เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเสริมจมูก
รีวิว ♡ ศัลยกรรมเกาหลี เปลี่ยนหน้าหมวยจืดให้เป็นหมวยแบ๊ว
ตอบ9 อ่าน302
Hello_Hanna
28 สิงหาคม 2019
ก่อนผ่าตัด

สวัสดีค่ะ เฟิร์สนะคะ~ วันนี้จะมาแชร์ความรู้สึกที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมนะคะ~
เดิมทีเป็นคนหน้าใหญ่มากค่ะ คือตัวเราเองก็เป็นคนอวบๆเนื้อแก้มเยอะอยู่แล้ว
บวกกับกระดูกหน้าโดยเฉพาะช่วงกรามคือบานใหญ่มากๆค่ะ
เวลาถ่ายรูปหน้าตรงๆก็จะหน้าบานมากกกก หรือด้านข้างที่เพื่อนชอบถ่ายตอนเราเผลอๆ ก็จะเห็นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเลยT^T

 


โดนแซวเรื่องหน้าบานหน้าเหลี่ยมมาเรื่อยๆเลย ยิ่งช่วงมหาลัยที่น้ำหนักลดลง คนทั่วไปก็จะสวยขึ้นเพราะเห็นกรอบหน้าชัดใช่มั้ยคะ
แต่กับเราแล้วไม่เลยค่ะ ยิ่งผอมลง ยิ่งเห็นหน้าที่เป็นเหลี่ยมชัดมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยกล้าจะไดเอทแบบสุดๆเท่าไร(ไม่ได้เอาเรื่องหน้าเหลี่ยมมาอ้างน๊า 555555)
เพราะถ้าเรามีแก้มมันก็จะยังดูหน้ากลมๆในบางมุมค่ะ แต่เอาจริง ถ้าถ่ายหน้าตรงยังไงก็จบค่ะ ทีวีดีๆนี่เอง TTTTwTTTT

 


นอกจากรูปหน้าที่ค่อนข้างบานใหญ่เหลี่ยมแล้ว ด้วยความที่ตัวเองหน้าหมวยมากๆๆ ตาชั้นเดียว และเรียวแหลม
ตาจึงไร้อารมณ์แบบสุดๆ หลายๆคนก็ทักว่าตาค่อนข้างดุ ตานี่เป็นส่วนที่ทำให้เราดูเป็นคนหน้าบึ้งตึง ดูไม่เป็นมิตร หน้าไม่รับแขกเอาซะเลย เพราะแบบนี้ค่ะก็เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นซะเลย

 


นอกจากกระดูกหน้า , ตา ก็ยังมีจมูกอีกค่ะ 55555 จมูกของเราที่มีแค่รูไว้หายใจจริงๆ ไม่มีสันดั้งขึ้นมาเลย
แล้วก็เป็นคนที่จมูกสั้น เนื้อเยอะ จมูกบาน -*- แต่ช่วงปลายจมูกยังเชิดๆบ้าง เวลาถ่ายรูปเลยยังแอ๊บว่ามีดั้ง(ทั้งที่ความจริงคือที่ราบเรียบแบนมากๆ T^T)

 


เอาจริงตัวเราเองตัดสินใจลังเลไปมาอยู่นานมากๆนะคะกว่าจะตัดสินใจทำศัลยกรรม
บอกเลยว่าลึกๆเป็นคนขี้กลัวมากกกกกกกกกกกกกค่ะ
กลัวเจ็บ กลัวเป็นแผลเป็น กลัวอักเสบ กลัวสารพัดจะกลัว
ทั้งชีวิตไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลยค่ะ นอกจากBotoxกราม ซึ่งไม่ตอบโจทย์มากๆเลย เพราะหน้ามันใหญ่จากกระดูก :(

แต่ด้วยความที่ก็ศึกษาหาข้อมูลบ้าง และยิ่งเห็นหลายๆเคสที่ทำมาแล้วก็มีแต่สวยขึ้นๆกันทุกคน
ก็เลยเลือกทำศัลยกรรมในที่สุดค่ะ ^w^

ซึ่งเฟิร์สเข้ารับการผ่าตัดกับรพ. บาโนบากิ ประเทศเกาหลีค่ะ!
เดี๋ยวจะมาอัพเดทหลังจากปรึกษาคุณหมอและรีวิวหลังผ่าตัดในตอนต่อๆไปนะคะ

มาลุ้นหน้าใหม่ของเฟิร์สกันค่า >_<
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
ก่อนผ่าตัด

สวัสดีค่ะ เฟิร์สนะคะ~ วันนี้จะมาแชร์ความรู้สึกที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมนะคะ~
เดิมทีเป็นคนหน้าใหญ่มากค่ะ คือตัวเราเองก็เป็นคนอวบๆเนื้อแก้มเยอะอยู่แล้ว
บวกกับกระดูกหน้าโดยเฉพาะช่วงกรามคือบานใหญ่มากๆค่ะ
เวลาถ่ายรูปหน้าตรงๆก็จะหน้าบานมากกกก หรือด้านข้างที่เพื่อนชอบถ่ายตอนเราเผลอๆ ก็จะเห็นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเลยT^T

 


โดนแซวเรื่องหน้าบานหน้าเหลี่ยมมาเรื่อยๆเลย ยิ่งช่วงมหาลัยที่น้ำหนักลดลง คนทั่วไปก็จะสวยขึ้นเพราะเห็นกรอบหน้าชัดใช่มั้ยคะ
แต่กับเราแล้วไม่เลยค่ะ ยิ่งผอมลง ยิ่งเห็นหน้าที่เป็นเหลี่ยมชัดมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยกล้าจะไดเอทแบบสุดๆเท่าไร(ไม่ได้เอาเรื่องหน้าเหลี่ยมมาอ้างน๊า 555555)
เพราะถ้าเรามีแก้มมันก็จะยังดูหน้ากลมๆในบางมุมค่ะ แต่เอาจริง ถ้าถ่ายหน้าตรงยังไงก็จบค่ะ ทีวีดีๆนี่เอง TTTTwTTTT

 


นอกจากรูปหน้าที่ค่อนข้างบานใหญ่เหลี่ยมแล้ว ด้วยความที่ตัวเองหน้าหมวยมากๆๆ ตาชั้นเดียว และเรียวแหลม
ตาจึงไร้อารมณ์แบบสุดๆ หลายๆคนก็ทักว่าตาค่อนข้างดุ ตานี่เป็นส่วนที่ทำให้เราดูเป็นคนหน้าบึ้งตึง ดูไม่เป็นมิตร หน้าไม่รับแขกเอาซะเลย เพราะแบบนี้ค่ะก็เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นซะเลย

 


นอกจากกระดูกหน้า , ตา ก็ยังมีจมูกอีกค่ะ 55555 จมูกของเราที่มีแค่รูไว้หายใจจริงๆ ไม่มีสันดั้งขึ้นมาเลย
แล้วก็เป็นคนที่จมูกสั้น เนื้อเยอะ จมูกบาน -*- แต่ช่วงปลายจมูกยังเชิดๆบ้าง เวลาถ่ายรูปเลยยังแอ๊บว่ามีดั้ง(ทั้งที่ความจริงคือที่ราบเรียบแบนมากๆ T^T)

 


เอาจริงตัวเราเองตัดสินใจลังเลไปมาอยู่นานมากๆนะคะกว่าจะตัดสินใจทำศัลยกรรม
บอกเลยว่าลึกๆเป็นคนขี้กลัวมากกกกกกกกกกกกกค่ะ
กลัวเจ็บ กลัวเป็นแผลเป็น กลัวอักเสบ กลัวสารพัดจะกลัว
ทั้งชีวิตไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลยค่ะ นอกจากBotoxกราม ซึ่งไม่ตอบโจทย์มากๆเลย เพราะหน้ามันใหญ่จากกระดูก :(

แต่ด้วยความที่ก็ศึกษาหาข้อมูลบ้าง และยิ่งเห็นหลายๆเคสที่ทำมาแล้วก็มีแต่สวยขึ้นๆกันทุกคน
ก็เลยเลือกทำศัลยกรรมในที่สุดค่ะ ^w^

ซึ่งเฟิร์สเข้ารับการผ่าตัดกับรพ. บาโนบากิ ประเทศเกาหลีค่ะ!
เดี๋ยวจะมาอัพเดทหลังจากปรึกษาคุณหมอและรีวิวหลังผ่าตัดในตอนต่อๆไปนะคะ

มาลุ้นหน้าใหม่ของเฟิร์สกันค่า >_<
Hello_Hanna
04 กันยายน 2019
วันผ่าตัด

มาค่ะ วันนี้ที่รอคอยมาเนิ่นนาน  >w<

 


ก็ตื่นเต้นๆพอควรนะเอาจริง ในท้องก็โหวงเหวง(ก็งดน้ำงดอาหารมา 8 ชม. ก็จะหวิวๆแบบเนี้ยะล่ะ -*-)
มาถึงรพ.ก็อย่าลืมแจ้งชื่อที่เดสก์ชั้น 1 นะคะ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ชั้น 1 จะได้วอร์ประสานงานแจ้งล่าม/เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสเราค่า

พอเสร็จ เราก็ถูกพาไปเจาะเลือด และก็ขึ้นไปยังชั้น 5 ทำการเปลี่ยนชุด
ก็จะมีชุดคลุมสีชมพู กางเกงในกระดาษ รองเท้าแตะ ถุงพลาสติกเอาไว้ใส่พวกรองเท้า และกระเป๋าดำเพื่อใส่ของทั้งหมดรวมกันอีกที

 

(กำลังใจเพียบ xD)

เอาจริงอารมณืตอนเปลี่ยนชุดเสร็จนี่แบบ บรรยายไม่ถูกเลย ตื่นเต้น+กังวล+กลัว สารพัดเลยค่ะ
แต่มันก็จะผ่าแล้วนิ ได้แต่คิดถึงรีวิวคนสวยๆเพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นลง 55

ก่อนผ่าตัด ก็จะได้ปรึกษากับคุณหมออีกครั้ง ได้ทำการถ่าย X-ray และ CT Scan(สำหรับเคสผ่าตัดโครงหน้านะจ๊ะ)

เราผ่าตัดกับคุณหมอปาร์คชินกีค่า คุณหมอปาร์คเป็นกันเองมากๆ คุณหมอท่านจะถามสไตล์แบบที่เราชอบก่อนค่า
เราก็เอารูปที่เตรียมมาโชว์เลย พอโชว์รูปสไตล์ที่อยากจะได้เท่านั้นล่ะ ภายในห้องถึงกับเงียบ 55555
คุณหมอน่าจะกดดันน่าดู แต่คุณหมอก็บอกจะทำออกมาอย่างสุดฝีมือและเต็มที่ที่สุด >3<

ส่วนของตา คุณหมอปาร์คเลือกวิธีปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด + เปิดหัวตาให้เราค่า
ที่ต้องเปิดหัวตาด้วยเพราะหัวตาเรามันกลมๆแคบๆ มองดดูแล้วแลดูอึดอัดๆนะคะความเห็นเรา

ส่วนของจมูก ก็ใช้หลายเทคนิคเลย แน่ๆใช้ซิลิโคนตัวไอ+กระดูกอ่อนหลังหู(ของเราคุณหมอเลือกใช้หูข้างขวา)+ลดปีด+ยกปลายจมูกให้สูงขึ้น+ดึงปลายจมูกให้ลงมาเพื่อลดการเห็นรูจมูก+เหลาฐาน

ส่วนของปรับรูปหน้า ก็ครบเซทเลยค่า ลดโหนกแก้ม+เหลากราม+ดึงกระดูกคางออกมา แต่ส่วนของช่วงโหนกแก้มความจริงคุณหมอก็ไม่ถึงกับไม่แนะนำ แต่คุณหมอปาร์คท่านก็อธิบายก่อนว่า
ด้วยความที่ตัวเราช่วงหน้าผาก ขมับค่อนข้างกว้าง ดังนั้นตรงโหนกแก้มก็อาจลดไม่ได้เยอะ ไม่งั้นจะดูไม่รับกันค่ะ ผลออกมาอาจจะไม่เห็นว่าโหนกแก้มเล็กลงเท่าไร แต่เราก็ทำค่ะ ทำทั้ง 3 จุดค่ะคุณหมอ~~

 


หลังจากปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปนั่งพักที่โซฟาตรงชั้น 5 แปปนึงแล้วก็ไปยังชั้น 4 เพื่อทำการเมคโอเวอร์ค่าา

 ♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

คืนหลังผ่าตัด

จำได้ว่าตื่นเองนะ ไม่มีคนปลุก ป้าพยาบาลแค่หันมาอ้าวตื่นละหรอ เราก็มองแบบงงๆ ถามป้าพยาบาลว่ากี่โมงแล้วคะ ตอนนั้นเข้าใจผิดคิดว่า9โมงเช้า(ความจริงสามทุ่ม555) ก็นึกว่าอ้าวยังไม่ผ่าโครงหน้ากับจมูกหรอ พอเสร็จป้าพาไปแอดมิทชั้น6 ก็งงอ้าวเรายังไม่ผ่าจมูกโครงหน้ารึเปล่านะ แต่เอ๊ะเลือดกำเดาไหล(ตอนนั้นไม่มองกระจกเลย) ป้าพยาบาลใจดีนะ บอกว่าการผ่าตัดออกมาดี แต่เราก็มีไข้หน่อยๆเพราะคุณไม่สบายอยู่ ป้าพาไปเข้าห้องน้ำ ปิดแอร์ที่ห้องให้เพราะรู้ว่าเราหนาว รักป้ามากค่ะ ซารังเฮ

