หลังนวดเสร็จจะรู้สึกสบายตัวขึ้น แต่ผ่านไปไม่นานอาการปวดเมื่อยกลับมาเหมือนเดิม เพราะอาการปวดอาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อตึงเพียงอย่างเดียว แต่มีสาเหตุอื่นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างตรงจุด บทความนี้ Naatadee จะพาไปดูว่า นวดแล้วทำไมยังปวด? สาเหตุที่อาจทำให้อาการไม่หาย
นวดแล้วไม่หายปวด เกิดจากอะไร?
อาการปวดที่ยังไม่ดีขึ้นหลังนวด อาจไม่ได้เกิดจากการนวดไม่ดี แต่อาจเป็นเพราะอาการยังนวดไม่ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อที่ตึงสะสมจากการทำงาน ท่าทางที่ทำให้เกิดแรงกดทับซ้ำ ๆ หรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเส้นประสาทและข้อต่อ การนวดจึงอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้เพียงชั่วคราว
หากนวดแล้วอาการยังกลับมาเป็นซ้ำ ควรลองสังเกตพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การยกของผิดท่า หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุของการปวดซ้ำได้
สาเหตุที่ทำให้นวดแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น
- กล้ามเนื้อยังคงตึงจากเดิม
การนั่งทำงานนาน ๆ การก้มเล่นโทรศัพท์ หรือการใช้กล้ามเนื้อซ้ำ ๆ อาจทำให้อาการปวดกลับมาได้ แม้จะนวดแล้วก็ตาม
- นวดไม่ตรงกับสาเหตุของอาการปวด
หากความปวดเกิดจากข้อต่อ เส้นประสาท หรือปัญหาอื่นที่ไม่ใช่กล้ามเนื้อ การนวดเพียงอย่างเดียวอาจไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด
- ใช้แรงนวดมากเกินไป
การกดหรือนวดอย่างรุนแรงอาจทำให้เนื้อเยื่อระบมและเกิดอาการปวดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีการอักเสบหรือบาดเจ็บ
- ร่างกายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
หากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหรือใช้งานหนักต่อเนื่อง การนวดอาจไม่เพียงพอหากไม่ได้พักและปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
- มีปัญหาสุขภาพที่ต้องรักษา
อาการปวดบางชนิดอาจเกี่ยวข้องกับหมอนรองกระดูก เส้นประสาท หรือโรคของข้อต่อ จึงจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาตามสาเหตุ
ใครที่เหมาะกับการนวด?
- คนทำงานออฟฟิศ
เหมาะกับผู้ที่มีอาการตึงบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังจากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ โดยควรปรับท่านั่งและลุกเปลี่ยนอิริยาบถควบคู่กันไป
- คนที่ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
การนวดอาจช่วยบรรเทาความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อขาและเท้าได้ หากไม่มีอาการบาดเจ็บหรือข้อห้ามในการนวด
- คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
การนวดอาจช่วยลดความรู้สึกตึงและเพิ่มความผ่อนคลายหลังออกกำลังกาย แต่ไม่ควรนวดแรงบริเวณที่บาดเจ็บหรืออักเสบเฉียบพลัน
- คนที่มีความเครียดและต้องการพักผ่อน
การนวดอย่างเหมาะสมอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และส่งเสริมความสบายตัว
- คนที่มีอาการปวดเมื่อยจากกล้ามเนื้อตึง
อาจได้รับประโยชน์จากการนวด หากประเมินแล้วว่าอาการเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อและไม่มีภาวะที่ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น
นวดแล้วไม่หายปวด ควรทำอย่างไร?
หากนวดแล้วอาการปวดยังไม่หาย ควรกลับมาสังเกตว่าความปวดเกิดจากอะไร เพราะอาการที่ดูเหมือนกล้ามเนื้อตึงอาจมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บ ข้อต่อ หรือเส้นประสาทได้เช่นกัน การพักบริเวณที่ปวด ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ และปรับท่าทางในชีวิตประจำวันก็เป็นส่วนสำคัญของการดูแลตัวเองควบคู่กับการนวดเช่นกัน
นวดบ่อยแค่ไหนถึงจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้?
ความถี่ในการนวดจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ ความรุนแรงของความปวด และการตอบสนองของร่างกายแต่ละคน หากเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าจากการทำงานหรือกล้ามเนื้อตึง การนวดเป็นครั้งคราวเมื่อมีอาการอาจช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่สำหรับคนที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือกลับมาปวดซ้ำบ่อย ควรดูจากสาเหตุจริง ๆ ว่าเกิดจากอะไร
อาการปวดแบบไหนที่ไม่ควรนวดต่อ?
หากระหว่างนวดรู้สึกเจ็บมากขึ้น มีอาการปวดแปลบ หรือเกิดอาการผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ควรแจ้งนวดทันที โดยเฉพาะคนที่มีอาการปวดรุนแรงเฉียบพลัน แขนขาอ่อนแรงมากขึ้น ควรไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
ก่อนตัดสินใจนวดควรประเมินสภาพร่างกายและอาการปวดของตัวเองเป็นหลัก หากไม่แน่ใจว่าอาการควรปรึกษาหมอนวดที่ทำการนวด เพราะการเลือกวิธีดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บและป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงได้
นวดแล้วไม่หายปวด ควรหาสาเหตุให้ตรงจุด
การนวดอาจช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและบรรเทาความปวดได้ แต่หากนวดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อย่ามองข้ามความปวดหรือพยายามฝืนแก้ด้วยวิธีเดิมซ้ำ ๆ เพราะบางครั้งร่างกายอาจไม่ต้องการนวด แต่เป็นการพัก การปรับพฤติกรรม หรือการรักษาที่ตรงกับสาเหตุจริง ๆ เมื่อเรารู้จักร่างกายตัวเองมากขึ้นและเลือกดูแลอย่างเหมาะสม ก็จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคอยกังวลว่าอาการปวดจะกลับมารบกวนอีก

