ปากกระจับ คืออะไร? มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

ปากกระจับ คืออะไร? มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

“ปากกระจับ” เป็นหนึ่งรูปทรงริมฝีปากที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้า ดูอ่อนหวาน และเสริมเสน่ห์ให้รอยยิ้มดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าปากกระจับมีกี่แบบ ควรเลือกทรงไหนให้เหมาะกับรูปหน้า หรือควรเลือกทำด้วยการผ่าตัดหรือฉีดฟิลเลอร์ดี

บทความนี้จาก Naatadee จะพาคุณไปรู้จักกับลักษณะของปากกระจับแต่ละรูปแบบ พร้อมแนะนำผู้ที่เหมาะกับการทำปากกระจับ เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างการผ่าตัดและการฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงตอบคำถามที่พบบ่อย เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกรูปทรงปากที่เหมาะกับตัวเองได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ปากกระจับ คืออะไร?

ปากกระจับ คืออะไร?

ปากกระจับ เป็นรูปทรงริมฝีปากที่มีความโค้งมนและได้สัดส่วน โดยริมฝีปากบนจะมีรอยหยักบริเวณกึ่งกลางอย่างชัดเจน ขณะที่ริมฝีปากล่างมีความอวบอิ่มรับกับรูปปากด้านบน ช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้าโดยรวม

ปัจจุบัน ปากกระจับถือเป็นหนึ่งในรูปทรงปากที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถช่วยปรับบุคลิกให้ดูอ่อนหวาน สดใส และมีเสน่ห์มากขึ้น ทั้งยังสามารถออกแบบรูปทรงให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคลได้อีกด้วย

ทรงปากกระจับ มีกี่แบบ?

ทรงปากกระจับ มีกี่แบบ?

สามารถแบ่งทรงปากกระจับออกเป็น 3 ทรงหลัก ๆ ได้ดังนี้

  1. ปากกระจับเกาหลี
    เป็นทรงปากกระจับที่เหมาะผู้ที่ไม่ต้องการทรงชัดมาก ด้วยทรงกระจับมน ๆ ละมุน อย่างเป็นธรรมชาติ
  2. ปากกระจับปีกนางฟ้า
    เป็นทรงปากกระจับที่จะเห็นกระจับชัดที่สุด ขอบปากมีความคมชัด อิ่มสวย ติ่งของปากบนจะเห็นชัดกว่าปากกระจับเกาหลี ช่วยให้ใบหน้าดูหวาน อ่อนเยาว์ขึ้น
  3. ปากกระจับธรรมชาติ
    เป็นทรงปากกระจับที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจะเน้นความเป็นธรรมชาติ อวบอิ่มแบบพอดีทั้งริมฝีปากบน-ล่าง ทำให้สมดุลและมีมิติแบบพอดีอย่างเป็นธรรมชาติ

5 กลุ่มบุคคลที่เหมาะกับการทำปากกระจับที่สุด?

5 กลุ่มบุคคลที่เหมาะกับการทำปากกระจับที่สุด?

หลายคนอาจกังวลว่าจะเลือกรูปทรงปากแบบไหนให้เข้ากับตัวเองได้มากที่สุด ต้องบอกว่า ปากกระจับจะเหมาะกับคนไข้ที่มีรูปปากหลากหลาย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1. คนที่มี “ปากหนา” หรือ “ปากห้อย”
    คนที่มีปัญหาเนื้อปากหนามาก ริมฝีปากบนและล่างดูไม่เป็นทรง การทำปากด้วยการตัดเนื้อส่วนเกินออกจะช่วยปรับสัดส่วนให้เรียวสวยเข้ากับใบหน้ามากขึ้น
  2. คนที่มี “ปากคว่ำ” หรือ “มุมปากตก”
    คนที่มีปัญหามุมปากคว่ำหรือทิ่มลง ส่งผลทำให้ใบหน้าโดยรวมไม่สดใส ดูเศร้าหมอง ซึ่งการทำจะสามารถช่วยยกมุมปาก ปรับให้ใบหน้าสดใสและเป็นมิตรมากขึ้น
  3. คนที่มี “ปากไม่เท่ากัน”
    คนที่มีปัญหาโครงสร้างของเนื้อริมฝีปากไม่สมส่วนกันทั้งทางด้านซ้าย-ขวา ฝั่งบน-ล่าง ซึ่งส่งผลให้รูปปากดูเบี้ยว ไม่สมมาตร จึงสามารถแก้ไขได้ด้วยการทำศัลยกรรมปาก หรือเติมฟิลเลอร์ปากเพื่อช่วยให้ปากกลับมาสมมาตร
  4. คนที่ต้องการ “ผลลัพธ์แบบถาวร”
    เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่อย่างถาวร ซึ่งแตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ต้องเคยเติมทุก ๆ 6 -12 เดือน การทำศัลยกรรมผ่าตัดปากกระจับเป็นการแก้ไขที่โครงสร้างและคงอยู่ถาวร
  5. คนที่ต้องการ “ปรับโหวงเฮ้งเสริมบุคลิก”
    ตามหลักโหวงเฮ้ง การมีรูปปากที่ได้สัดส่วน ถือเป็นลักษณะปากที่ดี ตามตำราจีนโบราณเชื่อว่าจะสามารถเรียกทรัพย์ เสริมเสน่ห์ จึงจะเหมาะมากสำหรับผู้ที่ต้องใช้ใบหน้าในการทำงาน

ผ่าตัดปากกระจับ VS ฉีดฟีลเลอร์ปากกระจับ ต่างกันอย่างไร?