และตี1ล่ามพี่กิ้บก็มาดู ตอนนั้นพี่กิ้บนึกว่าเราหลับ ความจริงนี่ไม่หลับเลย (หลับไม่ลง ระบมและอึดอัด แต่ตอนนั้นยังสับสนว่าผ่าจมูกกับรูปหน้ายัง)55555 พี่กิ้บก็อยู่ดูนานพอควรเลย ขอบคุณพี่กิ้บมากๆ ฮืออออออ ช่วยเทนมและอธิบายสิ่งที่ควรทำหลังผ่าเช่นว่าให้บ้วนปากจนกว่าจะไม่เห็นเลือด และก็กินนม กินละก็ต้องบ้วนปาก และก็พยายามบ้วนปากทุกชม. ก็จะเห็นจากในภาพสิ่งที่พยาบาลเอามาให้คือมี นม,น้ำยาบ้วนปากขวดฝาเขียว(บ้วนแล้วต้องบ้วนน้ำเปล่านะ ไม่งั้นฟันเหลืองเดออ)และแก้วกระดาษยังต้องบีบให้มันแหลมๆ เพราะเราอ้าปากแทบไม่ได้เลย

 


และเราก็นอนๆลุกๆมาบ้วนปาก และลุกไปเข้าห้องน้ำเองตลอดคืน
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
วันผ่าตัด

มาค่ะ วันนี้ที่รอคอยมาเนิ่นนาน  >w<

 


ก็ตื่นเต้นๆพอควรนะเอาจริง ในท้องก็โหวงเหวง(ก็งดน้ำงดอาหารมา 8 ชม. ก็จะหวิวๆแบบเนี้ยะล่ะ -*-)
มาถึงรพ.ก็อย่าลืมแจ้งชื่อที่เดสก์ชั้น 1 นะคะ เพื่อที่เจ้าหน้าที่ชั้น 1 จะได้วอร์ประสานงานแจ้งล่าม/เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสเราค่า

พอเสร็จ เราก็ถูกพาไปเจาะเลือด และก็ขึ้นไปยังชั้น 5 ทำการเปลี่ยนชุด
ก็จะมีชุดคลุมสีชมพู กางเกงในกระดาษ รองเท้าแตะ ถุงพลาสติกเอาไว้ใส่พวกรองเท้า และกระเป๋าดำเพื่อใส่ของทั้งหมดรวมกันอีกที

 

(กำลังใจเพียบ xD)

เอาจริงอารมณืตอนเปลี่ยนชุดเสร็จนี่แบบ บรรยายไม่ถูกเลย ตื่นเต้น+กังวล+กลัว สารพัดเลยค่ะ
แต่มันก็จะผ่าแล้วนิ ได้แต่คิดถึงรีวิวคนสวยๆเพื่อทำให้ตัวเองใจเย็นลง 55

ก่อนผ่าตัด ก็จะได้ปรึกษากับคุณหมออีกครั้ง ได้ทำการถ่าย X-ray และ CT Scan(สำหรับเคสผ่าตัดโครงหน้านะจ๊ะ)

เราผ่าตัดกับคุณหมอปาร์คชินกีค่า คุณหมอปาร์คเป็นกันเองมากๆ คุณหมอท่านจะถามสไตล์แบบที่เราชอบก่อนค่า
เราก็เอารูปที่เตรียมมาโชว์เลย พอโชว์รูปสไตล์ที่อยากจะได้เท่านั้นล่ะ ภายในห้องถึงกับเงียบ 55555
คุณหมอน่าจะกดดันน่าดู แต่คุณหมอก็บอกจะทำออกมาอย่างสุดฝีมือและเต็มที่ที่สุด >3<

ส่วนของตา คุณหมอปาร์คเลือกวิธีปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด + เปิดหัวตาให้เราค่า
ที่ต้องเปิดหัวตาด้วยเพราะหัวตาเรามันกลมๆแคบๆ มองดดูแล้วแลดูอึดอัดๆนะคะความเห็นเรา

ส่วนของจมูก ก็ใช้หลายเทคนิคเลย แน่ๆใช้ซิลิโคนตัวไอ+กระดูกอ่อนหลังหู(ของเราคุณหมอเลือกใช้หูข้างขวา)+ลดปีด+ยกปลายจมูกให้สูงขึ้น+ดึงปลายจมูกให้ลงมาเพื่อลดการเห็นรูจมูก+เหลาฐาน

ส่วนของปรับรูปหน้า ก็ครบเซทเลยค่า ลดโหนกแก้ม+เหลากราม+ดึงกระดูกคางออกมา แต่ส่วนของช่วงโหนกแก้มความจริงคุณหมอก็ไม่ถึงกับไม่แนะนำ แต่คุณหมอปาร์คท่านก็อธิบายก่อนว่า
ด้วยความที่ตัวเราช่วงหน้าผาก ขมับค่อนข้างกว้าง ดังนั้นตรงโหนกแก้มก็อาจลดไม่ได้เยอะ ไม่งั้นจะดูไม่รับกันค่ะ ผลออกมาอาจจะไม่เห็นว่าโหนกแก้มเล็กลงเท่าไร แต่เราก็ทำค่ะ ทำทั้ง 3 จุดค่ะคุณหมอ~~

 


หลังจากปรึกษาเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปนั่งพักที่โซฟาตรงชั้น 5 แปปนึงแล้วก็ไปยังชั้น 4 เพื่อทำการเมคโอเวอร์ค่าา

 ♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

คืนหลังผ่าตัด

จำได้ว่าตื่นเองนะ ไม่มีคนปลุก ป้าพยาบาลแค่หันมาอ้าวตื่นละหรอ เราก็มองแบบงงๆ ถามป้าพยาบาลว่ากี่โมงแล้วคะ ตอนนั้นเข้าใจผิดคิดว่า9โมงเช้า(ความจริงสามทุ่ม555) ก็นึกว่าอ้าวยังไม่ผ่าโครงหน้ากับจมูกหรอ พอเสร็จป้าพาไปแอดมิทชั้น6 ก็งงอ้าวเรายังไม่ผ่าจมูกโครงหน้ารึเปล่านะ แต่เอ๊ะเลือดกำเดาไหล(ตอนนั้นไม่มองกระจกเลย) ป้าพยาบาลใจดีนะ บอกว่าการผ่าตัดออกมาดี แต่เราก็มีไข้หน่อยๆเพราะคุณไม่สบายอยู่ ป้าพาไปเข้าห้องน้ำ ปิดแอร์ที่ห้องให้เพราะรู้ว่าเราหนาว รักป้ามากค่ะ ซารังเฮ

และตี1ล่ามพี่กิ้บก็มาดู ตอนนั้นพี่กิ้บนึกว่าเราหลับ ความจริงนี่ไม่หลับเลย (หลับไม่ลง ระบมและอึดอัด แต่ตอนนั้นยังสับสนว่าผ่าจมูกกับรูปหน้ายัง)55555 พี่กิ้บก็อยู่ดูนานพอควรเลย ขอบคุณพี่กิ้บมากๆ ฮืออออออ ช่วยเทนมและอธิบายสิ่งที่ควรทำหลังผ่าเช่นว่าให้บ้วนปากจนกว่าจะไม่เห็นเลือด และก็กินนม กินละก็ต้องบ้วนปาก และก็พยายามบ้วนปากทุกชม. ก็จะเห็นจากในภาพสิ่งที่พยาบาลเอามาให้คือมี นม,น้ำยาบ้วนปากขวดฝาเขียว(บ้วนแล้วต้องบ้วนน้ำเปล่านะ ไม่งั้นฟันเหลืองเดออ)และแก้วกระดาษยังต้องบีบให้มันแหลมๆ เพราะเราอ้าปากแทบไม่ได้เลย

 


และเราก็นอนๆลุกๆมาบ้วนปาก และลุกไปเข้าห้องน้ำเองตลอดคืน
Hello_Hanna
10 กันยายน 2019
วันที่1
ตอนเช้าพยาบาลมาทำความสะอาดให้ รู้สึกว่ามีตัดเทปหน้าจมูกไปด้วยนะ และคลีนแผลให้ทุกส่วน และก็โปะไอซ์แพคให้เพราะเราบวมมาก พอเสร็จหมอปาร์คชินกีก็มาเช็คแปปนึง หมอมาคุยๆกับพยาบาลไม่ถึง 2 นาที(ฟังไม่ค่อยออก ฮืออ แต่ได้ยินพยาบาลบอกงั้นให้ออกจากรพ.ได้เลยนะคะ ไม่มีปัญหาไร ปกติดี แค่นั้นล่ะ) แล้วล่ามก็มาหา ล่ามช่วยอธิบายว่าต้องทำอะไรบ้างหลังจากออกจากรพ.แล้ว และพยาบาลก็เอาสายเดรนเลือดออกให้(เอาจริงๆไม่เจบเวอร์แบบคนอื่นบอกเลยนะ ทนได้อะ อะไรเจ็บสุดนี่ว่าตอนคลีนแผลหลังหูมากกว่า พยาบาลเช็ตเยอะเพราะคราบเลือดน่าจะเยอะ)

หลังจากเอาสายเดรนออกต้องงดน้ำ อาหารอีก6ชม.นาจา ห้ามบ้วนปากด้วย เมื่อคืนหลังออกจากห้องผ่าล่ามแนะนำว่าให้กินนมรอก่อนพยาบาลจะมาตอนเช้าเลย ไม่งั้นหลังจากเอาสายเดรนเลือดออกจะหิวมากๆ (หิวจริง แต่กินไม่ได้)


 



ความรู้สึก ณ วันนี้คือเจ็บทุกแผล ระบม แต่เดินไหวนะ เดินได้แต่ค่อยๆเดิน เดินเร็วๆแบบปกติยังไม่ได้ เลือดกำเดายังไหลบ้างประปราย แต่ล่ามบอกว่าเป็นอาการปกติ จะไหลช่วงแรกๆแต่เดี๋ยวจะค่อยๆหายเอง และก็รู้สึกง่วงนอนมากๆ แต่นอนไม่ลง เพราะระบมแผล

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่2

วันนี้ก็บวมมากกกกกก และมีไข้หน่อยๆ แต่ก็ถือเป็นอาการปกติ ก็ประคบเย็นเยอะๆ กับปั่นจมูก บ้วนปากตลอดวัน แทบจะทุกชั่วโมง คอแห้ง มีเสมหะปนเลือดออกมา พยายามกินน้ำอุ่น น้ำธรรมดาเอา และบ้วนปากทุกครั้งที่กินน้ำ กินยา เริ่มเดินออกจากห้องบ้าง แต่เดินแปปๆเหนื่อย ก็นั่งพักประคบเย็นสลับเอา วันนี้เลือดกำเดาไม่ไหลเท่าวันแรกแล้ว แต่ก็ยังมีไหลอยู่นะ และค่อนข้างเจ็บแผลแถวจมูก วันนี้ก็ต้องแกะเทปผ้าตรงคางออกเอง แกะออกง่ายมากเวอร์ ไม่เจ็บ ไม่แกะยากเหมือนที่คนอื่นเค้าว่ากัน แต่กาวจากเทปผ้ายังเหลืออยู่ ล้างยากมากจริงๆ และก็กินแต่นมทั้งวัน ยังไม่กล้ากินอะไรที่แบบต้องเคี้ยวหรือใช้เหงือกดุนๆ

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่3

วันนี้เลือดกำเดาแทบไม่ไหลแล้ว แต่ปั่นจมูก บ้วนปากบ่อยมากกก และก็ประคบเย็นตลอดวันสลับกับเดิน แต่เดินแล้วเหนื่อยง่ายหน่อย เพราะกินแต่แค่นมไป แต่วันนี้เย็นๆเลยลองกินคุ้กกี้แบบนิ่ม2ชิ้น แล้วลองแปรงฟันเอา ใช้แปรงสีฟันของเด็กจุ่มน้ำยาบ้วนปาก ก็พอแปรงไหวอยู่(กลัวปากเน่า พยายามง้างปาก) แต่ตรงตาช้ำหนักมาก ม่วงเป็นที่คาดตาแบบแบทแมน5555 ㅠㅠ ตาขาวจะช้ำ กลายเป็นสีแดงๆ (แต่เป็นเรื่องปกตินะ) คอนดิชั่นร่างกายโดยรวมดีขึ้นนิดนึง แต่ก็ยังอึดอัดกับการหายใจมากๆ การมองก็ลำบากนะเพราะระบม เจ็บหน่วงๆตรงที่เปิดหัวตา แต่ตรงหน้าผากเทียบกะวันที่1แทบไม่บวมแล้ว(ไปไล่ดูคลิปที่ถ่ายไว้ วันที่1คือเห็นหน้าผากตัวเองบวมเหมือนฉีดฟิลเลอร์เลย55) แต่ตอนนี้มาบวมออกตรงวีไลน์และเหนียงแทน เศร้า และสังเกตเห็นมีรอยช้ำถึงตรงกลางคอ (ล่ามบอกว่าความช้ำมันจะไหลลงข้างล่างเรื่อยๆนะ) แต่เดี๋ยวคงดีขึ้น ตอนนี้ผิวหน้าแห้งมากๆ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

 


