เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเครื่องสำอาง
9 วิธีสำหรับการเลือกซื้อลิปสติก
ตอบ0 อ่าน82
unyana
16 มิถุนายน 2019
ลิปสติกคือเครื่องสำอางที่สาวๆ ทุกคนต้องมีมากกว่าคนละ 2 ชิ้น ต่อให้เฉดต่างกันเพียงนิดเดียว เราๆ ก็ยังสามารถจำแนกความแตกต่างของเม็ดสีได้ สีนั้นก็ดี สีนี้ก็ถูกใจ จะให้มีแค่แท่งสองแท่งได้ยังไงล่ะ วันนี้เรามีหลักการเลือกซื้อลิปสติกมาฝากทุกคนกันค่ะ
1.   เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับโทนผิว
แน่นอนว่านอกจากสีธรรมชาติของริมฝีปากจะเป็นตัวช่วยเลือกสีลิปหลักๆ แล้ว สีผิวเองก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะตัดสินได้ว่า ลิปสติกสีไหนที่เข้ากับเรา ทาแล้วเด่นสวย สีผิวของแต่ละคนจะแบ่งออกเป็นสองโทน คือ โทนเย็น กับ โทนร้อน ผิวโทนร้อนไปกันได้ดีกับลิปสติกสีแนวส้มแดง ในขณะที่ผิวโทนเย็นจะยิ่งสวยเด่นในลิปสติกสีชมพู ส่วนลิปสติกสีนู้ดนั้นถ้าเป็นโทนอ่อนๆ อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้ม
2.   ทดสอบสีลิปสติกลงบนปาก
หากเป็นไปได้ควรเทสสีลิปลงบนปากโดยตรง แต่เราก็ไม่แนะนำเช่นกันหากเป็นเทสเตอร์ที่วางให้ทดลองทั่วไป ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการติดโรคเริมที่ริมฝีปากได้ ดังนั้นอาจเปลี่ยนมาทดสอบที่ปลายนิ้วแทนที่จะเป็นท้องแขนหรือข้อมือ ก็จะได้สีที่ใกล้เคียงกับริมฝีปากมากกว่า ทั้งนี้ลิปแมทจะทำให้ริมฝีปากดูเล็กและบางลง ให้ความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สีลิปติดทนมากกว่า ในขณะที่ลิปสติกเนื้อมันวาวจะทำให้เรียวปากอิ่มเอิบและได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์
3.   อ่านฉลากก่อนซื้อ
ควรพิจารณาส่วนผสมและสรรพคุณของลิปที่จะซื้อ ว่าทำให้ปากนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมั้ย หรือป้องกันแสงยูวีได้ด้วยหรือเปล่า เพื่อจะได้ตรงกับการใช้งานของเราได้มากขึ้น และดูว่ามีส่วนผสมที่เราแพ้อยู่หรือไม่ นอกจากนี้ก็ตรวจสอบว่าได้รับมาตรฐานหรือเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือด้วยหรือไม่
4.   สังเกตลักษณะภายนอก
ทั้งความสมบูรณ์ของกล่อง ความเรียบเนียนของเนื้อลิปสติก หากเป็นน้ำก็ดูการแยกชั้น หรือว่าดูลักษณะสีเท่ากันทั้งแท่งหรือไม่ มีกลิ่นหืน หรือว่ามีมันเยิ้มออกมาหรือเปล่า
5.   สังเกตวันที่ผลิต และวันหมดอายุ
ลิปสติกทั่วไปที่เปิดใช้งานแล้วมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี หากมีที่เกิน 2 ปีแล้วแต่ยังใช้ไม่หมดก็ควรซื้อใหม่ ไม่ควรใช้เป็นระยะเวลานานเกินไปเนื่องจากจะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำได้ สำหรับลิปกลอส ลิปบาล์มอายุการใช้งานจะอยู่ที่ 1 ปี
