เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
ผู้ชาย
6 วิธีดูเเลผิวหน้าสำหรับผู้ชาย อย่าปล่อยให้หน้าหมองคล้ำจนสาว ๆทักเอาได้ นะจร้า "
ตอบ0 อ่าน82
Tansmallroom
22 กรกฎาคม 2019


อย่าปล่อยให้หน้าหมองคล้ำจนสาว ๆ ทักเอาได้ ผู้ชายยุคใหม่อย่างเรานั้นก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดูดีทั้งภายนอกภายในกันด้วย โดยเฉพาะใบหน้าที่จะเป็นจุดนำสายตาให้ผู้คนมองมาเป็นจุดแรกนั้น หากปล่อยให้ดูหมองคล้ำ มีร่องรอยจุดด่างดำก็คงจะดูไม่ดี แถมยังอาจจะทำให้คุณเองรู้สึกไม่มั่นใจอีกด้วย สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากดูแลผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสไร้จุดด่างดำล่ะก็ วันนี้เรามีเทคนิคมาบอกกันแล้ว

1. ต้องล้างหน้าให้สะอาด

หนุ่ม ๆ บางคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ แล้วใช้แค่น้ำเปล่าล้างหน้าหรือไม่ก็หยิบเอาสบู่สำหรับร่างกายมาใช้แน ซึ่งเราต้องขอบอกเลยว่าแบบนี้ไม่ไหวนะ เพราะสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เราต้องพบเจอนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นมลภาวะทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความมันของใบหน้า สิ่งสกปรกต่าง ๆ ควันจากรถยนต์ รวมไปถึงอันตรายอย่างฝุ่น PM 2.5 ของอันตรายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวหน้าของคุณดูหมองคล้ำไร้สง่าราศี ดังนั้นคุณจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีค่าความเป็นกรดเบสที่ใกล้เคียงกับผิวหน้ามากที่สุด จึงไม่ทำลายสมดุลของใบหน้าหรือทำให้หน้าแห้งจนเกินไป โดยคุณสามารถเลือกใช้เป็นสบู่เหลวล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้าต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพของใบหน้าคุณได้เลย ทั้งนี้เวลาล้างก็อย่าออกแรงให้มากจนเกินไป เน้นการนวดเบา ๆ ก็เพียงพอ ส่วนใครที่อยากได้ความสะอาดมากขึ้นก็ควรเสริมด้วยการใช้โทนเนอร์เช็ดหลังล้างหน้า ก็จะช่วยล้างสิ่งตกค้างบนใบหน้าได้หมดจดยิ่งขึ้น และยังทำให้การบำรุงหน้าในขั้นต่อไปของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

2. ใช้ครีมกันแดดทุกวัน

หนุ่ม ๆ หลายคนอาจจะละเลยข้อนี้ เพราะคิดว่าแค่ไปเรียนหรือไปทำงานในชีวิตประจำวันคงไม่ได้เจอแดดเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วสำหรับประเทศเมืองร้อนแบบบ้านเรานั้น ระดับความแรงของแสงแดดนั้นก็ถือว่ารุนแรงเข้าขั้นเลยทีเดียวครับ ดังนั้นทุกเช้าก่อนออกจากห้องก็ควรทาครีมกันแดดไว้ซักหน่อย โดยควรเลือกเนื้อของครีมกันแดดให้เข้ากับสภาพผิวหน้า โดยในปัจจุบันก็มีออกมาหลากหลายแบบทั้งที่เหมาะกับคนหน้าแห้ง หรือคนที่หน้ามันเป็นพิเศษก็มีแบบบางเบาซึมเข้าผิวได้ง่ายวางจำหน่าย โดยควรเลือกที่มี SPF 30 หรือ 50 ถึงจะเพียงพอสำหรับแสงแดดบ้านเรา นอกจากค่า SPF แล้ว ก็อย่าลืมดูเรื่องของค่า PA กันด้วย เพราะค่านี้จะบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเออันเป็นสาเหตุสำคัญของผิวแก่ก่อนวัย โดยยิ่งมีเครื่องหมายบวกหลายอันก็ยิ่งดี