และก็ตอนเย็นไปสระผมที่ร้านสระผมแถวรพ.ได้แล้ว สบายหัว~
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
วันที่1
ตอนเช้าพยาบาลมาทำความสะอาดให้ รู้สึกว่ามีตัดเทปหน้าจมูกไปด้วยนะ และคลีนแผลให้ทุกส่วน และก็โปะไอซ์แพคให้เพราะเราบวมมาก พอเสร็จหมอปาร์คชินกีก็มาเช็คแปปนึง หมอมาคุยๆกับพยาบาลไม่ถึง 2 นาที(ฟังไม่ค่อยออก ฮืออ แต่ได้ยินพยาบาลบอกงั้นให้ออกจากรพ.ได้เลยนะคะ ไม่มีปัญหาไร ปกติดี แค่นั้นล่ะ) แล้วล่ามก็มาหา ล่ามช่วยอธิบายว่าต้องทำอะไรบ้างหลังจากออกจากรพ.แล้ว และพยาบาลก็เอาสายเดรนเลือดออกให้(เอาจริงๆไม่เจบเวอร์แบบคนอื่นบอกเลยนะ ทนได้อะ อะไรเจ็บสุดนี่ว่าตอนคลีนแผลหลังหูมากกว่า พยาบาลเช็ตเยอะเพราะคราบเลือดน่าจะเยอะ)

หลังจากเอาสายเดรนออกต้องงดน้ำ อาหารอีก6ชม.นาจา ห้ามบ้วนปากด้วย เมื่อคืนหลังออกจากห้องผ่าล่ามแนะนำว่าให้กินนมรอก่อนพยาบาลจะมาตอนเช้าเลย ไม่งั้นหลังจากเอาสายเดรนเลือดออกจะหิวมากๆ (หิวจริง แต่กินไม่ได้)


 



ความรู้สึก ณ วันนี้คือเจ็บทุกแผล ระบม แต่เดินไหวนะ เดินได้แต่ค่อยๆเดิน เดินเร็วๆแบบปกติยังไม่ได้ เลือดกำเดายังไหลบ้างประปราย แต่ล่ามบอกว่าเป็นอาการปกติ จะไหลช่วงแรกๆแต่เดี๋ยวจะค่อยๆหายเอง และก็รู้สึกง่วงนอนมากๆ แต่นอนไม่ลง เพราะระบมแผล

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่2

วันนี้ก็บวมมากกกกกก และมีไข้หน่อยๆ แต่ก็ถือเป็นอาการปกติ ก็ประคบเย็นเยอะๆ กับปั่นจมูก บ้วนปากตลอดวัน แทบจะทุกชั่วโมง คอแห้ง มีเสมหะปนเลือดออกมา พยายามกินน้ำอุ่น น้ำธรรมดาเอา และบ้วนปากทุกครั้งที่กินน้ำ กินยา เริ่มเดินออกจากห้องบ้าง แต่เดินแปปๆเหนื่อย ก็นั่งพักประคบเย็นสลับเอา วันนี้เลือดกำเดาไม่ไหลเท่าวันแรกแล้ว แต่ก็ยังมีไหลอยู่นะ และค่อนข้างเจ็บแผลแถวจมูก วันนี้ก็ต้องแกะเทปผ้าตรงคางออกเอง แกะออกง่ายมากเวอร์ ไม่เจ็บ ไม่แกะยากเหมือนที่คนอื่นเค้าว่ากัน แต่กาวจากเทปผ้ายังเหลืออยู่ ล้างยากมากจริงๆ และก็กินแต่นมทั้งวัน ยังไม่กล้ากินอะไรที่แบบต้องเคี้ยวหรือใช้เหงือกดุนๆ

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่3

วันนี้เลือดกำเดาแทบไม่ไหลแล้ว แต่ปั่นจมูก บ้วนปากบ่อยมากกก และก็ประคบเย็นตลอดวันสลับกับเดิน แต่เดินแล้วเหนื่อยง่ายหน่อย เพราะกินแต่แค่นมไป แต่วันนี้เย็นๆเลยลองกินคุ้กกี้แบบนิ่ม2ชิ้น แล้วลองแปรงฟันเอา ใช้แปรงสีฟันของเด็กจุ่มน้ำยาบ้วนปาก ก็พอแปรงไหวอยู่(กลัวปากเน่า พยายามง้างปาก) แต่ตรงตาช้ำหนักมาก ม่วงเป็นที่คาดตาแบบแบทแมน5555 ㅠㅠ ตาขาวจะช้ำ กลายเป็นสีแดงๆ (แต่เป็นเรื่องปกตินะ) คอนดิชั่นร่างกายโดยรวมดีขึ้นนิดนึง แต่ก็ยังอึดอัดกับการหายใจมากๆ การมองก็ลำบากนะเพราะระบม เจ็บหน่วงๆตรงที่เปิดหัวตา แต่ตรงหน้าผากเทียบกะวันที่1แทบไม่บวมแล้ว(ไปไล่ดูคลิปที่ถ่ายไว้ วันที่1คือเห็นหน้าผากตัวเองบวมเหมือนฉีดฟิลเลอร์เลย55) แต่ตอนนี้มาบวมออกตรงวีไลน์และเหนียงแทน เศร้า และสังเกตเห็นมีรอยช้ำถึงตรงกลางคอ (ล่ามบอกว่าความช้ำมันจะไหลลงข้างล่างเรื่อยๆนะ) แต่เดี๋ยวคงดีขึ้น ตอนนี้ผิวหน้าแห้งมากๆ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ

 


และก็ตอนเย็นไปสระผมที่ร้านสระผมแถวรพ.ได้แล้ว สบายหัว~
Hello_Hanna
18 กันยายน 2019
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 4

วันนี้ตอนตื่นมารู้สึกช่องปากบวม แน่นช่องปากมาก ก็รีบกินยาและก็โอเคขึ้น ส่วนเลือดกำเดาไม่ค่อยไหลแล้ว แต่ตอนแคะจมูกยังมีไหลบ้าง วันนี้เริ่มกินอาหารอ่อนๆ กินโจ้กไก่ฉีก เต้าหู้ กินแบบกลืนและใช้เหงือกดุนๆเอาเท่านั้น กินเสร็จแล้วรีบแปรงฟันบ้วนปาก(เพื่อความสะอาด)  แล้วก็ประคบเย็น

 


(ในรูปเป็นเต้าหู้ กินง่ายนิ่มๆดีจ้า)

วันนี้สระผมเอง ก็พอไหวอยู่ แต่ตอนเงยหน้า ตรงช่วงสันกรามก็แอบเมื่อยๆยากที่จะเงย ตลอดวันก็บ้วนปากกับปั่นจมูกเรื่อยๆไม่ชัวร์ว่าทำทุกชม.มั้ย แต่ทำเรื่อยๆเลย จมูกนี่ปั่นแบบใช้คัตตอนบัตวันละห่อเลยเพราะน้ำมูกไหลเยอะมาก หัวค่ำก็เดินๆในที่พัก และก็ประคบเย็นสลับไปมาค่ะ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่5

รู้สึกโอเคมากขึ้น  วันนี้ค่อนข้างไอ และเสมหะมีเลือดออกมาบ่อยกว่าวันที่ผ่านมา(น่าจะเป็นเลือดที่ตกค้าง) ตอนเช้ากินโจ้กกับเต้าหู้ไปเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้เริ่มอ้าปากได้เยอะขึ้น แก้วกระดาษที่ใช้ไม่ต้องบีบให้เป็นแหลมๆแล้ว และก็ประคบเย็นเรื่อยๆตลอดวันเลยนะ บ้วนปากเรื่อยๆ ปั่นจมูกเรื่อยๆ เพราะน้ำมูกเยอะ แต่คิดว่าช่วงแก้มตรงกรามหายบวมเยอะกว่าเมื่อวานแบบสังเกตได้นะ แต่ตรงเหนียงยังบวมมากอยู่ หรืออ้วนเพราะเป็นทุนเดิมก็ไม่รู้ T^T  ช่วงบริเวณคอที่บวมพอจับๆลูบๆไป ก็รู้สึกว่ามันแข็งๆตึงๆอยู่นะ

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 6

วันนี้ได้มาทำนวดหน้าที่รพ.แล้ววว ทำเพื่อเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก รู้สึกสะอาดหน้าสักที หลังจากปล่อยเละเน่าเหนียวมานาน เสร็จแล้วล่ามก็พาไปอบออกซิเจน การอบออกซิเจนนี่ตอนแรกคิดว่าชิลๆ เพราะเค้าบอกเล่นมือถือได้นะระหว่างทำ แต่เอาเข้าจริงหูอื้อมากกว่าที่คิด อื้อแบบช่วง2-3นาทีแรกแทบจะกดปุ่มเหลืองไม่ไหวอะ(ในตู้จะมีปุ่มเหลืองอยุ่ข้างซ้ายเรา ถ้าไม่ไหวกดปุ่มเอา) แต่พอผ่านไปเกือบ10นาทีก็ชิน โอเคขึ้น

แล้วก็ไปตัดไหมที่หัวตา ตัดไหมที่เป็นปมจุดนึงตรงท้ายบริเวณหนังตา ตัดไหมหน้าจมูก ตัดไหมตรงไรผมที่ทำโหนกแก้ม พยาบาลบอกให้แคะจมูกให้สะอาดกว่านี้นะ แล้วก็คลีนแผลให้ทั้งหมด กับเอาเฝือกที่จมูกออกให้ และก็ทำตัวบล็อคจมูกให้(ใส่เฉพาะตอนนอนกับตอนที่อยู่กับคนเยอะๆและกังวลว่าคนจะมาชนหน้าโดนจมูกเรา) พยาบาลที่ตัดไหมทำแผลให้ชื่อจียอง น่ารักดี เค้าบอกก่อนว่าตัดไหมหัวตาจะเจ็บหน่อย ไม่ไหวก็บอกนะ ซึ่งเจ็บจริงจ้า น้ำตาไหลเลย แต่กัดฟันทนมาก พยาบาลเกาหลีใจดีกว่าที่คิด ตอนแรกเราก็คิดว่าว่าพยาบาลเกาหลีต้องโหดๆ จ้องจะตัดให้จบๆอย่างเดียว ความจริงพยาบาลเกาหลีซอฟกว่าที่คิดไว้มากๆเลออ

หลังจากนั้นก็ไปทำฉายแสงลดบวมหรือที่เรียกว่าสมาร์ทลุค ก็นอนหลับตาฉายแสงไป20นาที เพื่อช่วยลดบวม

 


วันนี้กับการกินอาหารรู้สึกว่ากินได้เยอะขึ้น เพราะเริ่มกินแยมโรลไป อิอิ แต่ก็หั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ยัดเข้าปากที่อ้าได้น้อยนิดและก็ใช้ฟันค่อยๆเคี้ยว ก็พอเคี้ยวได้อยู่ แต่ไม่ได้บดเคี้ยวแรงนะ มันยังชา ยังตึง เคี้ยวขนาดนั้นไม่ได้ เคี้ยวก็ไม่ละเอียดหรอก แต่ก็ถือว่าอาทิตย์เดียวเริ่มกลับมาทานได้เท่านี้ก็โอเคมากๆกว่าที่คิดไว้นะ ส่วนเสมหะยังมีเลือดปนบ้างแต่น้อยลงเรื่อยๆ แต่จะไอหนักอยู่ แต่ไม่รู้เพราะก่อนผ่าก็เป็นไข้หวัด มีอาการไออยู่แล้วด้วยมั้ย ตอนนอนก็ยังคงประคบเย็นอยู่เพราะเราถือว่าบวมมาก ความเย็นจะช่วยลดบวมได้

ตอนเช้ากินโจ้กฟักทองหวานแสบคอมาก ครั้งเดียวพอ
ตอนเที่ยงกินโจ้กกับโยเกิร์ตเยลลี่สตอเบอรี่ นมสตอเบอรี่ อร่อย

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 4

วันนี้ตอนตื่นมารู้สึกช่องปากบวม แน่นช่องปากมาก ก็รีบกินยาและก็โอเคขึ้น ส่วนเลือดกำเดาไม่ค่อยไหลแล้ว แต่ตอนแคะจมูกยังมีไหลบ้าง วันนี้เริ่มกินอาหารอ่อนๆ กินโจ้กไก่ฉีก เต้าหู้ กินแบบกลืนและใช้เหงือกดุนๆเอาเท่านั้น กินเสร็จแล้วรีบแปรงฟันบ้วนปาก(เพื่อความสะอาด)  แล้วก็ประคบเย็น

 


(ในรูปเป็นเต้าหู้ กินง่ายนิ่มๆดีจ้า)

วันนี้สระผมเอง ก็พอไหวอยู่ แต่ตอนเงยหน้า ตรงช่วงสันกรามก็แอบเมื่อยๆยากที่จะเงย ตลอดวันก็บ้วนปากกับปั่นจมูกเรื่อยๆไม่ชัวร์ว่าทำทุกชม.มั้ย แต่ทำเรื่อยๆเลย จมูกนี่ปั่นแบบใช้คัตตอนบัตวันละห่อเลยเพราะน้ำมูกไหลเยอะมาก หัวค่ำก็เดินๆในที่พัก และก็ประคบเย็นสลับไปมาค่ะ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่5

