เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ผู้ชาย
OMEGA Seamaster Planet Ocean Ultra Deep นาฬิกากันน้ำได้ลึกที่สุดในโลก "
ตอบ0 อ่าน157
Tansmallroom
13 กรกฎาคม 2019


ตัวเลข 10,928 เมตรกลายเป็นสถิติความลึกใหม่ที่มนุษย์สามารถพิชิตได้ เมื่อนักผจญภัย วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) สามารถบังคับยานใต้น้ำ Limiting Factor ลงไปถึงร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาได้สำเร็จเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในไอเท็มที่ร่วมเดินทางเคียงข้างภารกิจครั้งนี้ ทั้งยังทำงานได้อย่างไร้ที่ติก็คือเรือนเวลา ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) จากโอเมก้า (OMEGA) นั่นเอง



คอนเซ็ปต์ของเรือนเวลา

ผู้ผลิตเรือนเวลาสวิสอาจมีความชำนาญในการผลิตเรือนเวลาดำน้ำสำหรับผู้ที่ใช้งานจริงในน้ำลึก แต่สำหรับเครื่องบอกเวลาที่ใช้ในภารกิจ Five Deeps Expedition นั้น ทุกองค์ประกอบต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการเผชิญรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า! ความสำเร็จของโอเมก้าได้ยกระดับการผลิตเรือนเวลาของตนด้วยความสำเร็จจากเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ ที่ไม่เพียงจะตอบโจทย์แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตนาฬิกาดำน้ำในอนาคตได้อีกเช่นกัน

ท้าทายโลกใต้สมุทรด้วยเรือนเวลาที่บางยิ่งกว่าเดิม

ไม่จำเป็นต้องมีตัวเรือนขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถทานแรงดันน้ำมหาศาลอีกต่อไป หลังจากโอเมก้าสามารถผลิตเรือนเวลาดำน้ำที่มีความหนาไม่เกิน 28 มม. โดยไม่ลดทอนคุณสมบัติการทนทานต่อแรงดันที่เหนือระดับ ทว่าหนทางสู่ความสำเร็จนั้นย่อมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าตัวเรือนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นาฬิกา Ultra Deep จึงถูกนำไปวิเคราะห์ต่อเพื่อบอกคุณสมบัติด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน




ผลิตขึ้นเพื่อ – และจาก – Limiting Factor     

การผลิตเรือทนความดันของยาน Limiting Factor ด้วยไทเทเนียมเกรด 5 นั้นต้องอาศัยกรรมวิธีการผลิตระดับสูงและปราศจากการเชื่อมในทุกขั้นตอน โดยชิ้นส่วนตัวยานยังถูกนำมาผลิตเป็นพาร์ทต่างๆของนาฬิกาอีกด้วย อาทิ ขอบตัวเรือน, ตัวเรือน, ฝาหลัง และเม็ดมะยม ซึ่งแต่ละชิ้นที่ตัดออกมาจะได้รับการประทับตรา DNV-GL เพื่อเป็นหลักประกันถึงที่มา, คุณสมบัติ และคุณภาพของวัสดุ

การออกแบบช่องมอง

ขั้นตอนการออกแบบช่องมองนั้นถือเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งสำหรับการออกแบบยานใต้น้ำพื้นที่ในส่วนช่องมองของยาน Limiting Factor จึงถูกออกแบบเพื่อลดแรงดันน้ำที่จะมากระทำกับขอบด้านในของกรวย ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแรงเครียดมากที่สุด เช่นเดียวกับการติดตั้งกระจกนาฬิกาเข้ากับตัวเรือน โอเมก้าเลือกที่จะกระจายแรงเครียดโดยใช้การออกแบบทรงกรวย ลักษณะเดียวกันกับที่ใช้ในการติดตั้งช่องมองบนยานใต้น้ำ และใช้ Liquidmetal® ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแต่มั่นคงเพื่อยึดกระจกนาฬิกาให้เข้ากับตัวเรือน นวัตกรรมการเชื่อมยึดด้วยความร้อนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการจดสิทธิบัตรนี้ยังช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้โพลีเมอร์ในจุดต่างๆ และยังช่วยลดความหนาของกระจกแซฟไฟร์ได้




