เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
สุขภาพและการออกกำลังกาย
10 พฤติกรรมเสี่ยง “ดื้อยา” ที่ไม่ควรทำ อาจรักษาโรคได้ลำบากขึ้น
ตอบ0 อ่าน153
Tansmallroom
13 พฤษภาคม 2019


อาการดื้อยา หมายถึง การรับประทานยาตัวเดิมแล้วเริ่มไม่หาย ต้องเปลี่ยนเป็นยาที่แรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น สุดท้ายหากรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจไม่สามารถรักษาให้หายด้วยการรับประทานยาได้ โดยสาเหจุมาจากการรับประทานยาที่ผิดวิธี หากคุณมีพฤติกรรมในการรับประทานยาดังต่อไปนี้ อาจเสี่ยงดื้อยาได้ในอนาคต

10 พฤติกรรมเสี่ยง “ดื้อยา” ที่ไม่ควรทำ อาจรักษาโรคได้ลำบากขึ้น

    ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่แยกแยะว่าเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส

    ซื้อยามารับประทานเองทุกครั้งเมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ซึ่งแทบทุกกรณีไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะไปจึงไร้ประโยชน์

    ใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง รักษาอาการได้หลายๆ อย่าง เป็นประจำ

    รับการฉีดยาฆ่าเชื้อจากแพทย์เมื่อเป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เจ็บคอ ฯลฯ อยู่เป็นประจำ

    ขอ หรือคาดหวังว่าจะได้รับยาทุกครั้งเมื่อไปพบแพทย์ด้วยอาการไม่สบาย

    รับประทานยาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่รับประทานไม่หมดตามที่แพทย์สั่ง

    รับประทานยาอมผสมยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่เจ็บคอ

    ใช้ยาปฏิชีวนะทา หรือโรยใส่แผลสด

    ซื้อยาชุดแก้อักเสบรับประทานเองเมื่อมีอาการป่วย

    ซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานจากบุคคลที่ไม่ใช่เภสัชกร

วิธีลดความเสี่ยงในการดื้อยาง่ายๆ เพียงพยายามปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้งที่จะรับประทานยาเพื่อรักษาโรค หากมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ่ายเหลวไม่กี่ครั้ง ซื้อผงเกลือแร่ ORS มาจิบ เจ็บคอให้จิบน้ำอุ่น อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองโดยอาจไม่ต้องซื้อยามารับประทาน หากมีอาการรุนแรง 2-3 วันยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดจะดีที่สุด


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ผศ.นพ. พิสนธิ์ จงตระกูล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ภาพ :iStock
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 4852


อาการดื้อยา หมายถึง การรับประทานยาตัวเดิมแล้วเริ่มไม่หาย ต้องเปลี่ยนเป็นยาที่แรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น สุดท้ายหากรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาจไม่สามารถรักษาให้หายด้วยการรับประทานยาได้ โดยสาเหจุมาจากการรับประทานยาที่ผิดวิธี หากคุณมีพฤติกรรมในการรับประทานยาดังต่อไปนี้ อาจเสี่ยงดื้อยาได้ในอนาคต

10 พฤติกรรมเสี่ยง “ดื้อยา” ที่ไม่ควรทำ อาจรักษาโรคได้ลำบากขึ้น

    ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่แยกแยะว่าเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส

    ซื้อยามารับประทานเองทุกครั้งเมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ ท้องเสีย ถ่ายเหลว ซึ่งแทบทุกกรณีไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การใช้ยาปฏิชีวนะไปจึงไร้ประโยชน์

    ใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้าง รักษาอาการได้หลายๆ อย่าง เป็นประจำ

    รับการฉีดยาฆ่าเชื้อจากแพทย์เมื่อเป็นไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เจ็บคอ ฯลฯ อยู่เป็นประจำ

    ขอ หรือคาดหวังว่าจะได้รับยาทุกครั้งเมื่อไปพบแพทย์ด้วยอาการไม่สบาย

    รับประทานยาเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่รับประทานไม่หมดตามที่แพทย์สั่ง

    รับประทานยาอมผสมยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่เจ็บคอ

    ใช้ยาปฏิชีวนะทา หรือโรยใส่แผลสด

    ซื้อยาชุดแก้อักเสบรับประทานเองเมื่อมีอาการป่วย

    ซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานจากบุคคลที่ไม่ใช่เภสัชกร

วิธีลดความเสี่ยงในการดื้อยาง่ายๆ เพียงพยายามปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรทุกครั้งที่จะรับประทานยาเพื่อรักษาโรค หากมีอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่น ถ่ายเหลวไม่กี่ครั้ง ซื้อผงเกลือแร่ ORS มาจิบ เจ็บคอให้จิบน้ำอุ่น อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเองโดยอาจไม่ต้องซื้อยามารับประทาน หากมีอาการรุนแรง 2-3 วันยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจให้ละเอียดจะดีที่สุด


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :ผศ.นพ. พิสนธิ์ จงตระกูล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ภาพ :iStock
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้