รู้สึกโอเคมากขึ้น  วันนี้ค่อนข้างไอ และเสมหะมีเลือดออกมาบ่อยกว่าวันที่ผ่านมา(น่าจะเป็นเลือดที่ตกค้าง) ตอนเช้ากินโจ้กกับเต้าหู้ไปเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้เริ่มอ้าปากได้เยอะขึ้น แก้วกระดาษที่ใช้ไม่ต้องบีบให้เป็นแหลมๆแล้ว และก็ประคบเย็นเรื่อยๆตลอดวันเลยนะ บ้วนปากเรื่อยๆ ปั่นจมูกเรื่อยๆ เพราะน้ำมูกเยอะ แต่คิดว่าช่วงแก้มตรงกรามหายบวมเยอะกว่าเมื่อวานแบบสังเกตได้นะ แต่ตรงเหนียงยังบวมมากอยู่ หรืออ้วนเพราะเป็นทุนเดิมก็ไม่รู้ T^T  ช่วงบริเวณคอที่บวมพอจับๆลูบๆไป ก็รู้สึกว่ามันแข็งๆตึงๆอยู่นะ

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 6

วันนี้ได้มาทำนวดหน้าที่รพ.แล้ววว ทำเพื่อเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก รู้สึกสะอาดหน้าสักที หลังจากปล่อยเละเน่าเหนียวมานาน เสร็จแล้วล่ามก็พาไปอบออกซิเจน การอบออกซิเจนนี่ตอนแรกคิดว่าชิลๆ เพราะเค้าบอกเล่นมือถือได้นะระหว่างทำ แต่เอาเข้าจริงหูอื้อมากกว่าที่คิด อื้อแบบช่วง2-3นาทีแรกแทบจะกดปุ่มเหลืองไม่ไหวอะ(ในตู้จะมีปุ่มเหลืองอยุ่ข้างซ้ายเรา ถ้าไม่ไหวกดปุ่มเอา) แต่พอผ่านไปเกือบ10นาทีก็ชิน โอเคขึ้น

แล้วก็ไปตัดไหมที่หัวตา ตัดไหมที่เป็นปมจุดนึงตรงท้ายบริเวณหนังตา ตัดไหมหน้าจมูก ตัดไหมตรงไรผมที่ทำโหนกแก้ม พยาบาลบอกให้แคะจมูกให้สะอาดกว่านี้นะ แล้วก็คลีนแผลให้ทั้งหมด กับเอาเฝือกที่จมูกออกให้ และก็ทำตัวบล็อคจมูกให้(ใส่เฉพาะตอนนอนกับตอนที่อยู่กับคนเยอะๆและกังวลว่าคนจะมาชนหน้าโดนจมูกเรา) พยาบาลที่ตัดไหมทำแผลให้ชื่อจียอง น่ารักดี เค้าบอกก่อนว่าตัดไหมหัวตาจะเจ็บหน่อย ไม่ไหวก็บอกนะ ซึ่งเจ็บจริงจ้า น้ำตาไหลเลย แต่กัดฟันทนมาก พยาบาลเกาหลีใจดีกว่าที่คิด ตอนแรกเราก็คิดว่าว่าพยาบาลเกาหลีต้องโหดๆ จ้องจะตัดให้จบๆอย่างเดียว ความจริงพยาบาลเกาหลีซอฟกว่าที่คิดไว้มากๆเลออ

หลังจากนั้นก็ไปทำฉายแสงลดบวมหรือที่เรียกว่าสมาร์ทลุค ก็นอนหลับตาฉายแสงไป20นาที เพื่อช่วยลดบวม

 


วันนี้กับการกินอาหารรู้สึกว่ากินได้เยอะขึ้น เพราะเริ่มกินแยมโรลไป อิอิ แต่ก็หั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ยัดเข้าปากที่อ้าได้น้อยนิดและก็ใช้ฟันค่อยๆเคี้ยว ก็พอเคี้ยวได้อยู่ แต่ไม่ได้บดเคี้ยวแรงนะ มันยังชา ยังตึง เคี้ยวขนาดนั้นไม่ได้ เคี้ยวก็ไม่ละเอียดหรอก แต่ก็ถือว่าอาทิตย์เดียวเริ่มกลับมาทานได้เท่านี้ก็โอเคมากๆกว่าที่คิดไว้นะ ส่วนเสมหะยังมีเลือดปนบ้างแต่น้อยลงเรื่อยๆ แต่จะไอหนักอยู่ แต่ไม่รู้เพราะก่อนผ่าก็เป็นไข้หวัด มีอาการไออยู่แล้วด้วยมั้ย ตอนนอนก็ยังคงประคบเย็นอยู่เพราะเราถือว่าบวมมาก ความเย็นจะช่วยลดบวมได้

ตอนเช้ากินโจ้กฟักทองหวานแสบคอมาก ครั้งเดียวพอ
ตอนเที่ยงกินโจ้กกับโยเกิร์ตเยลลี่สตอเบอรี่ นมสตอเบอรี่ อร่อย

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna
25 กันยายน 2019
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 7

วันนี้ลองแต่งหน้า สรุปไม่รอดและไม่ปกปิดรอยช้ำเหลืองใดๆทั้งสิ้น เศร้า เพราะช่วงผ่าตัดผิวหน้าแห้งมากๆ เพราะไม่ได้ทาไรบำรุงเลย เลยแต่งหน้าไม่ค่อยติดเท่าไร ก็แต่งเท่าที่แต่งได้เอา แต่ก็รู้สึกร่างกายค่อนข้างใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนปกติ100%แล้ว แค่ยังต้องหมั่นบ้วนปาก เคี้ยวอาหารได้ยาก เพราะอ้าปากได้น้อย แต่ก็เริ่มชินกับอาหารคนป่วยอย่างโจ้ก55 อาหารการกินก็มีกินแยมโรล นม โจ้ก เยลลี่อะไรแบบนี้

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 8

วันนี้เหมือนช่วงบนๆสันจมูกจะบวมน้อยลงเพราะเริ่มเห็นสันเห็นเปนสโลปบ้างแล้ว จากที่บวมตุ่ยเป็นชมพู่ ส่วนหน้าก็รู้สึกบวมยังไม่เท่ากัน ด้านซ้ายแลจะดูบวมเยอะกว่า แต่พื้นฐานหน้าด้านซ้ายก็ใหญ่กว่าด้านขวาอยู่แล้วเลยไม่รู้เพราะเนื้อแก้มเดิมเองหรืออะไร

แล้วก็วันนี้มื้อเย็นทดลองกินซุนแด(ไส้กรอกเลือดของเกาหลี) ก็กินได้แล้วววว อาจด้วยเพราะซุนแดมันก็ไม่ได้แข็งอะไรมากมายด้วยมั้ง แต่ตอนเคี้ยวก็ยังค่อยๆเพราะจากอาการชา บวกกับยังเคี้ยวเยอะไม่ได้ และบริเวณที่เจ็บแปลบๆอีกที่คือช่วงปีกจมูกด้านขวา กับหลังหูที่กรีดเอากระดูกอ่อนไป(แต่รอยช้ำม่วงๆหายลงไปเยอะเลย) และก็ปวดหน่วงๆตรงสันจมูกด้านบนที่ช้ำเขียวๆ

แต่วันนี้ไอหนักมาก ไม่รู้เพราะเดิมที่ป่วยหรืออาการหลังผ่า ส่วนเสมหะน้อยลงจนเกือบจะไม่มีแล้ว แต่ยังมี ส่วนสีเสมหะก็ยังเหมือนมีเลือดปนๆอยู่นะ

ที่รอยช้ำม่วงๆแดงๆที่ตาก็หายลงบ้างแล้ว ค่อยๆดีขึ้น


 


แต่โดยรวมก็โอเคขึ้น มีอาการเจ็บแปลบๆบางจุดบ้างก็รอดูพ้นช่วงพักฟื้นไปเรื่อยๆ ส่วนการใช้ชีวิตก็แทบจะปกติแล้วล่ะ แค่เวลาพูดยังอ้าปากกว้างไม่ได้ เวลากินอะไรข้างนอกก็ขอกรรไกรเค้าตัดเป็นชิ้นเล็กๆเอา เคี้ยวก็ยังละเอียดๆไม่ได้ เศร้าใจกระเพราะเราต้องทำงานหนักมากๆ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 9

วันนี้ได้มาทำมาสาจรูปหน้าด้วยยยย สบายมากๆ ขั้นตอนก็จะคลีนหน้าก่อน และต่อด้วยการนวดผ่อนคลายหน้าประมาณเกือบ5-10นาทีนะคร่าวๆ (นวดมาถึงช่วงคอและแถวๆไรผมตรงหู ว้าว สบายมากๆๆๆ)  แล้วก็คลีนหน้าให้ ลงมาร์กหน้าอีก5-10นาที ก่อนจะเสร็จคนนวดก็จะถามว่าจะให้ลงครีมชุ่มชื้นหรือครีมกันแดดให้ ประมาณนี่

โดยรวมความรู้สึกของวันนี้ก็ยังตึงทุกส่วนที่ผ่าศัลยกรรมมา แต่พวกรอยช้ำๆม่วงๆแดงๆเหลืองๆเขียวๆ(มีสีของความช้ำทุกเฉด555) เริ่มจางลงนิดหน่อยแล้ว แต่อาการบวมยังมากมายอยู่ ㅠㅠ หรืออ้วนก็ไม่แน่ใจ5555

อาหารการกินวันนี้มากินอาหารไทย!!!~~ ก็กินกระเพราไข่ดาว กินต้มยำกุ้ง กินปูผัดผงกระหรี่(อร่อยกว่าของที่ไทยอีกกกกก) แต่กระเพราเคี้ยวได้ครึ่งจานเพราะลุงใส่ผักบุ้งมาด้วย เคี้ยวยาก เมื่อยกราม ยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้ ㅠㅠ  ก็เคี้ยวอาหารได้นะ แต่เอาจริงเคี้ยว2-3ทีและกลืนเลย แล้วก็ยังบดเคี้ยวไรมากๆไม่ได้ เพราะปากก็ยังอ้ามากไม่ได้ แต่ความหิวมันแซงทุกอย่างเลยกินๆๆ (จะลดน้ำหนักสำเร็จไหมจ๊าา55)

 


ณ ตอนนี้ก็ยังคงปั่นจมูก และบ้วนปากบ่อยๆนะ ตอนแปรงฟันก็ค่อนข้างแปรงได้เยอะขึ้นแล้ว แต่ก็ใช้แค่น้ำยาที่รพ.ให้ผสมน้ำ+แปรงสีฟันอันเล็กของเด็กนะ ตอนนี้คือคุ้นเคยกับไหมในปากไปแล้ว5555 แปรงตรงที่เป็นรอยไหมด้วยเพราะกลัวเดี๋ยวมีเศษอาหารที่กินติดไหม

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 7

วันนี้ลองแต่งหน้า สรุปไม่รอดและไม่ปกปิดรอยช้ำเหลืองใดๆทั้งสิ้น เศร้า เพราะช่วงผ่าตัดผิวหน้าแห้งมากๆ เพราะไม่ได้ทาไรบำรุงเลย เลยแต่งหน้าไม่ค่อยติดเท่าไร ก็แต่งเท่าที่แต่งได้เอา แต่ก็รู้สึกร่างกายค่อนข้างใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนปกติ100%แล้ว แค่ยังต้องหมั่นบ้วนปาก เคี้ยวอาหารได้ยาก เพราะอ้าปากได้น้อย แต่ก็เริ่มชินกับอาหารคนป่วยอย่างโจ้ก55 อาหารการกินก็มีกินแยมโรล นม โจ้ก เยลลี่อะไรแบบนี้

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 8

วันนี้เหมือนช่วงบนๆสันจมูกจะบวมน้อยลงเพราะเริ่มเห็นสันเห็นเปนสโลปบ้างแล้ว จากที่บวมตุ่ยเป็นชมพู่ ส่วนหน้าก็รู้สึกบวมยังไม่เท่ากัน ด้านซ้ายแลจะดูบวมเยอะกว่า แต่พื้นฐานหน้าด้านซ้ายก็ใหญ่กว่าด้านขวาอยู่แล้วเลยไม่รู้เพราะเนื้อแก้มเดิมเองหรืออะไร

แล้วก็วันนี้มื้อเย็นทดลองกินซุนแด(ไส้กรอกเลือดของเกาหลี) ก็กินได้แล้วววว อาจด้วยเพราะซุนแดมันก็ไม่ได้แข็งอะไรมากมายด้วยมั้ง แต่ตอนเคี้ยวก็ยังค่อยๆเพราะจากอาการชา บวกกับยังเคี้ยวเยอะไม่ได้ และบริเวณที่เจ็บแปลบๆอีกที่คือช่วงปีกจมูกด้านขวา กับหลังหูที่กรีดเอากระดูกอ่อนไป(แต่รอยช้ำม่วงๆหายลงไปเยอะเลย) และก็ปวดหน่วงๆตรงสันจมูกด้านบนที่ช้ำเขียวๆ

แต่วันนี้ไอหนักมาก ไม่รู้เพราะเดิมที่ป่วยหรืออาการหลังผ่า ส่วนเสมหะน้อยลงจนเกือบจะไม่มีแล้ว แต่ยังมี ส่วนสีเสมหะก็ยังเหมือนมีเลือดปนๆอยู่นะ

ที่รอยช้ำม่วงๆแดงๆที่ตาก็หายลงบ้างแล้ว ค่อยๆดีขึ้น


 


