เข้าสู่ระบบ

หรือ

คงสถานะการเข้าระบบไว้ตลอด
แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Tansmallroom
1 2 3 ... 207


เชิญชม.


Cr : ndmikkiholic


รายการข่าวของสถานีโทรทัศน์เอ็มบีซี จากเกาหลีใต้ เปิดเผยเรื่องราวน่าตกใจเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) เกี่ยวกับผับชื่อ เบิร์นนิ่ง ซัน และ คลับอารีนา ที่นายอี ซึง-ฮยอน หรือ ซึงรี อดีตสมาชิกวงบิ๊กแบง เคยมีชื่อเป็นผู้บริหาร ว่าสถานบันเทิงเหล่านี้มีห้องลับเฉพาะให้ลูกค้าคนสำคัญเข้าไปเสพยา กระทำความรุนแรงทางเพศต่อเยาวชน บังคับผู้หญิงใช้สารเสพติด และการถ่ายคลิปการทรมานร่างกายอย่างโหดเจิ๋ม้ยม
บาทหลวงแฉผับค้ากามเยาวชน

เอ็มบีซีเผยว่า บาทหลวงจู วอน-คยู เคยปลอมตัวเข้าไปทำงานในสถานบันเทิงหนึ่งจาก 2 แห่งนี้ พบว่า มีการค้ากามเยาวชน ซึ่งบาทหลวงรายนี้ยังเคยช่วยเยาวชนหญิง 2 รายออกมา ซึ่งทั้งคู่มีสภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ย่ำแย่ โดยหนึ่งในนั้นมีบาดแผลที่เหมือนกับทหารที่ไปออกรบ ขณะที่เยาวชนหญิงอีกคนทำแท้งมาแล้วหลายครั้ง จากการให้บริการในสถานบันเทิงฉาวแห่งดังกล่าว จนทำให้มดลูกเสียหายหนัก
ติดสินบนตำรวจ

บาทหลวงรายนี้บอกว่า เรื่องราวทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทรมาน การค้ากาม และการก่ออาชญากรรม ต้องเป็นเก็บความลับ เพราะแม้จะรายงานให้ตำรวจทราบ แต่ตำรวจก็แค่มาตรวจ แต่ไม่เข้าไปในสถานบันเทิงเพื่อตรวจสอบสถานการณ์เลย

สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวคาดว่า ผู้บริหารสถานบันเทิงเหล่านี้ให้เงินสินบนและให้บริการทางเพศแก่ตำรวจ เพื่อแลกกับการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นด้านใน
ทีมงานทำลายหลักฐาน

เอ็มบีซีเผยอีกว่า ผับเบิร์นนิ่งซันยังมีทีมงานที่คอยเก็บกวาดยาเสพติดและเลือด ที่เกิดจากการทรมานเหยื่อและการทารุณในรูปแบบต่างๆ เพื่อไม่ให้มีหลักฐานใดๆ หลงเหลือ แม้แต่กระดาษทิชชูและเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด
ถ่ายคลิปซาดิสต์

ทีมงานคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ว่า การเก็บกวาดเลือดนั้นใช้วิธีการเดียวกับทีมนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจใช้ ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษ และมีอยู่ครั้งหนึ่ง ตนไปทำความสะอาดห้องดังกล่าวเมื่อเวลา 06.00 น. ซึ่งตอนนั้นผับยังไม่เลิก และเห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งนอนเลือดออกไม่ได้สติ แต่ก็มีชายคนหนึ่ง ซึ่งตนคาดว่าน่าจะเป็นหมอ กำลังถ่ายคลิปผู้หญิงคนนั้น และกล่าวว่า "เลือดออกแล้ว โคตรเด็ดเลย"


ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Asian Junkie,SBS Australia
ภาพ :GettyImages


งานเข้าแบบเต็มๆ เลยทีเดียวสำหรับ กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ หลังถูกโยงไปข้องเกี่ยวกับประเด็นอาหารเสริมที่ ปู ไปรยา เป็นอดีตพรีเซนเตอร์ที่มี ดีเจมะตูม เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ปมดราม่าดึงเข้ามาเอี่ยวด้วยเกิดจากดีเจคนดังได้โพสต์ภาพเดี่ยวของตัวเอง พร้อมกับสติกเกอร์มองบน ในเวลาใกล้เคียงกับช่วงมีข่าวคราว จากนั้น กุ๊บกิ๊บ ได้เข้าไปคอมเมนต์ด้วยสติกเกอร์รูปเดียวกัน จนมีผู้ติดตามเข้าไปแสดงความคิดเห็นในทำนองว่า อยากให้ทั้งคู่เลิกปลอม เพราะคนเกลียดครึ่งประเทศแล้ว

