เคยไหม? รู้สึกว่าหน้าตัวเองดูเหนื่อย ดูโทรม หรือเหมือนอายุมากขึ้น ทั้งที่ความจริงอายุก็ยังไม่ได้เยอะ ริ้วรอยก็ไม่ค่อยมี แต่ทำไมหน้าดูไม่สดใส ดูเหมือนแก่กว่าวัย บทความนี้ Naatadee จะชวนมาสังเกต 7 จุดบนใบหน้าที่หลายคนอาจมองข้าม พร้อมทำความเข้าใจว่าบริเวณใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างไร และอะไรบ้างที่อาจทำให้เราดูแก่กว่าวัย เพื่อเลือกวิธีดูแลใบหน้าได้อย่างเหมาะสม
หน้าดูแก่กว่าวัยเพราะอะไร?
สาเหตุที่ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัยเกิดจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน ทั้งคุณภาพผิวที่เปลี่ยนไป ความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง การสูญเสียหรือการเปลี่ยนตำแหน่งของไขมันบนใบหน้า อีกปัจจัยคือแสงแดด เพราะรังสี UV สามารถเร่งการเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้เกิดริ้วรอย จุดสีผิวไม่สม่ำเสมอ และผิวดูหมองหรือหยาบขึ้นได้ ขณะที่การสูบบุหรี่ และมลภาวะ ก็มีส่วนทำให้หน้าดูมีอายุขึ้นได้
หากรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูแก่กว่าวัย ควรสังเกตทั้งผิวรอบดวงตา แก้ม ร่องแก้ม มุมปาก กรอบหน้า และความสดใสของผิวร่วมกัน เพราะแต่ละคนก็มีสภาพผิวไม่เหมือนกัน การดูแลผิวหน้าจึงควรเลือกให้ตรงกับสาเหตุและสภาพผิวของตัวเอง
7 จุดบนใบหน้าที่อาจทำให้ดูแก่กว่าวัย
ใบหน้าที่ดูมีอายุขึ้นไม่ได้เกิดจากริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงหลายส่วน ทั้งคุณภาพผิว ปริมาตรของเนื้อเยื่อ และรูปทรงของใบหน้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามวัย โดย 7 บริเวณที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างชัด ได้แก่
- หน้าผากและหว่างคิ้ว
ริ้วรอยบริเวณหน้าผากและเส้นระหว่างคิ้วมักสัมพันธ์กับการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ เมื่อผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เส้นที่เคยเห็นเฉพาะตอนขมวดคิ้วหรือแสดงอารมณ์อาจเริ่มเห็นชัดขึ้นแม้ในขณะที่ใบหน้าอยู่เฉย ๆ ทำให้หน้าดูเคร่งและมีอายุขึ้น
- รอบดวงตา
ผิวรอบดวงตามีความบอบบางและมักเป็นบริเวณที่เห็นสัญญาณวัยได้เร็ว ทั้งริ้วรอยหางตา ความหย่อนคล้อย ถุงใต้ตา หรือร่องใต้ตาที่ดูลึกขึ้น เมื่อมีเงาหรือความยุบตัวบริเวณนี้มากขึ้น ใบหน้าอาจดูเหนื่อยและโทรม แม้จะพักผ่อนเพียงพอ
- ขมับ
เมื่อปริมาตรเนื้อเยื่อบริเวณขมับลดลง ใบหน้าอาจดูตอบหรือเป็นแอ่งมากขึ้น ส่งผลต่อความต่อเนื่องของกรอบใบหน้าส่วนบนและทำให้โครงหน้าดูชัดหรือแข็งขึ้นกว่าที่เคยเป็น
- แก้มและช่วงกลางใบหน้า
แก้มเป็นอีกบริเวณที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งเรื่องปริมาตรและตำแหน่งของเนื้อเยื่อ เมื่อความเต็มของแก้มลดลงหรือเนื้อเยื่อเคลื่อนตัวลง ใบหน้าอาจดูตอบ ขาดความสดใส และทำให้ร่องต่าง ๆ บริเวณช่วงกลางหน้าดูเด่นขึ้น
- ร่องแก้ม
ร่องจากข้างจมูกลงมาหามุมปากสามารถเห็นชัดขึ้นเมื่อโครงสร้างและเนื้อเยื่อบริเวณกลางใบหน้าเปลี่ยนไปตามวัย รวมถึงการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิว จึงทำให้ใบหน้าดูมีเส้นแบ่งและดูมีอายุมากขึ้นได้
- รอบปากและมุมปาก