แต่โดยรวมก็โอเคขึ้น มีอาการเจ็บแปลบๆบางจุดบ้างก็รอดูพ้นช่วงพักฟื้นไปเรื่อยๆ ส่วนการใช้ชีวิตก็แทบจะปกติแล้วล่ะ แค่เวลาพูดยังอ้าปากกว้างไม่ได้ เวลากินอะไรข้างนอกก็ขอกรรไกรเค้าตัดเป็นชิ้นเล็กๆเอา เคี้ยวก็ยังละเอียดๆไม่ได้ เศร้าใจกระเพราะเราต้องทำงานหนักมากๆ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 9

วันนี้ได้มาทำมาสาจรูปหน้าด้วยยยย สบายมากๆ ขั้นตอนก็จะคลีนหน้าก่อน และต่อด้วยการนวดผ่อนคลายหน้าประมาณเกือบ5-10นาทีนะคร่าวๆ (นวดมาถึงช่วงคอและแถวๆไรผมตรงหู ว้าว สบายมากๆๆๆ)  แล้วก็คลีนหน้าให้ ลงมาร์กหน้าอีก5-10นาที ก่อนจะเสร็จคนนวดก็จะถามว่าจะให้ลงครีมชุ่มชื้นหรือครีมกันแดดให้ ประมาณนี่

โดยรวมความรู้สึกของวันนี้ก็ยังตึงทุกส่วนที่ผ่าศัลยกรรมมา แต่พวกรอยช้ำๆม่วงๆแดงๆเหลืองๆเขียวๆ(มีสีของความช้ำทุกเฉด555) เริ่มจางลงนิดหน่อยแล้ว แต่อาการบวมยังมากมายอยู่ ㅠㅠ หรืออ้วนก็ไม่แน่ใจ5555

อาหารการกินวันนี้มากินอาหารไทย!!!~~ ก็กินกระเพราไข่ดาว กินต้มยำกุ้ง กินปูผัดผงกระหรี่(อร่อยกว่าของที่ไทยอีกกกกก) แต่กระเพราเคี้ยวได้ครึ่งจานเพราะลุงใส่ผักบุ้งมาด้วย เคี้ยวยาก เมื่อยกราม ยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้ ㅠㅠ  ก็เคี้ยวอาหารได้นะ แต่เอาจริงเคี้ยว2-3ทีและกลืนเลย แล้วก็ยังบดเคี้ยวไรมากๆไม่ได้ เพราะปากก็ยังอ้ามากไม่ได้ แต่ความหิวมันแซงทุกอย่างเลยกินๆๆ (จะลดน้ำหนักสำเร็จไหมจ๊าา55)

 


ณ ตอนนี้ก็ยังคงปั่นจมูก และบ้วนปากบ่อยๆนะ ตอนแปรงฟันก็ค่อนข้างแปรงได้เยอะขึ้นแล้ว แต่ก็ใช้แค่น้ำยาที่รพ.ให้ผสมน้ำ+แปรงสีฟันอันเล็กของเด็กนะ ตอนนี้คือคุ้นเคยกับไหมในปากไปแล้ว5555 แปรงตรงที่เป็นรอยไหมด้วยเพราะกลัวเดี๋ยวมีเศษอาหารที่กินติดไหม

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna
02 ตุลาคม 2019
วันที่ 10

วันนี้ได้มาอบออกซิเจนอีกครั้ง ก็เหมือนครั้งก่อนที่เคยทำเลย 2-3นาทีแรกหูอื้อมากกกกก มากจนเอาจริงเกือบทนไม่ไหว แต่พอผ่าน5นาทีแรกไปได้ก็โอเค พอทน หลังจากนั้นก็ไปตัดไหมหลังหูและไหมในจมูก

 


พอเสร็จน้องล่ามก็พาไปถ่ายรูปหลังผ่า ถ่ายx-rayชั้น5 ก็นั่งดูรูปx-rayกันแล้วก็โห่วววว ว้าวววว!!! กระดูกหน้าตอนนี้มันเพอร์เฟคมากเมื่อเทียบกับก่อนผ่าคือแบบโอ้ยตายแล้วคุณพระ!! ขอบคุณคุณหมอปาร์คชินกีมากๆค่ะ คุณหมอปาร์คต้องเหนื่อยลำบากกับการผ่าตัดเรามากแน่ๆ เพราะกระดูกหน้าเรามันหนาและใหญ่และผิดรูปมากจริงๆ แต่คุณหมอปาร์คก็ทำให้มันดูเข้ารูปใกล้เคียงกันมากที่สุดได้ คุณหมอสุดยอดไปเลยค่า!!!!~ ซารังเฮโย

แล้วโชคดีตอนนั้นคุณหมอปาร์คชินกีไม่ติดเคสคนไข้เลยเรียกเราไปเช็คอัพซะเลย(ไม่ได้นัดล่วงหน้าเลยนะ555) คือบอกเลยว่าคุณหมอปาร์คน่ะใจดีมากๆนะคะ และก็ตั้งใจกับการผ่าตัด และพิถีพิถันใส่ใจคนไข้มากๆ มีความกันเองมากๆ นิสัยดีมากด้วย อยากก้มลงกราบขอบพระคุณทุกครั้งที่พบเจอคุณหมอ ㅠ3ㅠ ตอนเช็คอัพคุณหมอบอก ยังบวมมากเลย(บวมจริงㅠㅠㅠㅠ) แต่คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวก็จะค่อยๆลดลงนะ แล้วคุณหมอก็มาจับๆกดๆตรงจมูก (จับแอบแรง กดแอบแรง ดิฉันแอบตกกะใจ555) ซึ่งตรงจมูกคุณหมอบอกว่า เนื้อตรงปีกจมูกเราหนา ทำให้ลดลงกว่านี้ไม่ได้ แต่ส่วนอื่นๆของจมูกยังบวม เดี๋ยวมันจะเล็กลงเองนะ นี่ก็โอเค ณ ตอนนี้คิดว่าถ้าจมูกหายบวมก็โอเคแหละ อย่างน้อยก็ไม่ไร้ดั้ง ไม่เป็นจมูกหมูแล้ว!!~

ส่วนตาคุณหมอถามว่าชอบไหม นี่ก็บอกชอบ ซึ่งก็ชอบ แต่นี่รู้สึกว่ามันอาจจะชั้นเล็กลงกว่านี้ได้ เพราะตรงหนังตาก็ยังรู้สึกตึงๆอยู่นะ แต่ไม่ว่าจะเท่านี้หรือชั้นเล็กลงอีกนิดก็คิดว่าตัวเองถูกใจทั้งนั้น เพราะเดิมทีคือมันไม่มีชั้นเลย55555

 


อาหารวันนี้ตอนเย็น ทานทัคคาลบี้ค่ะ5555555555 คอก็ยังเจ็บและคันคออยู่ ไออยู่ แต่ก็กิน และกินเก่งมากด้วยเพราะอร่อย >.< แต่ก็ค่อยๆกัด ค่อยๆเคี้ยวนะ เพราะอ้าปากมากไม่ได้ แง

กลับมาถึงห้องก็รีบแปรงฟัน บ้วนปากก่อนเลย พยายามแปรงแถวๆไหม เพราะกลัวเศษอาหารติด แล้วก็บ้วนปากหลายรอยและอมน้ำยาไว้นาน1-2นาทีค่อยบ้วนทิ้งเลย และก็ปั่นจมูกวนไปก่อนนอน

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 11

วันนี้ไปเดินช้อปที่เมียงดงมา ก็ถือเป็นการเดินลดบวมไปในตัว ฮุฮุ วันนี้เริ่มแต่งหน้าให้เหมือนตอนปกติ ซึ่งก็พอปิดรอยช้ำต่างๆได้อยู่ แต่ความบวมนั้นก็ยังเยอะอยู่ตามเดิม(หรืออ้วนก็สงสัย555ㅠㅠ) แล้วก็ยังคงตึงที่หน้า ตรงแถวๆโหนกแก้ม ตรงช่วงล่างๆส่วนจมูก และก็เปลือกตาก็ยังรู้สึกตึงนะ

 


วันนี้โดยรวมการใช้ชีวิตแทบจะปกติเลยแล่ะ แค่ตอนจะหาว เผลอจะอ้าปากก็เจ็บเลยจ้าา เพราะยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้ ฮืออออ เวลาหาวต้องฝืนๆหน่อย รวมถึงตอนกินก็เช่นกัน ยังต้องตัดเป็นคำเล็กๆและค่อยอ้ำเข้าปาก

กลับมาถึงห้องก็รีบบ้วนปาก แปรงฟันก่อนเลย ก่อนนอนก็มาปั่นจมูกวนไป แต่ทุกวันนี้ตอนกลืนน้ำลายก็รู้สึกเหมือนมีเสมหะติดหลอดลม พอบ้วนออกดูสีก็เป็นเลือดเลย ไม่ใช่สีใสๆ เขียวๆเลย ㅠㅠ แต่น้องล่ามบอกว่าปกติ ภายในมันก็ยังคงช้ำอยู่ ยังคงเป็นเลือดตกค้างได้ ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก แค่ตอนบ้วนออกมาเห็นสีทีไร ตกกะใจเบาๆทุกที555

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 12

วันนี้อาการก็โอเคขึ้น แต่อยู่ดีก็เจ็บแปลบๆหัวตาเป็นระยะๆ ไม่ได้เจ็บตลอด ไม่รู้เพราะจากการแต่งหน้าเมื่อวานแล้วตอนคลีนเมคอัพ เผลอเช็ดแรงกับแผลที่กำลังฟื้นตัวรึเปล่า เลยมีอาการนี้ คาดเดานะ

 อาหารการกินคือกินต๊อกบกกีและใส่วุ้นเส้น ใส่รามยอน นู้นนี่นั่นเยอะแยะไปหมด กินก็เริ่มกินได้ แต่เคี้ยวอย่างปกติไม่ได้ การกินต้องใช้กรรไกรในการช่วยตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะก็ยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้

 


รอยช้ำเริ่มจางลงทีละนิดๆ แต่เลือดตาขาวก็ยังคงอยู่ แต่ก็คงใช้เวลาแหละ เพราะตัวเราเองก็เป็นช้ำง่ายและรอยช้ำอยู่นาน555 ㅠㅠ
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
วันที่ 10

วันนี้ได้มาอบออกซิเจนอีกครั้ง ก็เหมือนครั้งก่อนที่เคยทำเลย 2-3นาทีแรกหูอื้อมากกกกก มากจนเอาจริงเกือบทนไม่ไหว แต่พอผ่าน5นาทีแรกไปได้ก็โอเค พอทน หลังจากนั้นก็ไปตัดไหมหลังหูและไหมในจมูก

 


พอเสร็จน้องล่ามก็พาไปถ่ายรูปหลังผ่า ถ่ายx-rayชั้น5 ก็นั่งดูรูปx-rayกันแล้วก็โห่วววว ว้าวววว!!! กระดูกหน้าตอนนี้มันเพอร์เฟคมากเมื่อเทียบกับก่อนผ่าคือแบบโอ้ยตายแล้วคุณพระ!! ขอบคุณคุณหมอปาร์คชินกีมากๆค่ะ คุณหมอปาร์คต้องเหนื่อยลำบากกับการผ่าตัดเรามากแน่ๆ เพราะกระดูกหน้าเรามันหนาและใหญ่และผิดรูปมากจริงๆ แต่คุณหมอปาร์คก็ทำให้มันดูเข้ารูปใกล้เคียงกันมากที่สุดได้ คุณหมอสุดยอดไปเลยค่า!!!!~ ซารังเฮโย

แล้วโชคดีตอนนั้นคุณหมอปาร์คชินกีไม่ติดเคสคนไข้เลยเรียกเราไปเช็คอัพซะเลย(ไม่ได้นัดล่วงหน้าเลยนะ555) คือบอกเลยว่าคุณหมอปาร์คน่ะใจดีมากๆนะคะ และก็ตั้งใจกับการผ่าตัด และพิถีพิถันใส่ใจคนไข้มากๆ มีความกันเองมากๆ นิสัยดีมากด้วย อยากก้มลงกราบขอบพระคุณทุกครั้งที่พบเจอคุณหมอ ㅠ3ㅠ ตอนเช็คอัพคุณหมอบอก ยังบวมมากเลย(บวมจริงㅠㅠㅠㅠ) แต่คุณหมอบอกว่าเดี๋ยวก็จะค่อยๆลดลงนะ แล้วคุณหมอก็มาจับๆกดๆตรงจมูก (จับแอบแรง กดแอบแรง ดิฉันแอบตกกะใจ555) ซึ่งตรงจมูกคุณหมอบอกว่า เนื้อตรงปีกจมูกเราหนา ทำให้ลดลงกว่านี้ไม่ได้ แต่ส่วนอื่นๆของจมูกยังบวม เดี๋ยวมันจะเล็กลงเองนะ นี่ก็โอเค ณ ตอนนี้คิดว่าถ้าจมูกหายบวมก็โอเคแหละ อย่างน้อยก็ไม่ไร้ดั้ง ไม่เป็นจมูกหมูแล้ว!!~

ส่วนตาคุณหมอถามว่าชอบไหม นี่ก็บอกชอบ ซึ่งก็ชอบ แต่นี่รู้สึกว่ามันอาจจะชั้นเล็กลงกว่านี้ได้ เพราะตรงหนังตาก็ยังรู้สึกตึงๆอยู่นะ แต่ไม่ว่าจะเท่านี้หรือชั้นเล็กลงอีกนิดก็คิดว่าตัวเองถูกใจทั้งนั้น เพราะเดิมทีคือมันไม่มีชั้นเลย55555