ผ่าตัดปากกระจับ VS ฉีดฟีลเลอร์ปากกระจับ ต่างกันอย่างไร?

การทำปากกระจับในปัจจุบันสามารถทำได้ด้วย 2 วิธีหลัก ๆ โดยสามารถแบ่งตามความเหมาะสมของรูปปากและความต้องการ ซึ่งจะมีทั้งข้อดี – เสียต่างกัน ดังนี้

  1. การผ่าตัดปากกระจับ (Lip Surgery)
    การผ่าตัดปากกระจับจะเหมาะกับคนที่มีรูปปากหนามาก ๆ ริมฝีปากบนและล่างไม่ได้สัดส่วน ผู้ที่มีมุมปากตก จะใช้การแก้ไขด้วยวิธีการผ่าตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินบริเวณริมฝีปากด้านในออกแล้วจึงจะเย็บแผลให้เป็นรูปทรงกระจับที่ต้องการ พร้อมกับให้ผลลัพธ์ที่ถาวร
  2. การฉีดฟีลเลอร์ปากกระจับ (Filler)
    เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด และผู้ที่มีเนื้อปากบางแต่ต้องการทำให้รูปปากดูอวบอิ่ม โดยการใช้สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด(Hyaluronic Acid) หรือฟิลเลอร์ (Filler) ช่วยปั้นทรงให้รูปปากยกมุม ซึ่งผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวรเหมือนกับการผ่าตัด โดยทั่วไปจะอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเติมเต็มที่ฉีด และเมื่อสารเติมเต็มสลายก็ต้องมาฉีดแต่งทรงใหม่

ดังนั้น การทำหัตถการทั้งสองแบบจึงจะมีความแตกต่างกันในเรื่องของผลลัพธ์ ความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการ โดยจะต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปากกระจับ

ด้านผลลัพธ์ ✨

1) ถ้าปากบางอยู่แล้วสามารถทำปากกระจับได้ไหม?
สามารถทำได้ โดยแพทย์จะประเมินรูปทรงปากเดิมและเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หากมีเนื้อปากค่อนข้างน้อย อาจแนะนำการฉีดฟิลเลอร์ร่วมกับการปรับทรงปาก เพื่อให้ได้รูปปากกระจับที่ดูสมดุลและเป็นธรรมชาติ
2) ทำปากกระจับแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?
หากเป็นการผ่าตัดปากกระจับ ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ถาวร เนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างเนื้อริมฝีปากโดยตรง ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับ ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์และการดูแลหลังทำ
3) ทำปากกระจับแล้วหน้าจะเปลี่ยนไหม?
รูปปากที่ได้สัดส่วนสามารถช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติและสมดุลมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณช่วงล่างของใบหน้า ทำให้ใบหน้าดูหวาน ละมุน หรือดูมีเสน่ห์ขึ้นตามลักษณะทรงปากที่เลือก

ด้านการพักฟื้นและการดูแลตัวเอง🩷

4) หลังทำปากกระจับต้องพักฟื้นกี่วัน?
โดยทั่วไปหลังผ่าตัดปากกระจับจะมีอาการบวมประมาณ 5-7 วัน และเริ่มเข้าที่มากขึ้นภายใน 1-3 เดือน ขณะที่การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับอาจมีอาการบวมเล็กน้อยประมาณ 1-3 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
5) หลังทำปากกระจับควรดูแลตัวเองอย่างไร?
ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารร้อนจัด หรือการใช้ริมฝีปากมากเกินไปในช่วงแรก รวมถึงดูแลความสะอาดภายในช่องปาก รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และเข้าพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

ด้านข้อควรระวัง❗

6) ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำปากกระจับ?
ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณริมฝีปาก ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิดที่ควบคุมอาการไม่ได้ หรือผู้ที่มีภาวะการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษาเพื่อประเมินความเหมาะสม
7) ควรเลือกผ่าตัดปากกระจับหรือฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับดี?
ขึ้นอยู่กับปัญหารูปปากเดิมและผลลัพธ์ที่ต้องการ หากต้องการแก้ไขรูปทรงปากอย่างถาวรและมีเนื้อปากค่อนข้างมาก การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แต่หากต้องการปรับรูปปากแบบไม่ต้องผ่าตัด สามารถเปลี่ยนทรงได้ในอนาคต และพักฟื้นน้อย การฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับอาจตอบโจทย์มากกว่า

ปากกระจับ เสริมเสน่ห์ให้ใบหน้าดูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ

ปากกระจับ เสริมเสน่ห์ให้ใบหน้าดูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ

ปากกระจับเป็นรูปทรงริมฝีปากที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มความละมุนและความสมดุลให้กับใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดปากกระจับเพื่อปรับโครงสร้างอย่างถาวร หรือการฉีดฟิลเลอร์ปากกระจับเพื่อเพิ่มความอวบอิ่มและปรับทรงแบบไม่ต้องผ่าตัด ต่างก็มีข้อดีและความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำปากกระจับ ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อออกแบบรูปทรงปากให้เหมาะกับสัดส่วนใบหน้าและตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลมากที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติและปลอดภัยในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *