ยังเป็นนศ.อยู่ ก็มีออกกำลังกายบ้าง ที่มหาลัยมีฟิตเนส แต่พอเรียนจบทำงาน เวลาแทบจะไม่มีเลยครับ แถวบ้านก็ไม่มีฟิตเนส
บางทีกลับมาก็เหนื่อยอยากนอนแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำงานบ้าน อาบน้ำน้องหมา ไซบีเรียนฮัสกี้ หมดแล้วครับวันๆนึง




ช่วงที่เล่นฟิตเนส หนักประมาณ 48 กิโลกรัม ก็ถือว่ากำลังดีเนอะตอนนี้


และตลอด 2 ปี ผมมีงานเข้าสังคมตลอด 555 เพื่อนที่ทำงานชวนบ้าง (ที่ทำงานอยู่ตรงข้ามร้านเหล้าเลยครับ) เพื่อนเก่านัดเจอบ้าง (และเพื่อนเก่ามีหลายกลุ่ม กลุ่มผญ. , กลุ่มผช. , กลุ่มสมัยม.ต้น / ปลาย / มหาลัย , เพื่อนต่างรร. ต่างคณะ , เพื่อนเต้น cover ฯลฯ) ชนแก้ว
ผลปรากฏว่า กินเก่ง ดื่มบ่อย ออกกำลังกายน้อย ก็อ้วนสิครับ สูง 158 หนักตั้ง 66 คิดดูสิ ตันขนาดไหน ไม่เป็นไร


เกริ่นมามากละ เข้าเรื่องกันดีกว่า ปักหมุด


                 นี่เป็นการศัลยกรรมครั้งแรกของผมครับ ผมเลือกที่จะดูดไขมัน เพราะมันเป็นปัญหาที่แก้ยากสำหรับผม ปัญหาของผมคือส่วนอื่นๆ ออกกำลังกายแล้วลง แต่หน้าท้องกลับไม่ยอมลง เลยตัดสินใจดูดไขมันครับ

ก่อนที่จะทำก็ศึกษาอยู่นานพอสมควรครับ เพราะยิ่งเราอ่านข่าวเราก็วิตก แต่ก็เลือกคลินิกในใจอยู่ ประมาณ 3 ที่ครับ ได้เข้าไปปรึกษาทั้ง 3 ที่ (เสียเงินค่าปรึกษาที่ละ 500 มีที่นึงไม่เสียเงินค่าปรึกษา) สุดท้ายผมก็เลือกมา 1 คลินิกครับ (คือที่ที่ปรึกษาฟรีนั่นแหละครับ)



รอหมอตรวจอยู่ในห้อง เซลฟี่เป็นที่ระทึก เอ๊ย! ระลึกสักหน่อย


เข้าไปถึงคลินิกรอเจ้าหน้าที่เรียก ก็ขึ้นไปเปลี่ยนชุดคลุม (ประวัติเรามีแล้วตั้งแต่วันเข้ามาปรึกษา) ใจตุ้มๆต่อมๆตื่นเต้นมากครับ เพราะไม่เคยขึ้นเขียงมาก่อน รอไม่นานครับคุณหมอก็เข้ามา ถามว่าเรามีปัญหายังไง เมื่อก่อนหนักเท่าไร คงที่เท่าไร ตอนนี้เท่าไร ให้คำปรึกษาดีมากๆ และเคลียร์ ต่อไปก็ขึ้นเขียงเลยครับ
พาพันไฟท์ติ้ง
คุณหมออารมณ์ดีมากๆ เปิดเพลงฟังด้วย 555 ทำให้เราอารมณ์ดีตาม (เพลง Call Me baby ของ EXO) โอปป้า
อะไรที่ผมกังวลก็คลายไปหมดเลย คุณหมอจะบอกเราทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไร เช่น หมอจะฉีดน้ำเกลือนะ หมอจะฉีดยาชานะ คือให้เราได้รับรู้

ปูเสื่อ มาถึงขณะที่ดูดกันบ้าง เอาตรงๆพอคุณหมอบอกเอาล่ะ เดี๋ยวหมอดูดจุดนี้ก่อนนะครับ นี่แบบหลับตากลั้นใจสักพักกลั้นใจนานไปหน่อย แบบทำไมไม่เจ็บซะที เลยหายใจแล้วแอบมองคุณหมอ แล้วปรากฏว่าคุณหมอดูดอยู่ ซึ่งเราไม่รู้สึกเจ็บเลย คือรู้สึกว่าหมอกำลังทำนะ แต่ไม่เจ็บเลย แปลกมาก คิดว่าจะเจ็บเต็มที่กลับป่าวเลย ทีนี้สบายใจเลยครับ นอนยิ้มเลย 5555 ฟิน




แต่จากยิ้มก็กลายเป็น...หัวเราะ!!!
555


หมอมาดูดช่วงเอว แล้วผมบ้าจี้ กลั้นขำก่อน สักพักกลั้นไม่อยู่ ขำกร๊ากเลย จนคุณหมอบอกว่า อยู่นิ่งๆนะครับ 5555 กลั้นขำสุดริด แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หัวเราะ นี่เป็นไขมันดูดออกมาจากหน้าท้องวันแพคของผม วะฮาฮ่า (สะใจเบาๆ เอามันออกไปได้แล้ว) เท่


ดูดเสร็จไปนอนพักที่ห้องพักฟื้นคนไข้ ผมหลับเพราะยังง่วงยาอยู่ พอตื่นขึ้นแอบบ่นว่าหิวแต่คิดในใจว่าเดี๋ยวคงออกไปหาอะไรที่บ้านนั่นแหละ แต่แปปเดียวไม่ถึง10นาที ข้าวต้มหมูกับน้ำแดงก็มาเสิร์ฟ (โอยย..บริการดี น่ารักจัง) หมดเกลี้ยงสิครับ อร่อย 555 กินอิ่ม แหมม..หนังตาหย่อนอีกแล้ว ขอหลับอีกแปป หลังจากนั้นตื่นมา พยาบาลทำแผลให้อีกครั้ง
จากนั้นก็กลับบ้านครับ (ถ้าใครจะมาทำศัลยกรรม แนะนำให้พาเพื่อนหรือญาติมาด้วยนะ เพราะร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ของผมสตรอง กลับบ้านด้วย BTS อีกตะหากคิดดู 5555)



หลังกลับมาบ้านก็ทำแผลอีกครั้ง เพราะผ้าก็อตซับน้ำเต็ม (จะมีน้ำเกลือและยาชาที่หมอฉีดเข้าไปเพื่อให้ไขมันพองตัวตอนดูดไขมันซึมออกมา อาจจะมีเลือดปนๆบ้างไม่ต้องตกใจครับ คุณหมอบอกว่าจะไหลประมาณ 1 วัน) หน้าท้องยังดูบวมๆอยู่
ด้วยไอเดียของน้าผม แนะนำว่าทำไมไม่ใช้ผ้าอนามัยล่ะ น่าจะซับน้ำอยู่ เผื่อตอนนอนหลับผ้าก็อตเต็มจะได้ไม่เลอะที่นอน ก็ลองครับ
เฮ้ยยย ดีจริงๆอ่ะ ไม่เลอะเลย ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ ไม่ชื้นด้วย ใครจะลองไปทำตามไม่ว่ากันนะครับ



ตื่นมาตอนเช้า ไม่มีน้ำซึมแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นพลาสเตอร์กันน้ำธรรมดาครับ คุณหมอสั่งงดแผลโดนน้ำก่อนครับ เจ็บไหม? ไม่เจ็บขนาดทรมานครับ แค่รู้สึกตึงๆเมื่อยๆ เหมือนเวลาวิ่งเยอะๆแล้วเมื่อยขาแต่อันนี้เมื่อยพุง 5555
ส่วนแผล เยี่ยม เล็กมากครับ เอาไม้บรรทัดวัดแล้วไม่ถึงเซ็นครับ สังเกตได้เลยว่าเรื่องข้ำไม่มีเลยครับ ดีมากๆ



ดรอบพุงได้ 33 นิ้วครับ


วันที่ 4 ครับ เปลี่ยนมาเป็นพลาสเตอร์กันน้ำแบบเล็กครับ ไม่ช้ำเลยครับ หน้าท้องยุบลง





หน้าท้องวัดได้ 32 นิ้ว ลงไปอีก 1 นิ้วแล้วครับ


ตัดไหมแล้วครับ พุงยุบอย่างเห็นได้ชัด เรื่องช้ำไม่มี อย่างที่เห็นตั้งแต่วันแรกๆเลย ดีเวอร์ ชอบบบบ 55 ส่วนรอยกรีดมุมขวาล่าง(มุมซ้ายล่างของคนอ่าน)เป็นรอยแผลผ่าไส้ติ่งนะครับ แผลดูไขมันเป็นอันเล็กๆอ่ะครับ รอยแดงที่เห็นนั่นคือผมแพ้พลาสเตอร์ คันมาก TT





พยายามหารูปก่อนทำ ไม่เจอครับ เพราะไม่เคยถ่าย (ใครจะกล้าถ่าย น่าเกลียด 555)
รูปซ้ายเป็นรูปที่ผมส่งให้เพื่อนดู ว่าพุงผมเซ็กซี่กว่าเคนภูภูมิแค่ไหน  ปรากฏว่าเพื่อนอ๊วกกันระนาว 5555
แต่หลังทำก็ไม่แน่นะ เคนภูภูมิก็เคนภูภูมิเถ๊อะ เดี๋ยวจะบิ๊ว 6 แพคให้ดู อิอิ



2สัปดาห์ครับ ท้องยังบวมอยู่บางจุดแต่เริ่มเรียบไปมากแล้ว แผลนี่แทบมองไม่เห็นนึกว่าตุ่มยุงกัด



อันนี้รอยแผลแบบใกล้ๆชัดๆครับ จะเห็นเลยว่าเหมือนตุ่มยุงกัดมาก 555
รอยรอบๆแผลเป็นรอยที่ผมแพ้พลาสเตอร์อันนี้ทำไงถึงหายง่ะ มียาตัวไหนทาบ้างครับ แนะนำกันมาได้นะครับ




                   คุณหมอบอกว่า ครบ 6 เดือนถึงจะเห็นผลที่ชัดเจนที่สุด แต่เดี๋ยวครบ 1 เดือน ผมจะมีนัด follow up กับคุณหมอ ว่าจะขอภาพตอน before มาให้ดูกัน จะได้เห็นชัดๆว่าผลลัพธ์ลงไปขนาดไหน แต่ผมสัมผัสพุงของผมทุกวันบอกเลยว่าลงไปเยอะทีเดียวครับ



ยังไงฝากติดตามกันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

้ขอบคุณรีวิวจาก  pantip.com/topic/35684701
Viharndang
14 ตุลาคม 2016
เคยคิดอยากจะทำนะ แต่ออกกำลังกายเอาดีกว่า
Viharndang หน้าตาธรรมดา กระทู้: 2
เคยคิดอยากจะทำนะ แต่ออกกำลังกายเอาดีกว่า
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้