 


อาหารวันนี้ตอนเย็น ทานทัคคาลบี้ค่ะ5555555555 คอก็ยังเจ็บและคันคออยู่ ไออยู่ แต่ก็กิน และกินเก่งมากด้วยเพราะอร่อย >.< แต่ก็ค่อยๆกัด ค่อยๆเคี้ยวนะ เพราะอ้าปากมากไม่ได้ แง

กลับมาถึงห้องก็รีบแปรงฟัน บ้วนปากก่อนเลย พยายามแปรงแถวๆไหม เพราะกลัวเศษอาหารติด แล้วก็บ้วนปากหลายรอยและอมน้ำยาไว้นาน1-2นาทีค่อยบ้วนทิ้งเลย และก็ปั่นจมูกวนไปก่อนนอน

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 11

วันนี้ไปเดินช้อปที่เมียงดงมา ก็ถือเป็นการเดินลดบวมไปในตัว ฮุฮุ วันนี้เริ่มแต่งหน้าให้เหมือนตอนปกติ ซึ่งก็พอปิดรอยช้ำต่างๆได้อยู่ แต่ความบวมนั้นก็ยังเยอะอยู่ตามเดิม(หรืออ้วนก็สงสัย555ㅠㅠ) แล้วก็ยังคงตึงที่หน้า ตรงแถวๆโหนกแก้ม ตรงช่วงล่างๆส่วนจมูก และก็เปลือกตาก็ยังรู้สึกตึงนะ

 


วันนี้โดยรวมการใช้ชีวิตแทบจะปกติเลยแล่ะ แค่ตอนจะหาว เผลอจะอ้าปากก็เจ็บเลยจ้าา เพราะยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้ ฮืออออ เวลาหาวต้องฝืนๆหน่อย รวมถึงตอนกินก็เช่นกัน ยังต้องตัดเป็นคำเล็กๆและค่อยอ้ำเข้าปาก

กลับมาถึงห้องก็รีบบ้วนปาก แปรงฟันก่อนเลย ก่อนนอนก็มาปั่นจมูกวนไป แต่ทุกวันนี้ตอนกลืนน้ำลายก็รู้สึกเหมือนมีเสมหะติดหลอดลม พอบ้วนออกดูสีก็เป็นเลือดเลย ไม่ใช่สีใสๆ เขียวๆเลย ㅠㅠ แต่น้องล่ามบอกว่าปกติ ภายในมันก็ยังคงช้ำอยู่ ยังคงเป็นเลือดตกค้างได้ ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก แค่ตอนบ้วนออกมาเห็นสีทีไร ตกกะใจเบาๆทุกที555

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 12

วันนี้อาการก็โอเคขึ้น แต่อยู่ดีก็เจ็บแปลบๆหัวตาเป็นระยะๆ ไม่ได้เจ็บตลอด ไม่รู้เพราะจากการแต่งหน้าเมื่อวานแล้วตอนคลีนเมคอัพ เผลอเช็ดแรงกับแผลที่กำลังฟื้นตัวรึเปล่า เลยมีอาการนี้ คาดเดานะ

 อาหารการกินคือกินต๊อกบกกีและใส่วุ้นเส้น ใส่รามยอน นู้นนี่นั่นเยอะแยะไปหมด กินก็เริ่มกินได้ แต่เคี้ยวอย่างปกติไม่ได้ การกินต้องใช้กรรไกรในการช่วยตัดอาหารเป็นชิ้นเล็กๆ เพราะก็ยังอ้าปากกว้างมากไม่ได้

 


รอยช้ำเริ่มจางลงทีละนิดๆ แต่เลือดตาขาวก็ยังคงอยู่ แต่ก็คงใช้เวลาแหละ เพราะตัวเราเองก็เป็นช้ำง่ายและรอยช้ำอยู่นาน555 ㅠㅠ
Hello_Hanna
09 ตุลาคม 2019
วันที่ 13

วันนี้รอยช้ำดีขึ้น อาการบวมก็ดูลดลง หลายๆคนก็ทักเรื่องอาการบวมลดลงไปเยอะเลยนะ มันก็ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็คิดว่ามันเพิ่ง2อาทิตย์เอง อย่างน้อยๆก็ต้องรอ3-6เดือนขึ้นไปอยู่แล้ว
ได้แต่บอกตัวเองว่ารอก่อนๆ55 ㅠㅠ

เรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ตอนล้างหน้ายังกังวลๆ ตรงช่วงหัวตาที่เปิดหัวตามา แล้วรู้สึกว่ามีรอยแผลแดงๆ ไม่รู้เพราะเวลาเราตื่นนอน ตอนล้างพวกขี้ตา ขยี้ตาแรงไปรึเปล่า
จมูกก็ยังคงใช้คัตตอนบัตปั่นอยู่นะ ยังไม่กล้าใช้นิ้วแคะ55 ตอนนี้ไม่มีเลือดแล้ว แต่น้ำมูกยังมีอยู่
แต่ไม่แน่ใจว่าอาการหวัดจากการศัลยกรรมหรือเพราะป่วยเดิมทีอยู่แล้วรึเปล่า ส่วนเสมหะก็ยังคงมีเลือดผสมปนออกมาบ้าง แต่ก็น้อยลงเรื่อยๆแหละ

 


อาหารการกิน เริ่มเคี้ยวเริ่มกัดได้มากขึ้น ช่วงนี้ก็กินอาหารปกติทั่วไป ไม่ได้กินอาหารคนป่วยแล้วนะ แต่ส่วนการอ้าปากยังอ้ามากๆไม่ได้ ก็ยังต้องหั่นชิ้นเล็กๆอยู่ การเคี้ยว เคี้ยวได้เยอะขึ้น แต่ก็ยังไม่เหมือนปกติ100% แต่ในแต่ละวันการเคี้ยวก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ หรือเพราะความหิวก็ไม่รู้555

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡


วันที่ 14

วันนี้ก็เหมือนรอยช้ำน้อยลงเรื่อยๆนะ แต่อาการบวมยังไม่ค่อยเห็นลงเท่าไร55 ㅠㅠ
จนแอบคิดว่าน่าจะเป็นแก้มเราแล้วล่ะมั้ง55555 ㅠㅠ
ส่วนอาการต่างๆ จมูกเลือดไม่มีไหลปนออกมาแล้ว แต่ก็ยังคงล้างจมูกอยู่นะ อิอิ แล้วก็เสมหะไม่มีเลือดผสมแล้วนะเท่าที่ดู เย้!!~
แต่ยังคันคอ ยังไอ โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะไอหนักมาก คันคอจนบางทีต้องตื่นมาเพื่อไอ เดาว่าเพราะตอนผ่าตัดเราก็หวัดลงคอ พอโดนสอดท่อยาสลบเลยอาจจะหนักไปหน่อย ก็ฟื้นฟูกันต่อไป~

 


อาหารการกินตอนนี้ก็กินอาหารปกติแหละ แค่เคี้ยวยังไม่ปกติ5555 แต่ก็หิว เลยหั่นชิ้นเล็กๆเอา ปากยังอ้ามากไม่ได้ แบบว่ายังอ้าปากเพื่อกัดกล้วยกินไม่ค่อยได้เลย

ส่วนการใช้ชีวิตอย่างอื่นปกติแล้ว~ แต่เวลาที่แต่งหน้าแล้วตอนล้างเมคอัพ ตอนเอาสำลีเช็ดที่หน้าก็ยังเจ็บๆ นะ ข้างในคงน่าจะฟื้นฟูอยู่ ส่วนจมูกก็ตึงหน่วง เอาจริงไม่ได้ตึงแค่จมูก55 รู้สึกตึงๆ อยู่เลยทั้งหมดที่ทำมา ตา จมูก และที่หน้า แต่ก็เพิ่ง2อาทิตย์เอง ข้างในร่างกายก็น่าจะกำลังฟื้นฟูอยู่แหละ

ตอนนี้ถ้าถึงไทยแล้ว ก็ตั้งใจจะลดน้ำหนักให้เต็มที่ เมื่อก่อนไม่กล้าผอมมากเพราะกลัวจะเห็นกรามเหลี่ยมชัด5555 ตอนนี้กรามเล็กลงแล้ว จะไดเอทแบบจริงจังแล้วน้า!! 55^^

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
วันที่ 13

วันนี้รอยช้ำดีขึ้น อาการบวมก็ดูลดลง หลายๆคนก็ทักเรื่องอาการบวมลดลงไปเยอะเลยนะ มันก็ยังคงเหลืออยู่ แต่ก็คิดว่ามันเพิ่ง2อาทิตย์เอง อย่างน้อยๆก็ต้องรอ3-6เดือนขึ้นไปอยู่แล้ว
ได้แต่บอกตัวเองว่ารอก่อนๆ55 ㅠㅠ

เรื่องของการใช้ชีวิตนั้น ตอนล้างหน้ายังกังวลๆ ตรงช่วงหัวตาที่เปิดหัวตามา แล้วรู้สึกว่ามีรอยแผลแดงๆ ไม่รู้เพราะเวลาเราตื่นนอน ตอนล้างพวกขี้ตา ขยี้ตาแรงไปรึเปล่า
จมูกก็ยังคงใช้คัตตอนบัตปั่นอยู่นะ ยังไม่กล้าใช้นิ้วแคะ55 ตอนนี้ไม่มีเลือดแล้ว แต่น้ำมูกยังมีอยู่
แต่ไม่แน่ใจว่าอาการหวัดจากการศัลยกรรมหรือเพราะป่วยเดิมทีอยู่แล้วรึเปล่า ส่วนเสมหะก็ยังคงมีเลือดผสมปนออกมาบ้าง แต่ก็น้อยลงเรื่อยๆแหละ

 


อาหารการกิน เริ่มเคี้ยวเริ่มกัดได้มากขึ้น ช่วงนี้ก็กินอาหารปกติทั่วไป ไม่ได้กินอาหารคนป่วยแล้วนะ แต่ส่วนการอ้าปากยังอ้ามากๆไม่ได้ ก็ยังต้องหั่นชิ้นเล็กๆอยู่ การเคี้ยว เคี้ยวได้เยอะขึ้น แต่ก็ยังไม่เหมือนปกติ100% แต่ในแต่ละวันการเคี้ยวก็เก่งขึ้นเรื่อยๆ หรือเพราะความหิวก็ไม่รู้555

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡


วันที่ 14

วันนี้ก็เหมือนรอยช้ำน้อยลงเรื่อยๆนะ แต่อาการบวมยังไม่ค่อยเห็นลงเท่าไร55 ㅠㅠ
จนแอบคิดว่าน่าจะเป็นแก้มเราแล้วล่ะมั้ง55555 ㅠㅠ
ส่วนอาการต่างๆ จมูกเลือดไม่มีไหลปนออกมาแล้ว แต่ก็ยังคงล้างจมูกอยู่นะ อิอิ แล้วก็เสมหะไม่มีเลือดผสมแล้วนะเท่าที่ดู เย้!!~
แต่ยังคันคอ ยังไอ โดยเฉพาะตอนกลางคืนจะไอหนักมาก คันคอจนบางทีต้องตื่นมาเพื่อไอ เดาว่าเพราะตอนผ่าตัดเราก็หวัดลงคอ พอโดนสอดท่อยาสลบเลยอาจจะหนักไปหน่อย ก็ฟื้นฟูกันต่อไป~

 


อาหารการกินตอนนี้ก็กินอาหารปกติแหละ แค่เคี้ยวยังไม่ปกติ5555 แต่ก็หิว เลยหั่นชิ้นเล็กๆเอา ปากยังอ้ามากไม่ได้ แบบว่ายังอ้าปากเพื่อกัดกล้วยกินไม่ค่อยได้เลย

ส่วนการใช้ชีวิตอย่างอื่นปกติแล้ว~ แต่เวลาที่แต่งหน้าแล้วตอนล้างเมคอัพ ตอนเอาสำลีเช็ดที่หน้าก็ยังเจ็บๆ นะ ข้างในคงน่าจะฟื้นฟูอยู่ ส่วนจมูกก็ตึงหน่วง เอาจริงไม่ได้ตึงแค่จมูก55 รู้สึกตึงๆ อยู่เลยทั้งหมดที่ทำมา ตา จมูก และที่หน้า แต่ก็เพิ่ง2อาทิตย์เอง ข้างในร่างกายก็น่าจะกำลังฟื้นฟูอยู่แหละ

ตอนนี้ถ้าถึงไทยแล้ว ก็ตั้งใจจะลดน้ำหนักให้เต็มที่ เมื่อก่อนไม่กล้าผอมมากเพราะกลัวจะเห็นกรามเหลี่ยมชัด5555 ตอนนี้กรามเล็กลงแล้ว จะไดเอทแบบจริงจังแล้วน้า!! 55^^

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna
30 ตุลาคม 2019
วันที่ 22

 