เรียกว่าบานปลายแบบไม่ตั้งใจ ภาพและข้อความดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียล จน กุ๊บกิ๊บ ไม่อาจจะนิ่งเฉยได้ต้องออกมาชี้แจงเป็นการด่วนเลยทีเดียว โดยบอกว่า




ล่าสุด ปู ไปรยา ได้เข้ามาตอบคอมเมนต์ข้อความชี้แจงของ กุ๊บกิ๊บ โดยเอ่ยขอโทษพร้อมกับบอกว่าเข้าใจว่า กุ๊บกิ๊บ ไม่ได้หมายถึงตนเอง และขอบคุณที่ กุ๊บกิ๊บ พยายามแสดงความคิดเห็นแบบจริงใจในอินสตาแกรมของตนเอง

ด้าน กุ๊บกิ๊บ ก็ได้เข้ามาเขียนความในใจตอบกลับ ปู ไปรยา โดยระบุว่าไม่อยากให้ ปู เกิดการเข้าใจผิด นั่นคือเหตุผลที่ทำไมถึงต้องเข้าไปเขียนคอมเมนต์ เพราะ ปู เป็นคนที่น่ารักมาก




มิตรภาพของคนวงการบันเทิงยังคงน่ารักเสมอนะจ๊ะ

ขอขอบคุณ
ภาพ :gggubgib36


เคยไหมโดนเพื่อนล้อจนท้อใจไม่มีความสุขกับชีวิตที่ต้องเจอผู้คน "น้องตุ๊กตา พรพนา นิ่มใหม่" เธอคนนี้คืออีกผู้หญิงแท้ๆ ที่มีปัญหาบนใบหน้าโหนกใหญ่ผิดรูป ไม่เท่ากัน ถึงขนาดโดนล้อว่าเป็นสาวประเภทสอง

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ตุ๊กตาเกิดอาการผอมลง จากน้ำหนักในช่วงแรกอยู่ที่ 52 กิโลกรัม ลดลงมาเหลือ 47 กิโลกรัม จากนั้นเธอก็ได้ไปทำการจัดฟันเพื่อคิดว่าจะแก้ปัญหาเรื่องกรามให้ลดลงได้  แต่แล้วกลับอาการแย่ลง ยิ่งทำให้ใบหน้าตอบลงอีก จนทำให้คนรอบข้างเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเธอนั้นเป็นกะเทยหรือผู้หญิงกันแน่




เพื่อนๆ เปลี่ยนชื่อตุ๊กตา ว่าเป็น "อีเทือง"  กันหมด ทำให้เธอเสียใจ แต่หลังจากที่ตุ๊กตาได้มาสมัครรายการ Let Me In Thailand ซีซั่น 3 และได้รับการคัดเลือกให้ตุ๊กตาได้มีชีวิตใหม่  ทำให้เธอดีใจมาก

โดยสาวตุ๊กตาได้ให้สัมภาษณ์ว่า "รายการ Let Me In Thailand  ไม่ใช่แค่ทำให้ชีวิตตุ๊กตาดีขึ้นเท่านั้น  แต่เป็นรายการที่ยังให้ความสุข  ซึ่งความสุขนี้ไม่ใช่แค่ให้ตุ๊กตาคนเดียว  แต่ยังได้ให้ความสุขกับคนรอบข้างของตุ๊กตาด้วย  โดยเฉพาะกับคุณพ่อ คุณแม่ของตุ๊กตาที่ท่านดีใจมากๆ ทำให้หนูไม่ได้เป็นอีเทืองอีกแล้ว  คนรอบข้างรู้สึกดีใจไปกับเราด้วยค่ะ"

ช่วงชีวิตที่ผ่านมาของตุ๊กตา  นอกจากคุณพ่อ คุณแม่แล้ว  ก็ยังมีพี่ชายอีก 2 คน  โดยที่ผ่านมา คุณพ่อของตุ๊กตาทำหน้าที่หาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด ส่วนตุ๊กตาเริ่มหารายได้พิเศษจากการเป็น  แดนเซอร์ มาตั้งแต่ ม. 2  หาเงินส่งเสียตัวเองเรียน จนจบปริญญาตรี คณะบัญชี 