3. บำรุงผิวหน้าให้เป็นกิจวัตร

แค่ทำความสะอาดและป้องกันแสงแดดและรังสียูวีก็ยังไม่เพียงพอ เพราะผิวหน้าของเราก็จะต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุ ยิ่งบวกกับการเจอมลภาวะ ความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือปัญหาสิวบนใบหน้า ก็จะยิ่งมีผลกระทบให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เจิ๋ม่ยวย่น หรือมีรอยแผล รอยด่างดำเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการบำรุงเพิ่มเติม อาจจะเอาแค่พื้น ๆ อย่างมอยเจอไรเซอร์เพื่อให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านก็ได้ ส่วนใครที่อยากให้ใบหน้ากระจ่างใสก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เช่น เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น ก็จะช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส จุดด่างดำลดลงได้ ส่วนใครที่ห่วงเรื่องริ้วรอยก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูโรนิค เอซิด เพื่อที่จะมาช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยต่าง ๆ ให้ดูตื้นขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมความแข็งแรงความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้าของคุณอีกด้วย

4. สครับผิวหน้า

เซลล์บริเวณผิวหน้านั้นก็ย่อมมีอายุขัยเช่นเดียวกัน การสครับผิวหน้าจึงเป็นตัวที่เข้ามาช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้ว ให้หลุดลอกออกไป กระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่ที่มีความแข็งแรงเจริญขึ้นมาแทน จึงทำให้ผิวหน้าของคุณดูขาวกระจ่างใส มีความนุ่มความเด้ง ดูมีชีวิตชีวามาขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า และเวลาทำการสครับนั้นก็ให้ทำด้วยความนุ่มนวลอย่าบ้าพลังมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ โดยการสครับหน้านั้นไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน อาจจะทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ โดยนอกจากจะเป็นการบำรุงผิวแล้ว ขณะที่ทำนั้นก็ยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

5. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ฟังดูนิยายไปนิด แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าสุขภาพผิวที่ดีนั้นนั้นมันต้องบำรุงมาจากข้างใน ซึ่งในทีนี้ก็หมายถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารบำรุงผิวได้อย่างครบถ้วนนั่นเอง โดยนอกจากอาหาร 5 หมู่แล้ว สิ่งที่ควรรับประทานเพิ่มขึ้น ก็ได้แก่ อาหารจำพวกผักผลไม้นั่นเอง โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ก็จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย กินแล้วก็จะทำให้ผิวแข็งแรงเต่งตึงขึ้น หรือกินผักที่มีวิตามินอีสูงก็จะมาช่วยในเรื่องของการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุสำคัญที่จะส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น

6. ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ไม่ว่าจะบำรุงด้วยครีมราคาแพงแค่ไหน แต่ถ้าสภาพร่างกายของคุณไม่สมบูรณ์ ก็คงจะเป็นไปได้ยากที่ผิวหน้าของคุณจะมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและฟื้นฟูได้เต็มที่ ซึ่งวิธีป้องกันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่คุณดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้เซลล์ผิวหน้าเต่งตึงไม่แห้งเจิ๋ม่ยวและยังช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วย ส่วนเรื่องการนอนหลับให้เพียงพอก็สำคัญเช่นกัน เพราะในช่วงที่เรานอนหลับนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้พักผ่อนและสามารถฟื้นฟูได้ดีที่สุด ทำให้ผิวหน้าของคุณผ่องใส และช่วยป้องกันเรื่องของผิวหนังห้อยย้อยหรือผิวหนังดำคล้ำเป็นแพนด้าที่บริเวณใต้ตาได้อีกด้วย

อ่าน ๆ ดูแล้ว 6 ข้อที่ว่านี้ก็ดูไม่ยากเท่าไหร่ ท่าทางคงไม่เกินความสามารถของหนุ่ม ๆ ชาวPepperทั้งหลายเป็นแน่ ใครที่คิดว่าดูยุ่งยากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะค่อย ๆ เริ่มทำไปทีละนิดแล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนข้อไปก็ได้ เพราะถ้าปฏิบัติตามนี้ได้ทั้งหมดล่ะก็ จะได้ผิวหน้าหล่อเนียนกระจ่างใสจนสาว ๆ ต้องหลงแน่นอน


