เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ผู้ชาย
หายากกว่านี้มีอีกไหม? เปิดประมูลรองเท้า Nike จากปี 1972 อาจได้ถึง 5 ล้านบาท
ตอบ0 อ่าน100
Tansmallroom
19 กรกฎาคม 2019


เมื่อเร็วๆ นี้สถาบันการประมูลชั้นนำของโลกอย่าง ‘ซัทเทบีส์’ (Sotheby's) เปิดให้ประมูลออนไลน์คอลเล็กชั่นรองเท้า 100 คู่ที่หายากที่สุดในโลก โดยชิ้นเอกของงานอยู่ที่ Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะได้ราคาสูงถึง 160,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5 ล้านบาท!

เรียกเสียงฮือในวงการสนีกเกอร์ทั่วโลกไม่น้อยทีเดียวเมื่อสถาบันการประมูลชั้นนำของโลก ‘ซัทเทบีส์’ จับมือกับเว็บไซต์ซื้อขายสนีกเกอร์หายากอย่าง ‘สเตเดียมกู้ดส์’ (Stadium Goods) เพื่อคัดสนีกเกอร์รุ่นดังที่หายากที่สุดจำนวน 100 คู่ มาเปิดให้ประมูลทางออนไลน์กัน

โดยชิ้นเอกของงานครั้งนี้ต้องยกให้กับ Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ซึ่งผลิตด้วยมือ เป็นผลงานการออกแบบของโค้ชนักวิ่งโอลิมปิก หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Nike นามว่า ‘บิลล์ บาวเวอร์แมน’ (Bill Bowerman) (ผู้ก่อตั้ง Nike อีกคนคือ ฟิล ไนต์-Phil Knight)




แล้วสนีกเกอร์คู่นี้มันมีความพิเศษยังไง?

Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ไม่ใช่แค่หายาก แต่มันคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่แจ้งเกิดให้กับบริษัทเล็กๆ ชื่อมีว่า Nike ก่อนที่มันจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการกีฬาโลกในปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 1948 ‘บิลล์ บาวเวอร์แมน’ ขึ้นชื่อลือชามากในฐานะโค้ชนักวิ่งให้กับมหาวิทยาลัยโอเรกอน ผู้สร้างนักวิ่งที่สามารถพิชิตเหรียญทองโอลิมปิกได้ถึง 6 เหรียญ เขารู้จักกับ ‘ฟิล ไนต์’ ซึ่งเป็นนักวิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น ทั้งคู่มีความต้องการตรงกันคืออยากได้รองเท้าคุณภาพเยี่ยมที่มีความเบา และทนทานสำหรับการแข่งขัน

จนในปี 1962 ไนต์ค้นพบว่า รองเท้ากีฬาจากประเทศญี่ปุ่นมีคุณภาพดี และราคาถูกกว่ารองเท้าจากเยอรมันซึ่งครองตลาดในช่วงนั้น ไนต์จึงเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมชมโรงงาน ‘Onitsuka Tiger’ พร้อมกับชักชวนให้มาเปิดตลาดในสหรัฐฯ โดยไนต์และบาวเวอร์แมน ได้ใช้ชื่อ ‘Blue Ribbon Sports’ หรือ BRS ในการสร้างแบรนด์ซึ่งมี ‘Onitsuka Tiger’ เป็นฐานการผลิต




แต่ด้วยความยังไม่พอใจและอยากให้ดีขึ้นไปอีก บาวเวอร์แมนจึงทำการผลิตพื้นรองเท้าแบบใหม่ ซึ่งในปี 1970 เขาให้ทดลองเทยางที่จะทำเป็นพื้นรองเท้าวิ่งลงในเครื่องอบขนมวาฟเฟิลของภรรยา เมื่อแกะออกมาพื้นจะเป็นปุ่มๆ ซึ่งเมื่อมาประกบเข้ากับรองเท้าแล้วทดลองใช้ในสนามปรากฏว่ามันเวิร์คมาก (ว่ากันว่าเป็นรากฐานในการสร้างพื้นรองเท้าวิ่งในปัจจุบัน)
เวลานั้นบาวเวอร์แมนเห็นช่องทางการทำตลาดทันทีจึงจัดตั้งบริษัทชื่อ Nike Inc. ขึ้นในปี 1971 และผลิตรองเท้าเจาะกลุ่มนักกรีฑาโดยเฉพาะออกสู่ตลาด (ต่อมา BRS Inc. แตกหักกับ Onitsuka Tiger และมาเข้ารวมกับ Nike ในปี 1981)

ทั้งหมดจึงเป็นคำตอบว่าทำไม Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 จึงกลายเป็นเพชรยอดมงกุฎในการประมูลครั้งนี้






นอกจากนี้ยังมีรองเท้ารุ่นหายากของโลกอีกหลายคู่ โดยจะเปิดให้ประมูลออนไลน์ถึงวันที่ 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ใครสนใจลองเข้าไปดูที่ www.sothebys.com



NIKE MAG รุ่น BACK TO THE FUTURE ผลิตปี 2011, SIZE 11 ราคาประมูลระหว่าง 13,000 – 18,000 เหรียญสหรัฐฯ



NIKE MAG รุ่น BACK TO THE FUTURE ผลิตปี 2016, SIZE 11 ราคาประมูลระหว่าง 50,000 – 70,000 เหรียญสหรัฐฯ



JORDAN | TRAVIS SCOTT - JORDAN 4 “CACTUS JACK” F&F COLLECTION 45,000 – 60,000 เหรียญสหรัฐฯ

ที่มา : www.sothebys.com
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 4852


เมื่อเร็วๆ นี้สถาบันการประมูลชั้นนำของโลกอย่าง ‘ซัทเทบีส์’ (Sotheby's) เปิดให้ประมูลออนไลน์คอลเล็กชั่นรองเท้า 100 คู่ที่หายากที่สุดในโลก โดยชิ้นเอกของงานอยู่ที่ Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะได้ราคาสูงถึง 160,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 5 ล้านบาท!