เมื่อริมฝีปากและเนื้อเยื่อรอบปากสูญเสียความอิ่มฟู ร่วมกับความยืดหยุ่นของผิวที่ลดลง อาจเกิดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบริมฝีปากและเส้นบริเวณมุมปากที่เห็นชัดขึ้น ส่งผลให้สีหน้าโดยรวมดูเหนื่อยหรือดูเศร้ามากกว่าปกติ
- กรอบหน้าและแนวกราม
เมื่อผิวและเนื้อเยื่อบริเวณช่วงล่างของใบหน้าหย่อนลง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของไขมันและโครงสร้างตามวัย ความคมชัดของกรอบหน้าอาจลดลง เกิดความหย่อนบริเวณแนวกรามหรือเหนียง ทำให้ใบหน้าดูหนักและมีอายุมากขึ้น
พฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้หน้าดูแก่เร็ว
- ไม่ค่อยทากันแดดหรือเจอแดดเป็นประจำ
รังสี UV เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งการเสื่อมของผิว ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสียหายมากขึ้น จนนำไปสู่ริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน และสีผิวไม่สม่ำเสมอ การป้องกันแสงแดดจึงสำคัญแม้ในวันที่ไม่ได้ออกแดดจัดเป็นเวลานาน
- นอนดึกและพักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนน้อยไม่ได้ทำให้เกิดริ้วรอยขึ้นทันที แต่ถ้าเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจรบกวนกระบวนการฟื้นฟูร่างกายและทำให้ผิวดูหมอง ล้า และไม่สดใสได้ง่ายขึ้น
- สูบบุหรี่
สารจากควันบุหรี่เกี่ยวข้องกับการทำลายคอลลาเจนและทำให้หลอดเลือดหดตัว ส่งผลให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารลดลง อีกทั้งการสูบบุหรี่ยังทำให้เกิดการขยับกล้ามเนื้อรอบปากซ้ำ ๆ จึงสัมพันธ์กับริ้วรอยบริเวณนี้ได้
- ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
การดื่มมากเกินไปอาจรบกวนการนอนและทำให้ร่างกายเสียสมดุลของน้ำได้ในระยะสั้น หากเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องร่วมกับการดูแลตัวเองด้านอื่นที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้ผิวดูแห้งและโทรมได้ง่ายขึ้น
- กินอาหารไม่สมดุลเป็นประจำ
การกินอาหารที่มีน้ำตาลสูงหรืออาหารแปรรูปมากเป็นประจำ โดยขาดผัก ผลไม้ โปรตีน และสารอาหารที่หลากหลาย อาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลผิวไม่เพียงพอ
- เครียดสะสม
ความเครียดต่อเนื่องสามารถส่งผลต่อการนอนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตหลายด้าน เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอร่วมด้วย ผิวอาจดูหมองและเหนื่อยล้าชัดขึ้น
- ขยี้ตาหรือถูหน้าแรง ๆ เป็นประจำ
ผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบาง การขยี้หรือถูแรง ๆ บ่อยครั้งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้ผิวบริเวณนั้นดูไม่เรียบเนียนได้ จึงควรสัมผัสผิวอย่างเบามือ โดยเฉพาะเวลาล้างหน้าและเช็ดเครื่องสำอาง
- ละเลยการดูแลผิวและปล่อยให้ผิวแห้งเป็นประจำ
ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นอาจทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูเด่นขึ้น แม้ไม่ได้หมายความว่าความแห้งจะทำให้ผิวแก่ถาวรโดยตรง แต่การดูแลความชุ่มชื้นและใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวก็ช่วยให้ผิวดูเรียบและแข็งแรงขึ้น
หน้าดูแก่กว่าวัย แก้ไขและดูแลอย่างไร?
