เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
รีวิวเสริมจมูก
ดูดไขมันทั้งตัว เปลี่ยนสาวร่างใหญ่ให้เป็นสาวร่างเพียว
ตอบ1 อ่าน60
yuna.jjue
27 พฤศจิกายน 2019
ก่อนผ่าตัด

สวัสดีค่ะ ชื่อจือ อายุ 27ปี
วันนี้จะมาเล่า ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ของเราให้ฟังในแบบฐานะคนไข้นะคะ จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามกันด้วยน้า ~~~

 


ต้องเล่าก่อนว่าพื้นฐานเราเป็นคนสูง 172cm น้ำหนักก่อนจะอยุ่ที่ประมาณ 60kg ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ  แต่รู้สึกว่าตัวเราเหมือนยักษ์เลย 5555  โดยส่วนตัวชอบออกกำลังกายประจำค่ะ
สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงต้นแขน ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเลยทีเดียว  เวลาถ่ายรูปต้องหาอะไรมาปิดแขนตลอด (ก็มันไม่มั่นใจอ่ะ)  :-[

 



จึงตัดสินใจดูดไขมันช่วงแขนอย่างเดียวที่คลินิกในไทยค่ะ แต่แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็คือ แผลเป็นที่ใหญ่และมีสีดำตรงข้อศอก ทั้งสองข้างรู้สึกเป็นตราบาปติดตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮือT.T

 


เราจะไม่โทษใคร เพราะเราอาจจะดูแลรักษาแผลตรงนั้นได้ไม่ดีพอ แก้ไขด้วยการเลเซอร์ก็แล้ว ฉีดยาคีรอยด์ก็แล้ว มันก็ไม่หายค่ะ  จากนั้นมาเราจึงตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไม่ทำศัลยกรรมที่เมืองไทยอีกแล้วค่ะ

 


นานวันเข้า2-3ปีถัดมา เรามีวงเวียนชีวิตตามลูปเดิมๆ รวมถึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้น ปริมาณไขมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะช่วงต้นขา รอบเอว และช่วงท้องน้อยใต้สะดือจากที่มีอยู่ก่อนแล้ว
พออายุมากขึ้น พยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็ไม่ค่อยลด จะต้องทำอะไรกับมันซักอย่างแล้วละ!!!! 

yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 2
ก่อนผ่าตัด

สวัสดีค่ะ ชื่อจือ อายุ 27ปี
วันนี้จะมาเล่า ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมครั้งใหญ่ของเราให้ฟังในแบบฐานะคนไข้นะคะ จะเป็นอย่างไรบ้าง ติดตามกันด้วยน้า ~~~

 


ต้องเล่าก่อนว่าพื้นฐานเราเป็นคนสูง 172cm น้ำหนักก่อนจะอยุ่ที่ประมาณ 60kg ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ  แต่รู้สึกว่าตัวเราเหมือนยักษ์เลย 5555  โดยส่วนตัวชอบออกกำลังกายประจำค่ะ
สิ่งที่กังวลมากที่สุดก็คือ ช่วงต้นแขน ไม่กล้าใส่เสื้อแขนกุดเลยทีเดียว  เวลาถ่ายรูปต้องหาอะไรมาปิดแขนตลอด (ก็มันไม่มั่นใจอ่ะ)  :-[

 



จึงตัดสินใจดูดไขมันช่วงแขนอย่างเดียวที่คลินิกในไทยค่ะ แต่แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็คือ แผลเป็นที่ใหญ่และมีสีดำตรงข้อศอก ทั้งสองข้างรู้สึกเป็นตราบาปติดตัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ฮือT.T

 


เราจะไม่โทษใคร เพราะเราอาจจะดูแลรักษาแผลตรงนั้นได้ไม่ดีพอ แก้ไขด้วยการเลเซอร์ก็แล้ว ฉีดยาคีรอยด์ก็แล้ว มันก็ไม่หายค่ะ  จากนั้นมาเราจึงตั้งใจไว้เลยว่าเราจะไม่ทำศัลยกรรมที่เมืองไทยอีกแล้วค่ะ

 