สิ่งที่ตุ๊กตาใฝ่ฝันและเป้าหมายหลังจากทำศัลยกรรมมาแล้ว คือ  หลังจากที่ตุ๊กตาสามารถคว้า ปริญญาตรีมาได้สำเร็จ เธอก็ใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าวงการบันเทิง เพียงเพราะอยากให้ครอบครัวเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น อยากมีบ้านที่สามารถมีห้องให้ พี่ๆและน้องๆ ได้มีห้องนอนแบบแยกห้องกันอยู่  ไม่ใช่มีห้องโดยใช้วิธีการเอาตู้เสื้อผ้ามาแบ่งคั่นเพื่อเป็นห้องเท่านั้น เพียงแค่นี้ตุ๊กตาก็ดีใจแล้ว

เมื่อได้รับการคัดเลือก "ตุ๊กตา" ไปรับการดูแลโดยทีมแพทนย์จากเกาหลี  เธอผ่าตัดกราม จัดฟัน ผ่าตัดคางให้ออกมาเพื่อที่จะให้ดูมิติ การผ่าตัดปรับสมดุลของใบหน้าให้เท่ากัน มีการฉีดไขมันบนใบหน้าให้เพียงพอ การผ่าตัดจะมุ่งเน้นการปรับสมดุลของใบหน้าโดยการผ่าตัดกระดูก




และนี่คือเรื่องจริงกับชีวิตของ "ตุ๊กตา พรพนา นิ่มใหม่" Let Me In Thailand Season 3 คนที่ 7 ที่มาพร้อมความสวยขึ้นจนสร้างความมั่นใจให้กับเธอ ตามลุ้นกันต่อว่าใครจะได้เป็นผู้โชคดีได้เปลี่ยนลุคคนต่อไป ในรายการ Let me In Thailand Season 3 BIG CHANGE ทุกวันอังคาร เวลา 2 ทุ่ม 15  ทางช่องเวิร์คพอยท์ ช่อง 23

ขอขอบคุณ
ภาพ :letmeinthailand,ตุ๊กตา น้องหนวด


หากจะคุยกันเรื่องศัลยกรรมแล้วละก็ ต้องนึกถึงดาราก่อน เพราะสมัยนี้ "ศัลยกรรม" เป็นอะไรที่ทำได้ง่ายมากๆ แต่สำหรับดาราบางคนนั้นก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำศัลยกรรมนะคะ แต่เพราะว่ามีเหตุจำเป็นนั้นเอง และวันนี้เราจะพาสาวๆ มาส่อง 5 ดาราดังที่ทำศัลยกรรมเพราะมีเหตุจำเป็น แต่ทำแล้วแบบว่างปัง! สุดๆ มาดูกันดีกว่าว่ามีใครบ้าง



แตงโม นิดา

ใครจะไปรู้ว่าอย่างสาวแตงโมนั้นก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องทำศัลยกรรมเช่นกัน เพราะเมื่ออุบัติเหตุหลายปีก่อน ที่ทำให้เธอนั้นต้องถึงกับโมใบหน้าใหม่ทั้งหน้า ได้ใบหน้าใหม่แต่เค้าโครงหน้าเก่ากลับคืนมา สวยแซ่บเผ็ดกว่าเดิม และผลงานเธอก็ปังสุดๆ ชนิดที่ว่ามาแรงฉุดไม่อยู่จริงๆ สำหรับนางเอกสาวคนนี้ หน้าเป๊ะสุด ๆ



ไอซ์ ปรีชญา

สำหรับสาว "ไอซ์ ปรีชญา" ก็เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่ทำศัลยกรรมเพราะมีเหตุจำเป็น เธอได้เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ค่ะ หากไม่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถสิบล้อเมื่อหลายปีก่อนแล้วล่ะก็ ยังไงเธอก็ไม่ทำศัลยกรรมแน่นอน แต่เอ๊ะ..ทำออกมาแล้วดูดีอะ..แบบว่าหน้าสวย หน้าปัง งานก็ปัง! คือดีอะ



หนิง ปณิตา

อีกหนึ่งดาราสาวที่ในจอจะเป็นนางร้าย แต่นอกจอนั้นใจบุญสุดๆ สำหรับสาว "หนิง ปณิตา" ที่เคยผ่านอุบัติเหตุมาบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปี นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เธอได้ตัดสินใจทำศัลยกรรม โดยเฉพาะกับจมูก ที่ทำมาแล้วกลับไปแก้ไขถึง 7 ครั้งด้วยกัน แต่ว่าทำออกมาแล้วดูดีสุดๆ กลับมาสวยเหมือนเดิม แต่ปัง! กว่าเดิมนะ