Cr : Pepper
Tansmallroom หน้าตาดีขั้นสูงสุด กระทู้: 4852


อย่าปล่อยให้หน้าหมองคล้ำจนสาว ๆ ทักเอาได้ ผู้ชายยุคใหม่อย่างเรานั้นก็ต้องหมั่นดูแลตัวเองให้ดูดีทั้งภายนอกภายในกันด้วย โดยเฉพาะใบหน้าที่จะเป็นจุดนำสายตาให้ผู้คนมองมาเป็นจุดแรกนั้น หากปล่อยให้ดูหมองคล้ำ มีร่องรอยจุดด่างดำก็คงจะดูไม่ดี แถมยังอาจจะทำให้คุณเองรู้สึกไม่มั่นใจอีกด้วย สำหรับหนุ่ม ๆ ที่อยากดูแลผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสไร้จุดด่างดำล่ะก็ วันนี้เรามีเทคนิคมาบอกกันแล้ว

1. ต้องล้างหน้าให้สะอาด

หนุ่ม ๆ บางคนอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้ แล้วใช้แค่น้ำเปล่าล้างหน้าหรือไม่ก็หยิบเอาสบู่สำหรับร่างกายมาใช้แน ซึ่งเราต้องขอบอกเลยว่าแบบนี้ไม่ไหวนะ เพราะสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เราต้องพบเจอนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นมลภาวะทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความมันของใบหน้า สิ่งสกปรกต่าง ๆ ควันจากรถยนต์ รวมไปถึงอันตรายอย่างฝุ่น PM 2.5 ของอันตรายเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า และทำให้ผิวหน้าของคุณดูหมองคล้ำไร้สง่าราศี ดังนั้นคุณจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีค่าความเป็นกรดเบสที่ใกล้เคียงกับผิวหน้ามากที่สุด จึงไม่ทำลายสมดุลของใบหน้าหรือทำให้หน้าแห้งจนเกินไป โดยคุณสามารถเลือกใช้เป็นสบู่เหลวล้างหน้า หรือโฟมล้างหน้าต่าง ๆ ให้เหมาะกับสภาพของใบหน้าคุณได้เลย ทั้งนี้เวลาล้างก็อย่าออกแรงให้มากจนเกินไป เน้นการนวดเบา ๆ ก็เพียงพอ ส่วนใครที่อยากได้ความสะอาดมากขึ้นก็ควรเสริมด้วยการใช้โทนเนอร์เช็ดหลังล้างหน้า ก็จะช่วยล้างสิ่งตกค้างบนใบหน้าได้หมดจดยิ่งขึ้น และยังทำให้การบำรุงหน้าในขั้นต่อไปของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

2. ใช้ครีมกันแดดทุกวัน

หนุ่ม ๆ หลายคนอาจจะละเลยข้อนี้ เพราะคิดว่าแค่ไปเรียนหรือไปทำงานในชีวิตประจำวันคงไม่ได้เจอแดดเท่าไหร่ แต่จริง ๆ แล้วสำหรับประเทศเมืองร้อนแบบบ้านเรานั้น ระดับความแรงของแสงแดดนั้นก็ถือว่ารุนแรงเข้าขั้นเลยทีเดียวครับ ดังนั้นทุกเช้าก่อนออกจากห้องก็ควรทาครีมกันแดดไว้ซักหน่อย โดยควรเลือกเนื้อของครีมกันแดดให้เข้ากับสภาพผิวหน้า โดยในปัจจุบันก็มีออกมาหลากหลายแบบทั้งที่เหมาะกับคนหน้าแห้ง หรือคนที่หน้ามันเป็นพิเศษก็มีแบบบางเบาซึมเข้าผิวได้ง่ายวางจำหน่าย โดยควรเลือกที่มี SPF 30 หรือ 50 ถึงจะเพียงพอสำหรับแสงแดดบ้านเรา นอกจากค่า SPF แล้ว ก็อย่าลืมดูเรื่องของค่า PA กันด้วย เพราะค่านี้จะบอกถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเออันเป็นสาเหตุสำคัญของผิวแก่ก่อนวัย โดยยิ่งมีเครื่องหมายบวกหลายอันก็ยิ่งดี