ฝาหลังและเม็ดมะยมขานาฬิกาแบบ Manta

ขานาฬิกาของซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) ถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับตัวเรือนไทเทเนียมและมีปลายเปิดด้านล่างเพื่อลดความเสี่ยงด้านขีดจำกัดทางวัสดุยามต้องเผชิญกับแรงดันที่มากระทำเมื่ออยู่ในมหาสมุทร โดยปลายเปิดดังกล่าวมีรูปลักษณ์คล้ายกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของปลากระเบนราหู จึงเป็นที่มาของชื่อขานาฬิกาแบบ “Manta” นั่นเอง



อีกด้านหนึ่งของ Ultra Deep

ตราสัญลักษณ์ของการสำรวจถูกติดตั้งอยู่ภายในวงกลมบริเวณกึ่งกลางฝาหลังดูคล้ายกับเทคโนโลยีโซนาร์ชนิดหลายลำคลื่น (Multi Beam sonar) ในส่วนของรุ่นเรือนเวลา, หมายเลขอ้างอิง, วัสดุ, การรับรอง DNV-GL และข้อความ – tested 15,000m 49212ft – ล้วนได้รับการสลักด้วยเลเซอร์

ปิดผนึก

มีเรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ ทั้งหมด 3 เรือนที่ได้ลงไปเยือนก้นร่องสมุทร โดยสองเรือนถูกติดตั้งที่แขนกลของยานและอีกหนึ่งเรือนติดตั้งเข้ากับระบบ Lander และจากประสบการณ์ในการสำรวจอวกาศของแบรนด์ โอเมก้าจึงคัดสรรวัสดุที่ใช้ผลิตสายนาฬิกาอย่าง พอลิเอไมด์ และ Velcro ซึ่งมีความใกล้เคียงกับสายนาฬิกาแบบเดียวกับที่ใช้ในภารกิจ Apollo มาใช้ในภารกิจครั้งนี้




การทดสอบที่โหดยิ่งกว่า

นาฬิกาทุกเรือนจะถูกนำไปทดสอบแรงดันน้ำที่โรงงานของ Triton ในบาร์เซโลนาและอยู่ในการควบคุมจากกรรมการของ DNV-GL การทดสอบจะทำโดยใช้ตั้งค่าแรงดันสูงสุดไว้ให้มีขนาดเทียบเท่ากับแรงดันน้ำที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตนาฬิกาดำน้ำกับความต้องการของโอเมก้าที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงได้เพิ่มระดับการทดสอบแรงดันให้สูงยิ่งขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรกอีก 25% ซึ่งหมายความว่าเรือนเวลาจะต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติจนถึงที่ระดับความลึก 1500 บาร์ หรือ 15,000 เมตร

หลังจากผ่านการทดสอบที่ Triton และจุดที่ลึกที่สุดในโลกแล้ว เรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ อัลตร้า ดีพ จึงถูกนำไปทดสอบตามมาตรฐานความเที่ยงตรงขั้นสูงสุดของอุตสาหกรรมเวลาด้วยบททดสอบสุดขั้ว 8 ด้านเป็นระยะเวลา 10 วันตามกำหนดของ Swiss Federal Institute of Metrology (METAS) เรียกได้ว่านอกจากผ่านการทดสอบใต้น้ำในสภาวะสุดขั้วแล้ว เรือนเวลาทุกเรือนยังผ่านการทดสอบมาตรฐาน Master Chronometer ด้วยเช่นกัน

สัมผัสนวัตกรรมชั้นเลิศและประสบการณ์เหนือระดับไปกับ OMEGA ได้ที่บูติคสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, สาขาสยามพารากอน และ สาขาดิ เอ็มโพเรียม