นานวันเข้า2-3ปีถัดมา เรามีวงเวียนชีวิตตามลูปเดิมๆ รวมถึงไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย น้ำหนักจึงเพิ่มขึ้น ปริมาณไขมันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนค่ะ
โดยเฉพาะช่วงต้นขา รอบเอว และช่วงท้องน้อยใต้สะดือจากที่มีอยู่ก่อนแล้ว
พออายุมากขึ้น พยายามออกกำลังกายเท่าไหร่ ก็ไม่ค่อยลด จะต้องทำอะไรกับมันซักอย่างแล้วละ!!!! 

yuna.jjue
04 ธันวาคม 2019
ปรึกษาคุณหมอ และเข้าผ่าตัด >.<

 


ด้วยความที่เราทำงานเกี่ยวกับความสวยงาม สิ่งแรกเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
เราเลยลองไปปรึกษาคุณหมอ โนยงจุน คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน ทำหน้าอก ลิฟติ้ง คุณหมอได้แนะนำดังรายการต่อไปนี้

- ดูดไขมันเหนียง และกรอบหน้า
- ดูดไขมันทั้งตัว [หน้าท้อง รอบเอว ช่วงรักแร้ ต้นแขน (งานแก้) ต้นขา]

คุณหมอลองประเมินแล้ว ช่วงหน้าท้องที่เรากังวลมากที่สุดนั้น มีไขมันที่สะสมในช่องท้องมากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง  ไขมันส่วนนั้นไม่สามารถเอาออกได้ด้วยการดูดค่ะ ขนตาปลอมังพูดติดตลกว่า “ถ้าให้หมอเอาไขมันสะสมในช่องท้องออก ตายแน่นอนจ้า ><”  เราต้องลดการบริโภคอาหารพวกไขมัน น้ำตาล แอลกอฮอร์ และออกกำลังกายร่วมด้วย  แต่ในส่วนที่ดูดออกได้คุณหมอจะเอาออกให้ได้มากที่สุดแล้วกัน

 แต่ยังไง ต้ อ ง อ อ ก กำ ลั ง ก า  ย ด้ ว ย นะ  !!!
คุณหมอเน้นคำนี้กับเรารอบที่3 ค่ะ …….  โอเคค่ะ คุณหมอ  -3-

 


คุณหมอโนยงจุนค่า

   ก่อนออกจากห้องปรึกษา ด้วยความที่เราไม่ชอบแผลเป็นที่เกิดจากการดูดไขมันที่ผิดพลาด เราเลยลองปรึกษาคุณหมอโนว่ามีวิธีใดบ้างไหมที่จะสามารถทำให้แผลเป็นดูดีขึ้น คุณหมอเลยสัญญาว่าจะตัดเนื้อบางส่วนและเย็บเก็บให้สวยกว่านี้ให้ เอาจริงๆแล้วเราปลื้มมากเลยค่ะ เพราะเราเหมือนมีปมกับบริเวณรอยนี้มานานมาก อยากให้มันหายไป

 


  ปรึกษาเสร็จ ถึงขั้นเตรียมตัวผ่าตัด การผ่าตัดเริ่มเวลาบ่ายโมงค่ะ เราจะต้องเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมให้ เป็นชุดกราวน์ และรองเท้าสลิปเปอร์ ถอดเสื้อชั้นในออก ส่วนกกน. คนที่ดูดไขมันจะต้องเปลี่ยนเป็นกางเกงในกระดาษด้วยนะคะ ( หวิวๆ ช่วงล่างนิดหน่อย แต่สบายมากค่ะ) (ภาพ1)
ทางล่ามจะมีการตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาผ่าตัดตามเวลาที่นัดหมายไว้ เราเดินเข้าห้องผ่าตัดอย่างชิวๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการวางยาสลบครั้งแรก แต่มั่นใจในทีมแพทย์และคุณหมอวิสัญญีค่ะ