บี้ ธรรศภาคย์ หรือ บี้ KPN

สำหรับหนุ่ม "บี้ ธรรศภาคย์" หรือ บี้ KPN นักร้องชื่อดังที่ล่าสุดโกอินเตอร์ไปประเทศจีนเรียบร้อย แต่ใครจะรู้ว่าครั้งหนึ่ง หนุ่มบี้นั้นได้ถูกปล้นชิงทรัพย์ ถูกทำร้ายร่างกายโดยเฉพาะกับใบหน้านั้นยับเยินเลยทีเดียว ทำให้หนุ่มบี้ต้องโมหน้าใหม่โดยเฉพาะจมูก แหม! หน้าใหม่ของฮีนั้น ทำเอาสาวๆ ถึงกับกรี๊ดกันเลยทีเดียว แบบว่าหล่ออะ..หล่อมว้ากด้วยนะ



กันต์ กันตถาวร

ว่าที่สามีแห่งชาติของสาวๆ ทั้งหลายอย่างหนุ่ม "กันต์ กันตถาวร" ก็ยอมรับนะคะว่าได้ทำจมูกมาใหม่เพราะเนื่องจากประสบอุบัติเหตุขั้นรุนแรงที่สุดในชีวิต แต่บอกก่อนเลยนะ หนุ่มกันต์นั้น ตัดสินใจทำจมูกครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความหล่อแต่อย่างใด เพราะว่าฮีนั้นหล่ออยู่แล้ว



ขอขอบคุณ
ข้อมูล : Alone GiRl^^


เป็นอีกหนึ่งรายการประกวดร้องเพลงที่ไม่เหมือนใคร มีจุดเด่นที่น่าติดตามมาก สำหรับ "Diva Makeover เสียงเปลี่ยนสวย" ทางช่องเวิร์คพอยท์ ที่เหล่าผู้เข้าประกวดไม่ได้วัดจากรูปร่างหน้าตาที่เป๊ะอะไรเลย แค่โชว์พลังเสียงอย่างเต็มที่ระดับ DIVA เมื่อผ่านการคัดเลือกก็จะได้มาสวยในรายการ โดยทีมแพทย์แถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ พร้อมกลับมาทำให้สวยหัวจรดเท้ากับทีมเมคโอเวอร์ระดับโลก

ออกอากาศเทปแรก ทำเอาอึ้งจนอ้าปากค้าง เมื่อสาวน้อยวัยเพียง 20 ปี "แนนซี่ ชัชฎาภรณ์ ขุนนารักษ์" มาปล่อยพลังเสียงในเพลงสากล "I’m Not The Only One" จนเสียงของเธอสะกดกรรมการทำให้ผ่านเข้ารอบไป Makeover ที่ประเทศเกาหลี



จากเด็กสาวที่คุณแม่ไม่ยอมให้ออกไปช่วยขายผลไม้ เพราะกลัวลูกอายกับหน้าตาและรูปร่างที่ไม่สวย หลังจากศัลยกรรมปรับลุคตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้ลืมลุคเก่า "อ้วนดำ" ของเธอไปเลย

"แนนซี่" ลดน้ำหนัก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ควบคุมอาหาร ก่อนการไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี พี่โจ้ Surface ยังแนะนำให้เธอเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อผิวหน้าที่ดีขึ้น

การบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี เปลี่ยนลุคให้เธอเป็น DIVA อย่างเต็มตัว แนนซี่ใช้เวลาผ่าตัดถึง 5 ชั่วโมง แต่ก็ออกมาสวยอย่างปลอดภัย พร้อมเสียงที่ทรงพลังเหมือนเดิม จนผ่านเข้ารอบต่อไปเป็นคนแรก

มาร่วมลุ้นว่าใครจะเป็น DIVA คนใหม่ของประเทศไทย! ทุกวันจันทร์ เวลา 20.15 น. ทางช่องเวิร์คพอยท์ ช่อง 23