ถ้ารู้สึกว่าหน้าดูแก่กว่าวัย สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบหาวิธีแก้เพียงจุดเดียว แต่ควรลองสังเกตก่อนว่าความเปลี่ยนแปลงที่เห็นมาจากอะไร เพราะบางคนมีปัญหาหลักเป็นเรื่องผิวและริ้วรอย ขณะที่บางคนเกิดจากใบหน้าที่ดูตอบ ความหย่อนคล้อย หรือการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนใบหน้า การดูแลจึงควรเลือกให้ตรงกับสาเหตุ
- ป้องกันผิวจากแสงแดด
ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เหมาะกับผิวและป้องกันรังสี UVA/UVB ร่วมกับการหลบแดดหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เพราะแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดริ้วรอยและความเปลี่ยนแปลงของสีผิว
- ดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพผิว
ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น และเลือกสารดูแลผิวที่เหมาะกับปัญหาของตัวเอง หากต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์มากขึ้น เช่น กลุ่มเรตินอยด์ ควรเริ่มอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงข้อจำกัดของแต่ละคน
- นอนให้เพียงพอและจัดการความเครียด
การพักผ่อนที่ดีช่วยให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัว ขณะที่ความเครียดสะสมอาจส่งผลต่อการนอนและพฤติกรรมสุขภาพหลายด้าน การนอนให้เป็นเวลาและมีช่วงพักจากงานจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองที่ไม่ควรมองข้าม
- กินอาหารให้หลากหลายและไม่สูบบุหรี่
เลือกอาหารที่มีผัก ผลไม้ โปรตีน และสารอาหารหลากหลาย พร้อมดื่มน้ำให้เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมและสภาพผิวในระยะยาว
- ดูแลปัญหาเฉพาะจุดให้ตรงสาเหตุ
หากปัญหาหลักคือริ้วรอย อาจเน้นการดูแลผิวและหัตถการที่เหมาะกับริ้วรอยนั้น แต่ถ้าเป็นเรื่องผิวหย่อน แก้มตอบ ขมับตอบ หรือสัดส่วนใบหน้า แนวทางแก้ก็อาจแตกต่างกัน การประเมินใบหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกวิธีจึงช่วยให้วางแผนได้ตรงจุดมากกว่า
- พิจารณาหัตถการเมื่อการดูแลทั่วไปยังไม่ตอบโจทย์
ปัจจุบันมีหัตถการหลายรูปแบบที่ใช้ดูแลปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือการสูญเสียปริมาตรบนใบหน้า แต่ไม่มีวิธีใดเหมาะกับทุกคน และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้า เทคนิค และการเลือกวิธีให้ตรงกับปัญหา จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
เมื่อไหร่ควรเลือกหัตถการเพื่อช่วยปรับใบหน้าให้ดูอ่อนวัยขึ้น
ก่อนตัดสินใจทำหัตการควรเข้าใจก่อนว่าแต่ละหัตถการมีวัตถุประสงค์ ข้อจำกัด ผลข้างเคียง และระยะเวลาของผลลัพธ์แตกต่างกัน บางหัตถการเน้นเรื่องริ้วรอย หรือบางหัตถการช่วยเรื่องความกระชับ การประเมินโดยแพทย์จึงมีความสำคัญ เพราะการทำมากเกินความจำเป็นอาจทำให้ใบหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติได้
ดังนั้นความเหมาะสมในการเลือกทำหัตถการจะอยู่ที่ความเหมาะสม และขึ้นอยู่กับสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ และความต้องการของแต่ละคน หากตัดสินใจทำ ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน ให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้ง และเลือกวิธีที่จำเป็นกับปัญหาจริง ๆ เพื่อให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติของตัวเอง
สรุป
หน้าที่ดูแก่กว่าวัย บางครั้งไม่ได้แปลว่าเราแก่ลงเร็ว แต่อาจเป็นเพียงสัญญาณเล็ก ๆ ที่สะสมจนทำให้ใบหน้าดูเหนื่อย โทรม หรือไม่สดใสเหมือนเดิม การหันกลับมาสังเกตใบหน้าตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะเมื่อรู้ว่าความเปลี่ยนแปลงเกิดจากอะไร ก็จะเลือกดูแลได้ตรงจุดมากขึ้น
สุดท้ายใบหน้าที่ดูดีไม่จำเป็นต้องไร้ริ้วรอย แค่ผิวดูสุขภาพดี ใบหน้าดูสดใส และหน้ายังดูเป็นธรรมชาติ ก็ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาขึ้นได้