Cr : Kittikun M.
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 4852


ตัวเลข 10,928 เมตรกลายเป็นสถิติความลึกใหม่ที่มนุษย์สามารถพิชิตได้ เมื่อนักผจญภัย วิคเตอร์ เวสโคโว (Victor Vescovo) สามารถบังคับยานใต้น้ำ Limiting Factor ลงไปถึงร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาได้สำเร็จเมื่อต้นปี 2019 ที่ผ่านมา โดยหนึ่งในไอเท็มที่ร่วมเดินทางเคียงข้างภารกิจครั้งนี้ ทั้งยังทำงานได้อย่างไร้ที่ติก็คือเรือนเวลา ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) จากโอเมก้า (OMEGA) นั่นเอง



คอนเซ็ปต์ของเรือนเวลา

ผู้ผลิตเรือนเวลาสวิสอาจมีความชำนาญในการผลิตเรือนเวลาดำน้ำสำหรับผู้ที่ใช้งานจริงในน้ำลึก แต่สำหรับเครื่องบอกเวลาที่ใช้ในภารกิจ Five Deeps Expedition นั้น ทุกองค์ประกอบต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการเผชิญรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอน ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่า! ความสำเร็จของโอเมก้าได้ยกระดับการผลิตเรือนเวลาของตนด้วยความสำเร็จจากเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ ที่ไม่เพียงจะตอบโจทย์แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการผลิตนาฬิกาดำน้ำในอนาคตได้อีกเช่นกัน

ท้าทายโลกใต้สมุทรด้วยเรือนเวลาที่บางยิ่งกว่าเดิม

ไม่จำเป็นต้องมีตัวเรือนขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถทานแรงดันน้ำมหาศาลอีกต่อไป หลังจากโอเมก้าสามารถผลิตเรือนเวลาดำน้ำที่มีความหนาไม่เกิน 28 มม. โดยไม่ลดทอนคุณสมบัติการทนทานต่อแรงดันที่เหนือระดับ ทว่าหนทางสู่ความสำเร็จนั้นย่อมไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าตัวเรือนอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ นาฬิกา Ultra Deep จึงถูกนำไปวิเคราะห์ต่อเพื่อบอกคุณสมบัติด้านต่างๆ อย่างครบถ้วน




ผลิตขึ้นเพื่อ – และจาก – Limiting Factor     

การผลิตเรือทนความดันของยาน Limiting Factor ด้วยไทเทเนียมเกรด 5 นั้นต้องอาศัยกรรมวิธีการผลิตระดับสูงและปราศจากการเชื่อมในทุกขั้นตอน โดยชิ้นส่วนตัวยานยังถูกนำมาผลิตเป็นพาร์ทต่างๆของนาฬิกาอีกด้วย อาทิ ขอบตัวเรือน, ตัวเรือน, ฝาหลัง และเม็ดมะยม ซึ่งแต่ละชิ้นที่ตัดออกมาจะได้รับการประทับตรา DNV-GL เพื่อเป็นหลักประกันถึงที่มา, คุณสมบัติ และคุณภาพของวัสดุ

การออกแบบช่องมอง

ขั้นตอนการออกแบบช่องมองนั้นถือเป็นส่วนที่สำคัญยิ่งสำหรับการออกแบบยานใต้น้ำพื้นที่ในส่วนช่องมองของยาน Limiting Factor จึงถูกออกแบบเพื่อลดแรงดันน้ำที่จะมากระทำกับขอบด้านในของกรวย ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับแรงเครียดมากที่สุด เช่นเดียวกับการติดตั้งกระจกนาฬิกาเข้ากับตัวเรือน โอเมก้าเลือกที่จะกระจายแรงเครียดโดยใช้การออกแบบทรงกรวย ลักษณะเดียวกันกับที่ใช้ในการติดตั้งช่องมองบนยานใต้น้ำ และใช้ Liquidmetal® ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแต่มั่นคงเพื่อยึดกระจกนาฬิกาให้เข้ากับตัวเรือน นวัตกรรมการเชื่อมยึดด้วยความร้อนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการจดสิทธิบัตรนี้ยังช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้โพลีเมอร์ในจุดต่างๆ และยังช่วยลดความหนาของกระจกแซฟไฟร์ได้