3. บำรุงผิวหน้าให้เป็นกิจวัตร

แค่ทำความสะอาดและป้องกันแสงแดดและรังสียูวีก็ยังไม่เพียงพอ เพราะผิวหน้าของเราก็จะต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุ ยิ่งบวกกับการเจอมลภาวะ ความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือปัญหาสิวบนใบหน้า ก็จะยิ่งมีผลกระทบให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เจิ๋ม่ยวย่น หรือมีรอยแผล รอยด่างดำเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการบำรุงเพิ่มเติม อาจจะเอาแค่พื้น ๆ อย่างมอยเจอไรเซอร์เพื่อให้ใบหน้ามีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านก็ได้ ส่วนใครที่อยากให้ใบหน้ากระจ่างใสก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เช่น เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น ก็จะช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส จุดด่างดำลดลงได้ ส่วนใครที่ห่วงเรื่องริ้วรอยก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูโรนิค เอซิด เพื่อที่จะมาช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยต่าง ๆ ให้ดูตื้นขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมความแข็งแรงความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้าของคุณอีกด้วย

4. สครับผิวหน้า

เซลล์บริเวณผิวหน้านั้นก็ย่อมมีอายุขัยเช่นเดียวกัน การสครับผิวหน้าจึงเป็นตัวที่เข้ามาช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายไปแล้ว ให้หลุดลอกออกไป กระตุ้นให้เซลล์ผิวใหม่ที่มีความแข็งแรงเจริญขึ้นมาแทน จึงทำให้ผิวหน้าของคุณดูขาวกระจ่างใส มีความนุ่มความเด้ง ดูมีชีวิตชีวามาขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า และเวลาทำการสครับนั้นก็ให้ทำด้วยความนุ่มนวลอย่าบ้าพลังมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าเป็นรอยได้ โดยการสครับหน้านั้นไม่จำเป็นต้องทำทุกวัน อาจจะทำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ โดยนอกจากจะเป็นการบำรุงผิวแล้ว ขณะที่ทำนั้นก็ยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

5. ทานอาหารที่มีประโยชน์

ฟังดูนิยายไปนิด แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าสุขภาพผิวที่ดีนั้นนั้นมันต้องบำรุงมาจากข้างใน ซึ่งในทีนี้ก็หมายถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารบำรุงผิวได้อย่างครบถ้วนนั่นเอง โดยนอกจากอาหาร 5 หมู่แล้ว สิ่งที่ควรรับประทานเพิ่มขึ้น ก็ได้แก่ อาหารจำพวกผักผลไม้นั่นเอง โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ก็จะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย กินแล้วก็จะทำให้ผิวแข็งแรงเต่งตึงขึ้น หรือกินผักที่มีวิตามินอีสูงก็จะมาช่วยในเรื่องของการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุสำคัญที่จะส่งผลให้ผิวเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น

6. ดื่มน้ำเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

ไม่ว่าจะบำรุงด้วยครีมราคาแพงแค่ไหน แต่ถ้าสภาพร่างกายของคุณไม่สมบูรณ์ ก็คงจะเป็นไปได้ยากที่ผิวหน้าของคุณจะมีการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและฟื้นฟูได้เต็มที่ ซึ่งวิธีป้องกันก็ไม่ได้ยากอะไรเลย เพียงแค่คุณดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้เซลล์ผิวหน้าเต่งตึงไม่แห้งเจิ๋ม่ยวและยังช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วย ส่วนเรื่องการนอนหลับให้เพียงพอก็สำคัญเช่นกัน เพราะในช่วงที่เรานอนหลับนั้นก็จะเป็นช่วงเวลาที่ผิวจะได้พักผ่อนและสามารถฟื้นฟูได้ดีที่สุด ทำให้ผิวหน้าของคุณผ่องใส และช่วยป้องกันเรื่องของผิวหนังห้อยย้อยหรือผิวหนังดำคล้ำเป็นแพนด้าที่บริเวณใต้ตาได้อีกด้วย

อ่าน ๆ ดูแล้ว 6 ข้อที่ว่านี้ก็ดูไม่ยากเท่าไหร่ ท่าทางคงไม่เกินความสามารถของหนุ่ม ๆ ชาวPepperทั้งหลายเป็นแน่ ใครที่คิดว่าดูยุ่งยากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะค่อย ๆ เริ่มทำไปทีละนิดแล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวนข้อไปก็ได้ เพราะถ้าปฏิบัติตามนี้ได้ทั้งหมดล่ะก็ จะได้ผิวหน้าหล่อเนียนกระจ่างใสจนสาว ๆ ต้องหลงแน่นอน


Cr : Pepper
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้