ณ ตอนนี้รอยช้ำสามารถใช้เมคอัพปกปิดได้เนียนมากขึ้น เพราะมันจางลงเยอะมากๆแล้วนั่นเอง คิคิ แต่เลือดตรงตาขาวนี่ ปกปิดไม่ได้จริงๆ 55555 แต่ก็ค่อยๆจางลงทุกๆวันเลยน๊า~~  เวลาคลีนเมคอัพก็ยังเจ็บหน้าบางจุด จุดที่เจ็บก็มีตรงโหนกแก้ม ช่วงสันแนววีไลน์ และตรงคางข้างขวาจะเจ็บจี้ดๆเวลาพูด คิดว่าข้างในแผลน่าจะค่อยๆฟื้นตัวอยู่ หุหุ อย่างอื่นก็ใช้ชีวิตเกือบปกติ100% แค่ว่าการเคี้ยวก็ยังต้องกินอาหารนิ่มๆ คำเล็กๆ (แต่กินเยอะมาก หิว แต่ก็กินแต่อาหารคลีน ) แม้จะกินเยอะแต่ก็คุมอาหาร ไดเอทหนักมากนะคะ เพราะเคยได้ยินมาว่าคนผ่าตัดปรับโครงหน้า หากช่วงที่รอยุบบวมไม่ไดเอทคุมอาหาร ตอนหายมันอาจจะทำให้เห็นโครงหน้าไม่ชัด แล้วยิ่งเดิมทีเราก็เป็นคนอวบๆ แก้มเยอะอยู่แล้วด้วยย ㅠㅠ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 24

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

1 เดือน

 


ครบเดือนนึงแล้วจ้า
หน้าหายบวมลงเยอะกว่าเดิมมากๆจากที่สังเกตได้ค่ะ แต่ถามว่ามันยังคงบวมมั้ย ก็ยังคงบวมนะคะ สำหรับเราเองเวลาจับหน้า เช็ดหน้า ก็ยังมีเจ็บๆอยู่ค่ะ คิดว่าแผลมันกำลังอยู่ช่วงฟื้นตัวแหละ ส่วนของตาเราคิดว่าเกือบจะหายดีแล้วนะคะ ชอบชั้นตามากเลย!!!~~  ส่วนจมูกนั้น ช่วงปลายจมูกยังตึงๆแข็งๆอยู่ค่ะ ยังไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนนะ 555

เรื่องอาหารการกิน ยังคงเน้นกินอาหารนิ่มๆอ่อนๆ รสจืดสไตล์อาหารคลีน เพราะกลัวกินรสจัดแล้วจะนำมาซึ่งความบวม และก็ถือเป็นการไดเอทไปในตัวด้วยค่ะ55555 แต่ก็เริ่มลองกินของที่แข็งๆดูบ้างนะคะ เช่นแอปเปิ้ล ผลปรากฏคือ เคี้ยวแล้วเมื่อยช่วงกรามค่ะ5555(เมื่อยแบบเหมือนคนที่เพิ่งไปฉีดโบท็อกซ์มาเลย) แนะนำสำหรับใครอยากกินแอปเปิ้ลตอนนี้เอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้แทนก่อนนะคะ แต่พวกผลไม้นิ่มๆกินได้ปกติเลยค่า แต่ยังอ้าปากกว้างแบบเดิมตอนยังไม่ผ่าไม่ได้นะคะ หั่นชิ้นเล็กๆเอาค่ะ ^o^

ตอนนี้การใช้ชีวิตแทบจะปกติเกือบ100%แล้วค่ะ สำหรับการผ่าโครงหน้า อาการที่ยังหลงเหลืออยู่คือ ความบวม(อดทนเดินเยอะๆ+รัดหน้า+ประคบเย็นต่อไป~~!!),การอ้าปาก(อ้าได้เยอะขึ้น แต่ยังไม่สุด อิอิ ประมาณว่าไข่นกกระทายังต้องตัดแบ่งกินนะคะ อ้ำคำเดียวยังไม่ได้~~~) ,การเคี้ยวอาหารที่ค่อนข้างเหนียวแข็งจะเมื่อยๆกราม , เวลาเช็ดหน้าแรงๆก็จะยังเจ็บๆบ้าง , แผลที่ผ่าตรงไรผม 2 ข้างถ้าจับๆลูบๆยังเป็นไตแข็งๆและเจ็บแปล๊บๆอยู่ค่ะ ภายนอกเหมือนจะยังคงบวมด้วย เพราะมีผิวนูนออกมาหน่อยๆ แต่เอาจริงถ้าไม่สังเกต ไม่จับ ก็ดูไม่ออกนะคะ

ส่วนจมูก เรากลายเป็นติดนิสัยปั่นจมูกทำความสะอาดบ่อยๆไปแล้วค่ะ 55555 ตอนเราผ่าตัดใหม่ๆในจมูกมีก้อนเนื้อบวมค่ะ ตอนนี้ก้อนเนื้อเล็กลงมากๆจนแทบจะแบนเรียบหายไปแล้วค่ะ (ก้อนเนื้อที่บวมมาไม่มีผลต่อการหายใจนะคะ แค่ช่วงที่มันเกิดมาใหม่ๆมันทำให้เราแพนิคค่ะ ฮือT^T แต่เวลาผ่านไปก้อนเนื้อเค้าก็ค่อยๆยุบลงเรื่อยๆเองค่ะ)

ส่วนตา ชั้นตาเราโอเคมากๆเลยค่ะตอนนี้ ชอบมากเลย แค่เดือนเดียวเท่านั้นชั้นตาเล็กลงเท่านี้เราพอใจมากๆค่ะ คิดว่าถ้าผ่านไป2-3เดือนน่าจะดูธรรมชาติแบบคนต้องไม่รู้แน่ว่าทำศัลยกรรมมา อิอิ แต่ว่าบริเวณหัวตาที่โดนเปิดหัวตานั้น ยังมีเจ็บแปล๊บๆบ้างนะคะตอนที่เราเช็คเครื่องสำอาง ก็ต้องเช็ดเบามือเอาค่ะ ~
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
วันที่ 22

 


ณ ตอนนี้รอยช้ำสามารถใช้เมคอัพปกปิดได้เนียนมากขึ้น เพราะมันจางลงเยอะมากๆแล้วนั่นเอง คิคิ แต่เลือดตรงตาขาวนี่ ปกปิดไม่ได้จริงๆ 55555 แต่ก็ค่อยๆจางลงทุกๆวันเลยน๊า~~  เวลาคลีนเมคอัพก็ยังเจ็บหน้าบางจุด จุดที่เจ็บก็มีตรงโหนกแก้ม ช่วงสันแนววีไลน์ และตรงคางข้างขวาจะเจ็บจี้ดๆเวลาพูด คิดว่าข้างในแผลน่าจะค่อยๆฟื้นตัวอยู่ หุหุ อย่างอื่นก็ใช้ชีวิตเกือบปกติ100% แค่ว่าการเคี้ยวก็ยังต้องกินอาหารนิ่มๆ คำเล็กๆ (แต่กินเยอะมาก หิว แต่ก็กินแต่อาหารคลีน ) แม้จะกินเยอะแต่ก็คุมอาหาร ไดเอทหนักมากนะคะ เพราะเคยได้ยินมาว่าคนผ่าตัดปรับโครงหน้า หากช่วงที่รอยุบบวมไม่ไดเอทคุมอาหาร ตอนหายมันอาจจะทำให้เห็นโครงหน้าไม่ชัด แล้วยิ่งเดิมทีเราก็เป็นคนอวบๆ แก้มเยอะอยู่แล้วด้วยย ㅠㅠ

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

วันที่ 24

 


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

1 เดือน

 


ครบเดือนนึงแล้วจ้า
หน้าหายบวมลงเยอะกว่าเดิมมากๆจากที่สังเกตได้ค่ะ แต่ถามว่ามันยังคงบวมมั้ย ก็ยังคงบวมนะคะ สำหรับเราเองเวลาจับหน้า เช็ดหน้า ก็ยังมีเจ็บๆอยู่ค่ะ คิดว่าแผลมันกำลังอยู่ช่วงฟื้นตัวแหละ ส่วนของตาเราคิดว่าเกือบจะหายดีแล้วนะคะ ชอบชั้นตามากเลย!!!~~  ส่วนจมูกนั้น ช่วงปลายจมูกยังตึงๆแข็งๆอยู่ค่ะ ยังไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนนะ 555

เรื่องอาหารการกิน ยังคงเน้นกินอาหารนิ่มๆอ่อนๆ รสจืดสไตล์อาหารคลีน เพราะกลัวกินรสจัดแล้วจะนำมาซึ่งความบวม และก็ถือเป็นการไดเอทไปในตัวด้วยค่ะ55555 แต่ก็เริ่มลองกินของที่แข็งๆดูบ้างนะคะ เช่นแอปเปิ้ล ผลปรากฏคือ เคี้ยวแล้วเมื่อยช่วงกรามค่ะ5555(เมื่อยแบบเหมือนคนที่เพิ่งไปฉีดโบท็อกซ์มาเลย) แนะนำสำหรับใครอยากกินแอปเปิ้ลตอนนี้เอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้แทนก่อนนะคะ แต่พวกผลไม้นิ่มๆกินได้ปกติเลยค่า แต่ยังอ้าปากกว้างแบบเดิมตอนยังไม่ผ่าไม่ได้นะคะ หั่นชิ้นเล็กๆเอาค่ะ ^o^

ตอนนี้การใช้ชีวิตแทบจะปกติเกือบ100%แล้วค่ะ สำหรับการผ่าโครงหน้า อาการที่ยังหลงเหลืออยู่คือ ความบวม(อดทนเดินเยอะๆ+รัดหน้า+ประคบเย็นต่อไป~~!!),การอ้าปาก(อ้าได้เยอะขึ้น แต่ยังไม่สุด อิอิ ประมาณว่าไข่นกกระทายังต้องตัดแบ่งกินนะคะ อ้ำคำเดียวยังไม่ได้~~~) ,การเคี้ยวอาหารที่ค่อนข้างเหนียวแข็งจะเมื่อยๆกราม , เวลาเช็ดหน้าแรงๆก็จะยังเจ็บๆบ้าง , แผลที่ผ่าตรงไรผม 2 ข้างถ้าจับๆลูบๆยังเป็นไตแข็งๆและเจ็บแปล๊บๆอยู่ค่ะ ภายนอกเหมือนจะยังคงบวมด้วย เพราะมีผิวนูนออกมาหน่อยๆ แต่เอาจริงถ้าไม่สังเกต ไม่จับ ก็ดูไม่ออกนะคะ

ส่วนจมูก เรากลายเป็นติดนิสัยปั่นจมูกทำความสะอาดบ่อยๆไปแล้วค่ะ 55555 ตอนเราผ่าตัดใหม่ๆในจมูกมีก้อนเนื้อบวมค่ะ ตอนนี้ก้อนเนื้อเล็กลงมากๆจนแทบจะแบนเรียบหายไปแล้วค่ะ (ก้อนเนื้อที่บวมมาไม่มีผลต่อการหายใจนะคะ แค่ช่วงที่มันเกิดมาใหม่ๆมันทำให้เราแพนิคค่ะ ฮือT^T แต่เวลาผ่านไปก้อนเนื้อเค้าก็ค่อยๆยุบลงเรื่อยๆเองค่ะ)

ส่วนตา ชั้นตาเราโอเคมากๆเลยค่ะตอนนี้ ชอบมากเลย แค่เดือนเดียวเท่านั้นชั้นตาเล็กลงเท่านี้เราพอใจมากๆค่ะ คิดว่าถ้าผ่านไป2-3เดือนน่าจะดูธรรมชาติแบบคนต้องไม่รู้แน่ว่าทำศัลยกรรมมา อิอิ แต่ว่าบริเวณหัวตาที่โดนเปิดหัวตานั้น ยังมีเจ็บแปล๊บๆบ้างนะคะตอนที่เราเช็คเครื่องสำอาง ก็ต้องเช็ดเบามือเอาค่ะ ~
Hello_Hanna
12 พฤศจิกายน 2019
46 วันหลังผ่าตัด


 



♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡



 

2 เดือนแล้วค่า


ตอนนี้รู้สึกเวลาเช็ดหน้าไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ จะมีก็บริเวณตรงโหนกแก้มค่ะ ที่พอกดแล้วยังมีปวดเบา ๆ (แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเช็ด ไปทำอะไรที่หน้าก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะ ปกติเลย~ ) ส่วนแผลที่ไรผมลักษณะผิวนูนเล็กลง แต่ยังเป็นแข็งๆ อยู่ตอนลูบค่ะ

ตอนนี้การเคี้ยวบอกเลยว่าเริ่มกินแอปเปิ้ลแบบไม่ต้องเอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้ได้แล้วจ้า 
แต่ก็ยังต้องขอเป็นหั่นชิ้นเล็กๆ นะคะ 5555 แต่ก็โอเคสำหรับเรามันทำให้เรารู้ตัวค่ะว่าการเคี้ยวของเรากลับมาเป็นปกติขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ การอ้าปากสำหรับเรา เราว่า 85% ละกันค่ะ



 เวลาอยากจะยิ้มแรง ยิ้มกว้างไรงี้ยังรู้สึกตึงๆอยู่  ยังฉีกยิ้มเต็มที่ไม่ค่อยได้เท่าไรค่ะ กลายเป็นคนยิ้มน้อย ยิ้มอ่อนไปก่อนชั่วคราว555 (ยิ่งถ้าได้ยินเรื่องตลก อยากจะหัวเราะนี่แอบทรมานนะคะ หัวเราะโดยการทำปากจู๋ไปก่อนค่ะ555 ^3^) ช่วงนี้เรายังคงประคบเย็น และรัดหน้าเรื่อยๆนะคะทุกคน (ไม่ได้เป๊ะมากเท่าช่วงแรก แต่ยังทำค่ะ) และก็พยายามขยับตัวเพื่อช่วยลดบวมค่ะ