ฝาหลังและเม็ดมะยมขานาฬิกาแบบ Manta

ขานาฬิกาของซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ โปรเฟสชั่นแนล (Seamaster Planet Ocean Ultra Deep Professional) ถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับตัวเรือนไทเทเนียมและมีปลายเปิดด้านล่างเพื่อลดความเสี่ยงด้านขีดจำกัดทางวัสดุยามต้องเผชิญกับแรงดันที่มากระทำเมื่ออยู่ในมหาสมุทร โดยปลายเปิดดังกล่าวมีรูปลักษณ์คล้ายกับเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของปลากระเบนราหู จึงเป็นที่มาของชื่อขานาฬิกาแบบ “Manta” นั่นเอง



อีกด้านหนึ่งของ Ultra Deep

ตราสัญลักษณ์ของการสำรวจถูกติดตั้งอยู่ภายในวงกลมบริเวณกึ่งกลางฝาหลังดูคล้ายกับเทคโนโลยีโซนาร์ชนิดหลายลำคลื่น (Multi Beam sonar) ในส่วนของรุ่นเรือนเวลา, หมายเลขอ้างอิง, วัสดุ, การรับรอง DNV-GL และข้อความ – tested 15,000m 49212ft – ล้วนได้รับการสลักด้วยเลเซอร์

ปิดผนึก

มีเรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ แพลเน็ต โอเชียน อัลตร้า ดีพ ทั้งหมด 3 เรือนที่ได้ลงไปเยือนก้นร่องสมุทร โดยสองเรือนถูกติดตั้งที่แขนกลของยานและอีกหนึ่งเรือนติดตั้งเข้ากับระบบ Lander และจากประสบการณ์ในการสำรวจอวกาศของแบรนด์ โอเมก้าจึงคัดสรรวัสดุที่ใช้ผลิตสายนาฬิกาอย่าง พอลิเอไมด์ และ Velcro ซึ่งมีความใกล้เคียงกับสายนาฬิกาแบบเดียวกับที่ใช้ในภารกิจ Apollo มาใช้ในภารกิจครั้งนี้




การทดสอบที่โหดยิ่งกว่า

นาฬิกาทุกเรือนจะถูกนำไปทดสอบแรงดันน้ำที่โรงงานของ Triton ในบาร์เซโลนาและอยู่ในการควบคุมจากกรรมการของ DNV-GL การทดสอบจะทำโดยใช้ตั้งค่าแรงดันสูงสุดไว้ให้มีขนาดเทียบเท่ากับแรงดันน้ำที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตนาฬิกาดำน้ำกับความต้องการของโอเมก้าที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น แบรนด์จึงได้เพิ่มระดับการทดสอบแรงดันให้สูงยิ่งขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในตอนแรกอีก 25% ซึ่งหมายความว่าเรือนเวลาจะต้องทำงานได้อย่างไร้ที่ติจนถึงที่ระดับความลึก 1500 บาร์ หรือ 15,000 เมตร

หลังจากผ่านการทดสอบที่ Triton และจุดที่ลึกที่สุดในโลกแล้ว เรือนเวลาโอเมก้า ซีมาสเตอร์ อัลตร้า ดีพ จึงถูกนำไปทดสอบตามมาตรฐานความเที่ยงตรงขั้นสูงสุดของอุตสาหกรรมเวลาด้วยบททดสอบสุดขั้ว 8 ด้านเป็นระยะเวลา 10 วันตามกำหนดของ Swiss Federal Institute of Metrology (METAS) เรียกได้ว่านอกจากผ่านการทดสอบใต้น้ำในสภาวะสุดขั้วแล้ว เรือนเวลาทุกเรือนยังผ่านการทดสอบมาตรฐาน Master Chronometer ด้วยเช่นกัน

สัมผัสนวัตกรรมชั้นเลิศและประสบการณ์เหนือระดับไปกับ OMEGA ได้ที่บูติคสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี, สาขาสยามพารากอน และ สาขาดิ เอ็มโพเรียม


Cr : Kittikun M.
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้