เรียกเสียงฮือในวงการสนีกเกอร์ทั่วโลกไม่น้อยทีเดียวเมื่อสถาบันการประมูลชั้นนำของโลก ‘ซัทเทบีส์’ จับมือกับเว็บไซต์ซื้อขายสนีกเกอร์หายากอย่าง ‘สเตเดียมกู้ดส์’ (Stadium Goods) เพื่อคัดสนีกเกอร์รุ่นดังที่หายากที่สุดจำนวน 100 คู่ มาเปิดให้ประมูลทางออนไลน์กัน

โดยชิ้นเอกของงานครั้งนี้ต้องยกให้กับ Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ซึ่งผลิตด้วยมือ เป็นผลงานการออกแบบของโค้ชนักวิ่งโอลิมปิก หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Nike นามว่า ‘บิลล์ บาวเวอร์แมน’ (Bill Bowerman) (ผู้ก่อตั้ง Nike อีกคนคือ ฟิล ไนต์-Phil Knight)




แล้วสนีกเกอร์คู่นี้มันมีความพิเศษยังไง?

Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 ไม่ใช่แค่หายาก แต่มันคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญที่แจ้งเกิดให้กับบริษัทเล็กๆ ชื่อมีว่า Nike ก่อนที่มันจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการกีฬาโลกในปัจจุบัน

ตั้งแต่ปี 1948 ‘บิลล์ บาวเวอร์แมน’ ขึ้นชื่อลือชามากในฐานะโค้ชนักวิ่งให้กับมหาวิทยาลัยโอเรกอน ผู้สร้างนักวิ่งที่สามารถพิชิตเหรียญทองโอลิมปิกได้ถึง 6 เหรียญ เขารู้จักกับ ‘ฟิล ไนต์’ ซึ่งเป็นนักวิ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น ทั้งคู่มีความต้องการตรงกันคืออยากได้รองเท้าคุณภาพเยี่ยมที่มีความเบา และทนทานสำหรับการแข่งขัน

จนในปี 1962 ไนต์ค้นพบว่า รองเท้ากีฬาจากประเทศญี่ปุ่นมีคุณภาพดี และราคาถูกกว่ารองเท้าจากเยอรมันซึ่งครองตลาดในช่วงนั้น ไนต์จึงเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมชมโรงงาน ‘Onitsuka Tiger’ พร้อมกับชักชวนให้มาเปิดตลาดในสหรัฐฯ โดยไนต์และบาวเวอร์แมน ได้ใช้ชื่อ ‘Blue Ribbon Sports’ หรือ BRS ในการสร้างแบรนด์ซึ่งมี ‘Onitsuka Tiger’ เป็นฐานการผลิต




แต่ด้วยความยังไม่พอใจและอยากให้ดีขึ้นไปอีก บาวเวอร์แมนจึงทำการผลิตพื้นรองเท้าแบบใหม่ ซึ่งในปี 1970 เขาให้ทดลองเทยางที่จะทำเป็นพื้นรองเท้าวิ่งลงในเครื่องอบขนมวาฟเฟิลของภรรยา เมื่อแกะออกมาพื้นจะเป็นปุ่มๆ ซึ่งเมื่อมาประกบเข้ากับรองเท้าแล้วทดลองใช้ในสนามปรากฏว่ามันเวิร์คมาก (ว่ากันว่าเป็นรากฐานในการสร้างพื้นรองเท้าวิ่งในปัจจุบัน)
เวลานั้นบาวเวอร์แมนเห็นช่องทางการทำตลาดทันทีจึงจัดตั้งบริษัทชื่อ Nike Inc. ขึ้นในปี 1971 และผลิตรองเท้าเจาะกลุ่มนักกรีฑาโดยเฉพาะออกสู่ตลาด (ต่อมา BRS Inc. แตกหักกับ Onitsuka Tiger และมาเข้ารวมกับ Nike ในปี 1981)

ทั้งหมดจึงเป็นคำตอบว่าทำไม Nike รุ่น 'Moon Shoe' จากปี 1972 จึงกลายเป็นเพชรยอดมงกุฎในการประมูลครั้งนี้






นอกจากนี้ยังมีรองเท้ารุ่นหายากของโลกอีกหลายคู่ โดยจะเปิดให้ประมูลออนไลน์ถึงวันที่ 23 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ใครสนใจลองเข้าไปดูที่ www.sothebys.com



NIKE MAG รุ่น BACK TO THE FUTURE ผลิตปี 2011, SIZE 11 ราคาประมูลระหว่าง 13,000 – 18,000 เหรียญสหรัฐฯ



NIKE MAG รุ่น BACK TO THE FUTURE ผลิตปี 2016, SIZE 11 ราคาประมูลระหว่าง 50,000 – 70,000 เหรียญสหรัฐฯ



JORDAN | TRAVIS SCOTT - JORDAN 4 “CACTUS JACK” F&F COLLECTION 45,000 – 60,000 เหรียญสหรัฐฯ

ที่มา : www.sothebys.com
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้