*บรรยากาศในห้องผ่าตัด *

  เมื่อเดินเข้าไป พยาบาลจะวัดตัวเราเพื่อตัดทำชุดรัดกระชับ (ชุดนี้เราจะต้องใส่ต่อไปอย่างน้อย 2 เดือนค่ะ) จากนั้น พยาบาลคล่องแคล่วมาก อีกคนจับเจาะสายน้ำเกลือ อีกคนวัดความดัน อีกคนทายาฆ่าเชื้อ ไม่ถึง 5 นาที คุณหมอวิสัญญีเดินเข้ามาค่ะ สั่งให้พยาบาลฉีดยาเข้าเส้น ไม่ถึง 5วิค่ะ zzzzzzzZZZ
 ลืมตาอีกที เสียงพยาบาลบอกว่า “เราจะย้ายไปห้องพักฟื้นได้แล้วนะคะ” เสร็จแล้วหรอเนี่ย รวดเร็วมากกกก
ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้วค่ะ แต่ตาลืมไม่ขึ้นจริงๆ เราถูกให้นั่งรถเข็นออกมา และขึ้นไปนอนพักที่ห้องพักฟื้นค่ะ


 


แอบมองนาฬิกา เป็นเวลา 1ทุ่มพอดีค่ะ  แสบคอจากท่อหายใจที่สอดลงคอ แต่พอทนได้ค่ะ
เริ่มหิวน้ำแล้ว แต่เรายังทานไม่ได้ไปอีก 3ชั่วโมง ถ้าทานได้เมื่อ
ไหรพยาบาลจะนำมาวางให้ค่ะ ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใดเลย ชิวมาก แค่รู้สึกว่าง่วงนอนเฉยๆ  พี่พยาบาลจะเข้ามาดูแลเรา24 ชม. คอยเปลี่ยนถุงน้ำเกลือ เติมยา วัดความดัน ดูว่าเราเป็นไข้ไหม

 


อีกอย่างเราคนที่ดูดไขมันทั้งตัว จะมีท่อปัสสาวะสอดไว้นะคะ สามารถนอนฉี่ที่เตียงได้เลย บางคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเป็นกังวลว่าจะเจ็บหรือเปล่า รู้สึกหน่วงๆท้องนิดนึง แต่ทนไหวค่ะ เราก็กลัวเหมือนกัน แต่พอจริงๆแล้วไม่รู้สึกว่าเจ็บ หรือไม่สะดวกแต่อย่างใดนะคะ สบายๆค่ะ 

yuna.jjue หน้าตาธรรมดา กระทู้: 2
ปรึกษาคุณหมอ และเข้าผ่าตัด >.<

 


ด้วยความที่เราทำงานเกี่ยวกับความสวยงาม สิ่งแรกเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
เราเลยลองไปปรึกษาคุณหมอ โนยงจุน คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน ทำหน้าอก ลิฟติ้ง คุณหมอได้แนะนำดังรายการต่อไปนี้

- ดูดไขมันเหนียง และกรอบหน้า
- ดูดไขมันทั้งตัว [หน้าท้อง รอบเอว ช่วงรักแร้ ต้นแขน (งานแก้) ต้นขา]

คุณหมอลองประเมินแล้ว ช่วงหน้าท้องที่เรากังวลมากที่สุดนั้น มีไขมันที่สะสมในช่องท้องมากกว่าไขมันใต้ผิวหนัง  ไขมันส่วนนั้นไม่สามารถเอาออกได้ด้วยการดูดค่ะ ขนตาปลอมังพูดติดตลกว่า “ถ้าให้หมอเอาไขมันสะสมในช่องท้องออก ตายแน่นอนจ้า ><”  เราต้องลดการบริโภคอาหารพวกไขมัน น้ำตาล แอลกอฮอร์ และออกกำลังกายร่วมด้วย  แต่ในส่วนที่ดูดออกได้คุณหมอจะเอาออกให้ได้มากที่สุดแล้วกัน

 แต่ยังไง ต้ อ ง อ อ ก กำ ลั ง ก า  ย ด้ ว ย นะ  !!!
คุณหมอเน้นคำนี้กับเรารอบที่3 ค่ะ …….  โอเคค่ะ คุณหมอ  -3-

 