ขอขอบคุณ
ภาพ :workpoint


"นางแบบ" คืออาชีพที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝัน รวมทั้ง "ป่าน รังศิญาภรณ์ วังบุญ" สาววัย 21 ปี ที่ท้อแต่ไม่ถอย เธอมีปัญหา ฟันไม่ปกติ แต่ไม่ย่อท้อ ตั้งเป้า "ฟันจะไม่ดับฝัน" ผลักดันตัวเอง มุ่งหน้าสู่ แคทวอล์ก ตามที่ฝันไว้ จนได้รับเลือกให้เปลี่ยนลุคทำศัลยกรรมใหม่ กลายเป็น สาว Let Me In Thailand 3 คนที่ 8 ของไทย

ป่านมีปัญหาฟันบนมาครอบฟันล่างสบกันลึก จนทำให้เวลาเธอยิ้ม คนมักมองไม่ค่อยเห็น จะเห็นก็แต่ฟันสองซี่ที่อยู่ด้านบนเท่านั้น จากความผิดปกติของฟัน  ทำให้เวลาป่านไปสมัครหรือไปแคสติ้งงานที่ไหน  ป่านเลือกที่จะไม่ยิ้ม เป็นเพราะต้องการปกปิดความจริงบางอย่าง เพราะป่านรู้ตัวเองดีว่า ถ้าเธอยิ้ม ก็จะทำให้เธอไม่ได้งาน เรียกว่า แคสติ้งอะไรก็ไม่เคยผ่าน ซึ่งป่านก็รู้ว่าปัญหาเกิดจาก "ฟัน" ของเธอนั่นเอง




ปัจจุบัน ป่าน อายุ 21 ปี  กำลังศึกษาคณะเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ ปี 4  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต แม้ป่านจะตั้งใจร่ำเรียนในแวดวงของการทำอาหารทั้งคาวและหวาน  แต่อีกเสี้ยวหนึ่งในใจของเธอ คือความฝันในการเป็น นางแบบ  ป่านมีความฝันมาตั้งแต่อยู่ในชั้นมัธยมศึกษา เธอก็ยังคงไม่ลดละความพยายาม ป่านยังเลือกที่จะหย่อนไปสมัครไปในทุกเวทีที่มีโอกาส แม้จะไม่เคยได้งานอะไรเลยก็ตาม



ฐานะทางบ้านตอนนั้นของป่านก็ไม่ค่อยสู้ดี เพราะหลังจากคุณพ่อเสียไปด้วยโรคมะเร็งตับ ตั้งแต่ป่านยังอยู่ป. 4 ทำให้คุณแม่ต้องรับภาระเลี้ยงลูกสาว 2 คน คุณแม่เกิดอาการท้อ ถึงขั้นอยากตายตามคุณพ่อไป แม้คุณแม่จะไม่เคยพูด แต่ป่านเองก็รู้สึกได้  และยิ่งแย่ลงไปกว่านั้น คือป่านรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระกับทางบ้าน เพราะยิ่งป่านพยายามมากขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายของครอบครัวสูงขึ้น เพราะการเดินทางไปแคสฯ ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกัน ทำให้ป่านตั้งใจที่จะทำฝันในครั้งนี้สำเร็จ



จนสิ่งที่เกินฝันก็ได้เป็นจริง เมื่อ Let Me In Thailand 3  ได้หยิบยื่นโอกาสมาให้ ป่านได้ปรับลุคใหม่ โดยบินไปศัลยกรรมที่เกาหลี ทำตาที่ไม่เท่ากันให้เท่ากัน จากจมูกที่สวยอยู่แล้ว ก็ปรับลดขนาดกระดูกลง ด้านบนของปลายจมูกปรับส่วนที่ยุบเข้าไป ปากบนทั้งหมดที่ยื่นออกมา ทำให้เคลื่อนเข้าไปด้านใน เพื่อทำให้ใบหน้าดูสมส่วนขึ้น ปรับโหนกแก้มและกรามให้ดูเล็กลง ฟันด้านหน้าที่ไม่สบกัน ผ่าตัดแก้ไขปากยื่นและจัดฟัน ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง



ปัจจุบันป่านเกิดความมั่นใจมากขึ้น แม้หนทางข้างหน้าของเธอนั้นยังไม่อาจรู้แน่ชัดว่าจะได้เป็นนางแบบหรือไม่ แต่ตอนนี้เป้าหมายในชีวิตของป่าน นอกจากการคว้าปริญญาตรีมาให้คุณแม่แล้ว  ป่านก็ยังหวังและจะเดินหน้าต่อในการที่อยากจะเป็นนางแบบสู่ระดับโกอินเตอร์ให้ได้

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :IG : xaipan
ภาพ :letmeinthailand,FB :xaipan
1 2 3 ... 207