6.   ควรเลือกซื้อลิปสติกที่มีเนื้อเรียบนุ่มนวล
มีความชุ่มชื้นและมีความมันพอเหมาะ ไม่มีความชื้นเกาะอยู่ ไม่แตกร่วนและไม่เป็นก้อนแข็ง ไม่มีกลิ่นหืน ติดทนและทำความสะอาดได้ง่าย หากเป็นไปได้อาจลองซื้อแบบเทสเตอร์มาลองใช้ก่อนก็ได้
7.   หยุดใช้ทันทีเมื่อแพ้
หากใช้แล้วแพ้ ให้หยุดใช้ทันที ซึ่งอาจมีอาการแปลกๆ ดังนี้ เช่น คัน แดง เป็นผื่น แห้งแตกลอก แสบ ให้รีบหยุดใช้และปรึกษาแพทย์และนำลิปสติกที่ใช้ตรวจสอบสารที่แพ้เพื่อหาทางหลีกเลี่ยง แล้วใช้ลิปสติกสำหรับผิวแพ้ง่ายแทน
8.   ราคาโปรโมชั่น
ลิปสติกที่มีราคาสูงก็จะมีของปลอมออกมาขายมาก บางครั้งแพคเกจหรือเนื้อลิปก็เหมือนของแท้จนไม่สามารถจับสังเกตได้ ควรเลือกซื้อจากเคาท์เตอร์แบรนด์นั้นๆ เพื่อความปลอดภัย
9.   อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง
เพื่อประกอบการเลือกซื้อ อาจสังเกตจากภาพถ่ายสีปากของคนที่สีผิวคล้ายคลึงกับเรา อ่านรีวิวประสบการณ์การทาบนริมฝีปากจริง จากรูปถ่ายหรือวิดิโอ จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้เหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น หรือสอบถามจากเพื่อนที่ใช้ลิปสติกและมีโทนผิวเดียวกับเราก็ได้
   จบไปแล้วสำหรับ 9 ทริคง่ายๆ ที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อลิปสติกมาใช้ เพื่อประโยชน์และความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แถมได้ลิปที่เหมาะสมกับความชอบของเราด้วยนะ
   
unyana หน้าตาดีมาก กระทู้: 234
ลิปสติกคือเครื่องสำอางที่สาวๆ ทุกคนต้องมีมากกว่าคนละ 2 ชิ้น ต่อให้เฉดต่างกันเพียงนิดเดียว เราๆ ก็ยังสามารถจำแนกความแตกต่างของเม็ดสีได้ สีนั้นก็ดี สีนี้ก็ถูกใจ จะให้มีแค่แท่งสองแท่งได้ยังไงล่ะ วันนี้เรามีหลักการเลือกซื้อลิปสติกมาฝากทุกคนกันค่ะ
1.   เลือกสีลิปสติกให้เข้ากับโทนผิว
แน่นอนว่านอกจากสีธรรมชาติของริมฝีปากจะเป็นตัวช่วยเลือกสีลิปหลักๆ แล้ว สีผิวเองก็เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะตัดสินได้ว่า ลิปสติกสีไหนที่เข้ากับเรา ทาแล้วเด่นสวย สีผิวของแต่ละคนจะแบ่งออกเป็นสองโทน คือ โทนเย็น กับ โทนร้อน ผิวโทนร้อนไปกันได้ดีกับลิปสติกสีแนวส้มแดง ในขณะที่ผิวโทนเย็นจะยิ่งสวยเด่นในลิปสติกสีชมพู ส่วนลิปสติกสีนู้ดนั้นถ้าเป็นโทนอ่อนๆ อาจไม่เหมาะกับสาวผิวเข้ม
2.   ทดสอบสีลิปสติกลงบนปาก
หากเป็นไปได้ควรเทสสีลิปลงบนปากโดยตรง แต่เราก็ไม่แนะนำเช่นกันหากเป็นเทสเตอร์ที่วางให้ทดลองทั่วไป ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการติดโรคเริมที่ริมฝีปากได้ ดังนั้นอาจเปลี่ยนมาทดสอบที่ปลายนิ้วแทนที่จะเป็นท้องแขนหรือข้อมือ ก็จะได้สีที่ใกล้เคียงกับริมฝีปากมากกว่า ทั้งนี้ลิปแมทจะทำให้ริมฝีปากดูเล็กและบางลง ให้ความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สีลิปติดทนมากกว่า ในขณะที่ลิปสติกเนื้อมันวาวจะทำให้เรียวปากอิ่มเอิบและได้ลุคที่ดูอ่อนเยาว์