คุณหมอโนยงจุนค่า

   ก่อนออกจากห้องปรึกษา ด้วยความที่เราไม่ชอบแผลเป็นที่เกิดจากการดูดไขมันที่ผิดพลาด เราเลยลองปรึกษาคุณหมอโนว่ามีวิธีใดบ้างไหมที่จะสามารถทำให้แผลเป็นดูดีขึ้น คุณหมอเลยสัญญาว่าจะตัดเนื้อบางส่วนและเย็บเก็บให้สวยกว่านี้ให้ เอาจริงๆแล้วเราปลื้มมากเลยค่ะ เพราะเราเหมือนมีปมกับบริเวณรอยนี้มานานมาก อยากให้มันหายไป

 


  ปรึกษาเสร็จ ถึงขั้นเตรียมตัวผ่าตัด การผ่าตัดเริ่มเวลาบ่ายโมงค่ะ เราจะต้องเปลี่ยนชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมให้ เป็นชุดกราวน์ และรองเท้าสลิปเปอร์ ถอดเสื้อชั้นในออก ส่วนกกน. คนที่ดูดไขมันจะต้องเปลี่ยนเป็นกางเกงในกระดาษด้วยนะคะ ( หวิวๆ ช่วงล่างนิดหน่อย แต่สบายมากค่ะ) (ภาพ1)
ทางล่ามจะมีการตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาผ่าตัดตามเวลาที่นัดหมายไว้ เราเดินเข้าห้องผ่าตัดอย่างชิวๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นการวางยาสลบครั้งแรก แต่มั่นใจในทีมแพทย์และคุณหมอวิสัญญีค่ะ


*บรรยากาศในห้องผ่าตัด *

  เมื่อเดินเข้าไป พยาบาลจะวัดตัวเราเพื่อตัดทำชุดรัดกระชับ (ชุดนี้เราจะต้องใส่ต่อไปอย่างน้อย 2 เดือนค่ะ) จากนั้น พยาบาลคล่องแคล่วมาก อีกคนจับเจาะสายน้ำเกลือ อีกคนวัดความดัน อีกคนทายาฆ่าเชื้อ ไม่ถึง 5 นาที คุณหมอวิสัญญีเดินเข้ามาค่ะ สั่งให้พยาบาลฉีดยาเข้าเส้น ไม่ถึง 5วิค่ะ zzzzzzzZZZ
 ลืมตาอีกที เสียงพยาบาลบอกว่า “เราจะย้ายไปห้องพักฟื้นได้แล้วนะคะ” เสร็จแล้วหรอเนี่ย รวดเร็วมากกกก
ตอนนั้นรู้สึกตัวแล้วค่ะ แต่ตาลืมไม่ขึ้นจริงๆ เราถูกให้นั่งรถเข็นออกมา และขึ้นไปนอนพักที่ห้องพักฟื้นค่ะ


 


แอบมองนาฬิกา เป็นเวลา 1ทุ่มพอดีค่ะ  แสบคอจากท่อหายใจที่สอดลงคอ แต่พอทนได้ค่ะ
เริ่มหิวน้ำแล้ว แต่เรายังทานไม่ได้ไปอีก 3ชั่วโมง ถ้าทานได้เมื่อ
ไหรพยาบาลจะนำมาวางให้ค่ะ ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใดเลย ชิวมาก แค่รู้สึกว่าง่วงนอนเฉยๆ  พี่พยาบาลจะเข้ามาดูแลเรา24 ชม. คอยเปลี่ยนถุงน้ำเกลือ เติมยา วัดความดัน ดูว่าเราเป็นไข้ไหม

 


อีกอย่างเราคนที่ดูดไขมันทั้งตัว จะมีท่อปัสสาวะสอดไว้นะคะ สามารถนอนฉี่ที่เตียงได้เลย บางคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเป็นกังวลว่าจะเจ็บหรือเปล่า รู้สึกหน่วงๆท้องนิดนึง แต่ทนไหวค่ะ เราก็กลัวเหมือนกัน แต่พอจริงๆแล้วไม่รู้สึกว่าเจ็บ หรือไม่สะดวกแต่อย่างใดนะคะ สบายๆค่ะ 

1

Navigation


Who is online
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูบอร์ดนี้