 


ช่วงปลายจมูกก็นิ่มลงบ้างแล้วค่ะ แต่มันก็ยังตึงและแข็งอยู่นะคะ(ยังคงไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนค่ะ5555) ส่วนเจ้าก้อนเนื้อในรูจมูกนั้น 90% ดีขึ้นแล้วค่า ตอนนี้ได้แต่รอให้ปลายจมูกนิ่มลง ไม่แข็งไม่ตึง(อยากบีบสิวเสี้ยน555) เราจะเอาไอซ์แพ็คมาทาบตรงช่วงหน้าแก้มให้ใกล้กับปลายจมูกค่ะ เผื่อทำให้เค้าหายบวมเร็วขึ้น (คิดซะว่ากระชับรูขุมขนไปในตัว อิอิ)


 
ส่วนของตานั้น ทุกคนที่พบเจอคือทักตาเราก่อนเลย(เพราะเดิมทีมันตาชั้นเดียว ตาที่เป็นขีดเดียว - -) จนเพื่อนบางคนที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วยังอยากทำตาม55555 ตรงหัวตาตอนนี้เวลาเช็ดเครื่องสำอางก็ไม่เจ็บเท่าเดิมแล้วค่ะ อาการมันดีขึ้นเรื่อยๆเลย นอกนั้นก็เป็นปกติแล้วค่ะ ฮุฮุ ^w^



♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
46 วันหลังผ่าตัด


 



♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡



 

2 เดือนแล้วค่า


ตอนนี้รู้สึกเวลาเช็ดหน้าไม่ค่อยเจ็บแล้วค่ะ จะมีก็บริเวณตรงโหนกแก้มค่ะ ที่พอกดแล้วยังมีปวดเบา ๆ (แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเช็ด ไปทำอะไรที่หน้าก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะ ปกติเลย~ ) ส่วนแผลที่ไรผมลักษณะผิวนูนเล็กลง แต่ยังเป็นแข็งๆ อยู่ตอนลูบค่ะ

ตอนนี้การเคี้ยวบอกเลยว่าเริ่มกินแอปเปิ้ลแบบไม่ต้องเอาไปปั่นเป็นสมู๊ตตี้ได้แล้วจ้า 
แต่ก็ยังต้องขอเป็นหั่นชิ้นเล็กๆ นะคะ 5555 แต่ก็โอเคสำหรับเรามันทำให้เรารู้ตัวค่ะว่าการเคี้ยวของเรากลับมาเป็นปกติขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ การอ้าปากสำหรับเรา เราว่า 85% ละกันค่ะ



 เวลาอยากจะยิ้มแรง ยิ้มกว้างไรงี้ยังรู้สึกตึงๆอยู่  ยังฉีกยิ้มเต็มที่ไม่ค่อยได้เท่าไรค่ะ กลายเป็นคนยิ้มน้อย ยิ้มอ่อนไปก่อนชั่วคราว555 (ยิ่งถ้าได้ยินเรื่องตลก อยากจะหัวเราะนี่แอบทรมานนะคะ หัวเราะโดยการทำปากจู๋ไปก่อนค่ะ555 ^3^) ช่วงนี้เรายังคงประคบเย็น และรัดหน้าเรื่อยๆนะคะทุกคน (ไม่ได้เป๊ะมากเท่าช่วงแรก แต่ยังทำค่ะ) และก็พยายามขยับตัวเพื่อช่วยลดบวมค่ะ

 


ช่วงปลายจมูกก็นิ่มลงบ้างแล้วค่ะ แต่มันก็ยังตึงและแข็งอยู่นะคะ(ยังคงไม่กล้าบีบสิวเสี้ยนค่ะ5555) ส่วนเจ้าก้อนเนื้อในรูจมูกนั้น 90% ดีขึ้นแล้วค่า ตอนนี้ได้แต่รอให้ปลายจมูกนิ่มลง ไม่แข็งไม่ตึง(อยากบีบสิวเสี้ยน555) เราจะเอาไอซ์แพ็คมาทาบตรงช่วงหน้าแก้มให้ใกล้กับปลายจมูกค่ะ เผื่อทำให้เค้าหายบวมเร็วขึ้น (คิดซะว่ากระชับรูขุมขนไปในตัว อิอิ)


 
ส่วนของตานั้น ทุกคนที่พบเจอคือทักตาเราก่อนเลย(เพราะเดิมทีมันตาชั้นเดียว ตาที่เป็นขีดเดียว - -) จนเพื่อนบางคนที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วยังอยากทำตาม55555 ตรงหัวตาตอนนี้เวลาเช็ดเครื่องสำอางก็ไม่เจ็บเท่าเดิมแล้วค่ะ อาการมันดีขึ้นเรื่อยๆเลย นอกนั้นก็เป็นปกติแล้วค่ะ ฮุฮุ ^w^



♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡
Hello_Hanna
วันนี้ เวลา 10:27 AM
ครบ 3 เดือนแล้วจ้า :)


 



ตอนนี้ใช้ชีวิตเหมือนเดิมแบบปกติมากค่ะ แต่อาการบวมเราว่ายังคงเหลืออยู่นะคะ ยังมีไต ๆแข็ง ๆบ้างค่ะ 5555
การอ้าปาก ก็อ้าปากได้เต็มที่แล้ววว(แต่ตอนอ้ามันรู้สึกตึง ๆนิดนึง แต่ก็อ้ากว้างได้แล้ว ฮี่ ๆ)
การกินอาหาร การเคี้ยวก็ปกติแล้วค่ะ กินของแข็งของเหนียวได้แล้วนะคะ
ตอนเคี้ยวก็ไม่เมื่อยกรามเหมือนช่วงแรกแล้วด้วย

เวลาเช็ดหน้าตอนนี้เราว่าไม่เหลืออาการเจ็บแบบช่วงก่อนนี้แล้วค่ะ
แผลไรผมก็เช่นกัน แทบจะเรียบไปหมดแล้วววว

เพิ่งได้มาสำรวจบริเวณแผลหลังหู คือแผลเรียบเป็นปกติ จนลืมนึกถึงไปเลยว่าหลังหูก็โดนกรีดเอากระดูกไปทำจมูก 555 อ่อแต่ว่าช่วงที่เอาที่รัด รัดหน้า อาจจะมีเจ็บตรงแผลหลังหูอยู่บ้างนะคะ แต่ถ้าไม่ไปโดน ไม่ไปยุ่งกับเค้า ก็ปกติเลยค่ะ



 


จมูกช่วงปลาย ๆเริ่มนิ่มแล้วค่า (ตอนนี้เราเริ่มกล้าบีบสิวเสี้ยนจมูกแล้วค่ะ  แต่ใช้คัตตอนบัตช่วยนะคะ555555) ก้อนเนื้อที่บวมในรูจมูกก็หายไปแล้วด้วย ^w^ (แต่ติดนิสัยปั่นจมูกบ่อยไปแล้วจริง ๆ ค่ะ พกคัตตอนบัตติดตัวตลอดเลย5555)

ส่วนของตา บอกเลยว่าตอนนี้ประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ๆค่ะ >w<
กรี้ดดดดดดด ชั้นตามันธรรมชาติมาก ๆเลยค่ะ เราว่าตาเราตอนนี้เข้าที่ปกติแล้วค่ะ ไม่บวม(คิดว่าไม่เหลือความบวมแล้วน๊า) ไม่มีอาการเจ็บตรงหัวตาแล้วด้วย

อ่ออ สิ่งที่เรารู้สึกได้ตั้งแต่ทำตามาอีกอย่าง คือเดิมเราเป็นคนตาชั้นเดียว เมื่อก่อนตอนตาชั้นเดียวเวลาปัดมาสคาร่าหรือดัดขนตา มันแทบไม่มีผลเลยค่ะทุกคน
 เพราะสุดท้ายด้วยความตาชั้นเดียวบวกกับอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดัดขนตายังไง ปัดมาสคาร่าดีๆ อันไหน ก็ไม่ช่วยอะไรเลย T^T  ทำไงก็ดูเป็นคนขนตาน้อยหรือเกือบไม่มีขนตา

จนตอนนี้หลังจากทำการปรับกล้ามเนื้อตา(ไม่กรีด)+เปิดหัวตามา เวลาเราดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเรารู้สึกว่ามันเห็นแผงขนตาเราชัดขึ้นค่ะ(ไม่ต้องไปต่อขนตาปลอมแล้วววว 555) เวลากรีดอายไลน์เนอร์ก็ง่ายค่ะ ไม่ต้องถมซับถมซ้อน(ใครตาชั้นเดียวตอนกรีดอายไลน์เนอร์นี่ทมหนักมากค่ะ แงง)


 อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราตัดสินใจถูกมากๆที่ทำตาสองชั้น เพื่อนบางคนทักว่าไปต่อขนตามารึเปล่าด้วยค่ะ55555 (ร้านต่อขนตาปลอมเธอจะไม่ได้เงินจากฉันอีกต่อไปแล้ววว) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับทรงตาแต่ละบุคคลด้วยนะค๊า


 ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;)
Hello_Hanna หน้าตาธรรมดา กระทู้: 10
ครบ 3 เดือนแล้วจ้า :)


 



ตอนนี้ใช้ชีวิตเหมือนเดิมแบบปกติมากค่ะ แต่อาการบวมเราว่ายังคงเหลืออยู่นะคะ ยังมีไต ๆแข็ง ๆบ้างค่ะ 5555
การอ้าปาก ก็อ้าปากได้เต็มที่แล้ววว(แต่ตอนอ้ามันรู้สึกตึง ๆนิดนึง แต่ก็อ้ากว้างได้แล้ว ฮี่ ๆ)
การกินอาหาร การเคี้ยวก็ปกติแล้วค่ะ กินของแข็งของเหนียวได้แล้วนะคะ
ตอนเคี้ยวก็ไม่เมื่อยกรามเหมือนช่วงแรกแล้วด้วย

เวลาเช็ดหน้าตอนนี้เราว่าไม่เหลืออาการเจ็บแบบช่วงก่อนนี้แล้วค่ะ
แผลไรผมก็เช่นกัน แทบจะเรียบไปหมดแล้วววว

เพิ่งได้มาสำรวจบริเวณแผลหลังหู คือแผลเรียบเป็นปกติ จนลืมนึกถึงไปเลยว่าหลังหูก็โดนกรีดเอากระดูกไปทำจมูก 555 อ่อแต่ว่าช่วงที่เอาที่รัด รัดหน้า อาจจะมีเจ็บตรงแผลหลังหูอยู่บ้างนะคะ แต่ถ้าไม่ไปโดน ไม่ไปยุ่งกับเค้า ก็ปกติเลยค่ะ



 


จมูกช่วงปลาย ๆเริ่มนิ่มแล้วค่า (ตอนนี้เราเริ่มกล้าบีบสิวเสี้ยนจมูกแล้วค่ะ  แต่ใช้คัตตอนบัตช่วยนะคะ555555) ก้อนเนื้อที่บวมในรูจมูกก็หายไปแล้วด้วย ^w^ (แต่ติดนิสัยปั่นจมูกบ่อยไปแล้วจริง ๆ ค่ะ พกคัตตอนบัตติดตัวตลอดเลย5555)

ส่วนของตา บอกเลยว่าตอนนี้ประทับใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ๆค่ะ >w<
กรี้ดดดดดดด ชั้นตามันธรรมชาติมาก ๆเลยค่ะ เราว่าตาเราตอนนี้เข้าที่ปกติแล้วค่ะ ไม่บวม(คิดว่าไม่เหลือความบวมแล้วน๊า) ไม่มีอาการเจ็บตรงหัวตาแล้วด้วย

อ่ออ สิ่งที่เรารู้สึกได้ตั้งแต่ทำตามาอีกอย่าง คือเดิมเราเป็นคนตาชั้นเดียว เมื่อก่อนตอนตาชั้นเดียวเวลาปัดมาสคาร่าหรือดัดขนตา มันแทบไม่มีผลเลยค่ะทุกคน
 เพราะสุดท้ายด้วยความตาชั้นเดียวบวกกับอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ดัดขนตายังไง ปัดมาสคาร่าดีๆ อันไหน ก็ไม่ช่วยอะไรเลย T^T  ทำไงก็ดูเป็นคนขนตาน้อยหรือเกือบไม่มีขนตา

จนตอนนี้หลังจากทำการปรับกล้ามเนื้อตา(ไม่กรีด)+เปิดหัวตามา เวลาเราดัดขนตาและปัดมาสคาร่าเรารู้สึกว่ามันเห็นแผงขนตาเราชัดขึ้นค่ะ(ไม่ต้องไปต่อขนตาปลอมแล้วววว 555) เวลากรีดอายไลน์เนอร์ก็ง่ายค่ะ ไม่ต้องถมซับถมซ้อน(ใครตาชั้นเดียวตอนกรีดอายไลน์เนอร์นี่ทมหนักมากค่ะ แงง)


 อันนี้เป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราตัดสินใจถูกมากๆที่ทำตาสองชั้น เพื่อนบางคนทักว่าไปต่อขนตามารึเปล่าด้วยค่ะ55555 (ร้านต่อขนตาปลอมเธอจะไม่ได้เงินจากฉันอีกต่อไปแล้ววว) แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นกับทรงตาแต่ละบุคคลด้วยนะค๊า


 ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;) ;)
1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้