3.   อ่านฉลากก่อนซื้อ
ควรพิจารณาส่วนผสมและสรรพคุณของลิปที่จะซื้อ ว่าทำให้ปากนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมั้ย หรือป้องกันแสงยูวีได้ด้วยหรือเปล่า เพื่อจะได้ตรงกับการใช้งานของเราได้มากขึ้น และดูว่ามีส่วนผสมที่เราแพ้อยู่หรือไม่ นอกจากนี้ก็ตรวจสอบว่าได้รับมาตรฐานหรือเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือด้วยหรือไม่
4.   สังเกตลักษณะภายนอก
ทั้งความสมบูรณ์ของกล่อง ความเรียบเนียนของเนื้อลิปสติก หากเป็นน้ำก็ดูการแยกชั้น หรือว่าดูลักษณะสีเท่ากันทั้งแท่งหรือไม่ มีกลิ่นหืน หรือว่ามีมันเยิ้มออกมาหรือเปล่า
5.   สังเกตวันที่ผลิต และวันหมดอายุ
ลิปสติกทั่วไปที่เปิดใช้งานแล้วมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี หากมีที่เกิน 2 ปีแล้วแต่ยังใช้ไม่หมดก็ควรซื้อใหม่ ไม่ควรใช้เป็นระยะเวลานานเกินไปเนื่องจากจะทำให้ริมฝีปากดำคล้ำได้ สำหรับลิปกลอส ลิปบาล์มอายุการใช้งานจะอยู่ที่ 1 ปี
6.   ควรเลือกซื้อลิปสติกที่มีเนื้อเรียบนุ่มนวล
มีความชุ่มชื้นและมีความมันพอเหมาะ ไม่มีความชื้นเกาะอยู่ ไม่แตกร่วนและไม่เป็นก้อนแข็ง ไม่มีกลิ่นหืน ติดทนและทำความสะอาดได้ง่าย หากเป็นไปได้อาจลองซื้อแบบเทสเตอร์มาลองใช้ก่อนก็ได้
7.   หยุดใช้ทันทีเมื่อแพ้
หากใช้แล้วแพ้ ให้หยุดใช้ทันที ซึ่งอาจมีอาการแปลกๆ ดังนี้ เช่น คัน แดง เป็นผื่น แห้งแตกลอก แสบ ให้รีบหยุดใช้และปรึกษาแพทย์และนำลิปสติกที่ใช้ตรวจสอบสารที่แพ้เพื่อหาทางหลีกเลี่ยง แล้วใช้ลิปสติกสำหรับผิวแพ้ง่ายแทน
8.   ราคาโปรโมชั่น
ลิปสติกที่มีราคาสูงก็จะมีของปลอมออกมาขายมาก บางครั้งแพคเกจหรือเนื้อลิปก็เหมือนของแท้จนไม่สามารถจับสังเกตได้ ควรเลือกซื้อจากเคาท์เตอร์แบรนด์นั้นๆ เพื่อความปลอดภัย
9.   อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง
เพื่อประกอบการเลือกซื้อ อาจสังเกตจากภาพถ่ายสีปากของคนที่สีผิวคล้ายคลึงกับเรา อ่านรีวิวประสบการณ์การทาบนริมฝีปากจริง จากรูปถ่ายหรือวิดิโอ จะช่วยให้ตัดสินใจเลือกได้เหมาะสมกับตัวเองมากขึ้น หรือสอบถามจากเพื่อนที่ใช้ลิปสติกและมีโทนผิวเดียวกับเราก็ได้
   จบไปแล้วสำหรับ 9 ทริคง่ายๆ ที่ควรตรวจสอบก่อนซื้อลิปสติกมาใช้ เพื่อประโยชน์และความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แถมได้ลิปที่เหมาะสมกับความชอบของเราด้วยนะ
   
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้